← FEBC Thailand

ถ้อยคำนำชีวิต

Guidelines — FEBC Thailand

ถ้อยคำนำชีวิต รายการสั้นราว 5 นาทีจาก FEBC Thailand ชวนคิดเรื่องชีวิตผ่านพระคัมภีร์ แปลและเรียบเรียงจาก Guidelines ตอนใหม่ทุกสัปดาห์

ทั้งหมด 286 ตอน

  1. ตอนที่ 286
    การกระทำแห่งความเชื่อของคนเพียงคนเดียว สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนมากมายได้
    26 ต.ค. 2569 · 5:38 · ยอห์น 1:41-42
    ครูรวีวารศึกษาธรรมดาคนหนึ่งชื่อเอ็ดเวิร์ด คิมบอลล์ ไปคุยเรื่องพระเยซูกับชายหนุ่มที่หลังร้านขายรองเท้า ชายคนนั้นคือ ดไวต์ แอล. มูดี ผู้กลายเป็นนักประกาศที่นำคนนับไม่ถ้วนมาถึงพระคริสต์ และเป็นจุดเริ่มของสายโซ่แห่งความเชื่อที่ส่งต่อไปถึงบิลลี เกรแฮม ผู้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนนับล้านทั่วโลก

    “สิ่งแรกที่อันดรูว์ทำคือไปหาซีโมนน้องชายของตน และบอกเขาว่า "เราพบพระเมสสิยาห์แล้ว" (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์) แล้วเขาก็พาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู” (ยอห์น 1:41-42)
  2. ตอนที่ 285
    อุปนิสัยของคุณถูกหล่อหลอมด้วยความคิดและการเลือกของคุณ
    19 ต.ค. 2569 · 5:32 · สุภาษิต 29:10
    ชื่อเสียงคือสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับเรา แต่อุปนิสัยคือตัวตนที่แท้จริง พระราชินีวัชทีแห่งเปอร์เซียปฏิเสธที่จะออกไปเต้นรำในงานเลี้ยงของคนเมามาย ทั้งที่รู้ว่าอาจต้องเสียตำแหน่ง และพระนางก็เสียบัลลังก์ไปจริงๆ บิล ไวท์ ปฏิเสธงานเลี้ยงที่มีผู้หญิงบริการ แม้ความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนจะตึงเครียดขึ้น วิกฤตเพียงเปิดเผยอุปนิสัยที่เรามีอยู่แล้ว เพราะอุปนิสัยถูกหล่อหลอมจากการตัดสินใจเล็กๆ นับร้อยครั้งในชีวิตประจำวัน ความเชื่อมั่นเป็นรากฐานของอุปนิสัย ความเคยชินหล่อหลอมมัน ความขัดแย้งทดสอบมัน และความกล้าหาญกำหนดขอบเขตของมัน

    “คนกระหายเลือดเกลียดชังคนดีรอบคอบ แต่คนเที่ยงธรรมแสวงหาทางช่วยชีวิตเขา” (สุภาษิต 29:10)
  3. ตอนที่ 284
    4 การทดลองใจที่ขัดขวางความซื่อตรง
    12 ต.ค. 2569 · 5:29 · สุภาษิต 10:9
    บางคนบอกว่าจะกลับถึงบ้านสามทุ่ม แต่มาถึงห้าทุ่มห้าสิบ บางคนสัญญาว่าจะจ่ายเงินพรุ่งนี้ แต่ผ่านไปเป็นสัปดาห์ก็ยังไม่จ่าย ความซื่อตรงคือตัวตนของเรา เป็นความเข้มแข็งภายในที่หล่อหลอมอุปนิสัยและสะท้อนออกมาทางการกระทำ รากฐานของมันคือความเชื่อว่ามีมาตรฐานความถูกผิดที่อยู่เหนือความเห็นส่วนตัว เช่น บัญญัติสิบประการ จอห์น ซูเทอร์ ระบุภัยคุกคามความซื่อตรงสี่อย่าง คือการหลอกลวง อย่างที่อับราฮัมพูดความจริงครึ่งเดียวว่าซาราห์เป็นญาติ ความตื้นเขิน ความเสแสร้ง และความมักง่ายที่เลือกทางลัดเพราะคิดว่าไม่มีใครรู้

    “ผู้ที่ดำเนินในความซื่อสัตย์ก็ดำเนินอย่างมั่นคง แต่ผู้ที่ทำทางของตนให้คดเคี้ยวจะถูกจับได้” (สุภาษิต 10:9)
  4. ตอนที่ 283
    ตัวอย่างในพระคัมภีร์ของคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริต
    5 ต.ค. 2569 · 6:05 · 1 พงศ์กษัตริย์ 9:4
    คำว่าความซื่อสัตย์สุจริตปรากฏในพระคัมภีร์ราว 40 ครั้ง และมีสามบุคคลที่เป็นแบบอย่าง โยบยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต แม้ภรรยาจะเร่งให้แช่งด่าพระเจ้าแล้วตายเสีย ดาวิดแม้ล้มเหลวทางศีลธรรมกับบัทเชบา แต่ก็กลับใจ ยอมรับผลของการกระทำ และกลับมาสู่ความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนพระเยซูคริสต์ แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยอมรับว่า “ท่านเป็นคนซื่อสัตย์ ท่านสอนทางของพระเจ้าตามความจริง” คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตจะยึดมั่นในความจริงแม้ในยามทุกข์ รีบยอมรับผิดเมื่อพลาด และไม่เปลี่ยนหลักการเพียงเพื่อเอาใจคนฟัง

    “และฝ่ายเจ้า... ถ้าเจ้าจะดำเนินต่อหน้าเราอย่างดาวิดบิดาของเจ้าได้ดำเนินนั้น ด้วยใจซื่อสัตย์สุจริตและด้วยความเที่ยงธรรม กระทำตามทุกสิ่งที่เราได้บัญชาเจ้าไว้ และรักษากฎเกณฑ์และกฎหมายของเรา” (1 พงศ์กษัตริย์ 9:4)
  5. ตอนที่ 282
    ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
    28 ก.ย. 2569 · 6:00 · สุภาษิต 11:3
    ชายคนหนึ่งขายรถเก่าที่พังบ่อยโดยโฆษณาว่าเป็นรถที่ไว้ใจได้ เมื่อผู้ซื้อขอผัดจ่ายเงินและบอกว่าคำพูดของเขาศักดิ์สิทธิ์เหมือนสัญญา ภรรยาของชายคนนั้นก็ย้อนถามว่าแล้วเขาเองไม่ได้สัญญาว่ารถสภาพดีหรือ ชัค สวินดอลล์ บอกว่าความซื่อสัตย์สุจริตคือการทำตามสิ่งที่พูดว่าจะทำ การขาดความซื่อสัตย์สุจริตคือข้อบกพร่องใหญ่ของสังคมทุกวันนี้ จนคนรุ่นใหม่หลายคนไม่ไว้ใจใคร คนที่ยำเกรงพระเจ้าและเชื่อว่าพระองค์ทรงเห็นทุกสิ่ง จะมีกำลังและความกล้าที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้ในเวลาที่ไม่มีใครอยู่รอบตัว

    “ความซื่อสัตย์สุจริตย่อมนำคนเที่ยงธรรม แต่ความคดโกงย่อมทำลายคนทรยศ” (สุภาษิต 11:3)
  6. ตอนที่ 281
    หลักฐานที่สนับสนุนสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์
    21 ก.ย. 2569 · 5:16 · 2 ทิโมธี 3:16
    การอ้างว่าพระคัมภีร์มีสิทธิอำนาจเพียงเพราะพระคัมภีร์บอกไว้ ก็เหมือนการประกาศว่าตัวเองเป็นช้าง ซึ่งไม่ได้ทำให้มีงวงหรืองาขึ้นมา จึงต้องมีหลักฐานรองรับ ทั้งคำเผยพระวจนะที่ตรงกับประวัติศาสตร์ ความสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ โบราณคดี สำเนาโบราณ และชีวิตที่ถูกเปลี่ยนแปลง แผ่นจารึกดินเหนียวนับพันที่เมืองมารีพิสูจน์ว่าผู้คนยุคนั้นเขียนหนังสือได้ เอกสารที่ค้นพบยืนยันว่าชาวฮิตไทต์เป็นอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่จริง และม้วนหนังสือที่ซ่อนอยู่ในป้อมมาซาดาเกือบ 2,000 ปี แสดงว่าบทเพลงสดุดีที่ท่องกันทุกวันนี้เป็นภาษาฮีบรูคำเดียวกับในอดีต

    “พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอนความจริง และทำให้เราตระหนักถึงสิ่งที่ผิดในชีวิตของเรา ทั้งยังช่วยแก้ไขเราเมื่อเราทำผิด และสอนให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง” (2 ทิโมธี 3:16)
  7. ตอนที่ 280
    พระคัมภีร์พูดถึงวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำจนน่าทึ่ง
    14 ก.ย. 2569 · 5:12 · อิสยาห์ 40:22
    พระคัมภีร์ไม่ใช่ตำราวิทยาศาสตร์ แต่เป็นคู่มือการดำเนินชีวิต ถึงอย่างนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องวิทยาศาสตร์ ก็แม่นยำอย่างน่าทึ่ง ขณะที่ชาวอียิปต์เชื่อว่าโลกฟักออกมาจากไข่ โมเสสเขียนว่า “ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” ท่านยังเขียนว่าชีวิตของเนื้อหนังอยู่ในเลือด ราว 3,000 ปีก่อนที่เซอร์ วิลเลียม ฮาร์วีย์ จะค้นพบการไหลเวียนของเลือด อิสยาห์บรรยายว่าโลกเป็นวงกลมในยุคที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าโลกแบน และคำของเปโตรที่ว่าโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ ก็มีความหมายชัดขึ้นเมื่อมนุษย์แยกอะตอมได้ พระวจนะของพระเจ้าผ่านการพิสูจน์ของกาลเวลามาได้เสมอ

    “คือพระองค์ประทับเหนือหลังคาโค้งของแผ่นดินโลก และชาวแผ่นดินโลกก็เป็นเหมือนตั๊กแตน” (อิสยาห์ 40:22)
  8. ตอนที่ 279
    พระคัมภีร์ยืนหยัดมั่นคง
    7 ก.ย. 2569 · 5:16 · ฮีบรู 4:12
    วอลแตร์ประกาศว่าศาสนาคริสต์จะอยู่ได้ไม่เกิน 100 ปีหลังเขาตาย แต่ 100 ปีต่อมา แท่นพิมพ์ของเขากลับถูกใช้พิมพ์พระคัมภีร์ กษัตริย์เยโฮยาคิมเคยเผาหนังสือม้วนของเยเรมีย์ แต่เยเรมีย์เขียนขึ้นใหม่ และหนังสือนั้นอยู่ยืนยาวกว่ากษัตริย์ จักรพรรดิดิโอคลีเชียนสั่งทำลายพระคัมภีร์ทุกเล่มในปี ค.ศ. 303 แต่ไม่ถึง 10 ปีต่อมา คอนสแตนตินกลับประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำจักรวรรดิ พระคัมภีร์คงทนได้เพราะมาจากพระเจ้า และยังมีหลักฐานยืนยัน ทั้งคำพยากรณ์ที่สำเร็จ โบราณคดี สำเนาโบราณ และชีวิตนับล้านที่ถูกเปลี่ยนแปลง

    “เพราะพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลัง คมยิ่งกว่าดาบสองคมเล่มไหนๆ แทงทะลุลึกเข้าไปถึงจิตและวิญญาณ ถึงข้อต่อและไขกระดูก และเปิดเผยความคิดกับความปรารถนา ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในใจของเรา” (ฮีบรู 4:12)
  9. ตอนที่ 278
    ความน่าเชื่อถือของพระคัมภีร์
    31 ส.ค. 2569 · 5:26 · โรม 1:1,7
    สเปอร์เจียนเล่าถึงหญิงคนหนึ่งที่ตอบชายผู้ไม่เชื่อว่า พระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้า เพราะมันให้ความอบอุ่นและส่องสว่างเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอ เหมือนดวงอาทิตย์ แต่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ พระคัมภีร์ประกาศว่าถ้อยคำมาจากผู้ที่ได้รับการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ บรรดาผู้เผยพระวจนะกล่าวว่า “พระเจ้าตรัสดังนี้” มากกว่า 3,000 ครั้ง พระเยซูทรงยืนยันสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์ทั้งหมด และคริสเตียนยุคแรกก็ยอมรับเช่นกัน พระคัมภีร์เขียนโดยคนราว 40 คนตลอดกว่า 1,600 ปี แต่สอดคล้องกลมกลืนกันทั้งเล่ม จึงต้องมีพระเจ้าเป็นผู้เขียนอยู่เบื้องหลัง

    “จากเปาโล ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์... ถึงทุกคนที่อยู่ในกรุงโรม ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงรัก และทรงเรียกให้เป็นประชากรบริสุทธิ์ของพระองค์” (โรม 1:1,7)
  10. ตอนที่ 277
    วางใจในสิทธิอำนาจแห่งพระวจนะของพระเจ้า
    24 ส.ค. 2569 · 5:04 · ปฐมกาล 15:4
    ตั้งแต่กฎของฮัมมูราบี บทบัญญัติของโมเสส จนถึงรัฐธรรมนูญในทุกวันนี้ สังคมต้องมีสิทธิอำนาจจึงจะอยู่ร่วมกันได้ ความเชื่อก็เช่นกัน หลายคนพึ่งพาความรู้สึกหรือความคิดส่วนตัว ซึ่งอาจถูกโต้แย้งได้เสมอ การสำรวจของมหาวิทยาลัย Case Western Reserve พบว่าคริสเตียนจำนวนไม่น้อยไม่เชื่อว่าพระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้า แต่ยังมีเหตุผลหนักแน่นที่จะวางใจ ทั้งหลักฐานภายในอย่างความสอดคล้องของสารตลอดทั้งเล่ม และหลักฐานภายนอกอย่างคำพยากรณ์ ต้นฉบับโบราณ และโบราณคดี รวมถึงผลในชีวิตของคนที่ดำเนินตามพระคัมภีร์ สิทธิอำนาจของพระคัมภีร์จึงเป็นรากฐานของความเชื่อทั้งหมด

    “แล้วพระวจนะของพระเจ้าก็มาถึงท่าน…” (ปฐมกาล 15:4)
  11. ตอนที่ 276
    ความรอดตั้งอยู่บนความจริง 3 ข้อ
    17 ส.ค. 2569 · 4:07 · ยอห์น 3:3
    หลายคนอธิษฐานและเชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่ลึกๆ ในใจกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ลองนึกภาพคุณป้าที่คุณไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน ระบุชื่อคุณเป็นผู้รับมรดก มรดกเป็นของคุณตั้งแต่วันที่เธอจากไป แต่คุณเพิ่งรู้สึกถึงมันเมื่อเข้าใจและเชื่อ ความรอดตั้งอยู่บนความจริงสามข้อที่ไม่ขึ้นกับความรู้สึก คือพระเยซูทรงมีชีวิตอยู่จริง สิ้นพระชนม์ และเป็นขึ้นมาใหม่ พระคัมภีร์สัญญาชีวิตนิรันดร์แก่ทุกคนที่ต้อนรับพระองค์ และถ้าคุณอธิษฐานด้วยใจจริงเพื่อรับของขวัญนี้ คุณก็มีมันแล้ว ให้ความจริงมาเป็นอันดับแรก ความเชื่อเป็นอันดับสอง แล้วความรู้สึกจะตามมาเอง

    “เราบอกความจริงกับคุณว่า ไม่มีใครเห็นแผ่นดินของพระเจ้าได้ ถ้าเขาไม่ได้บังเกิดใหม่” (ยอห์น 3:3)
  12. ตอนที่ 275
    3 แนวทางในการทำความเข้าใจชีวิตนิรันดร์
    10 ส.ค. 2569 · 4:30 · โคโลสี 1:13-14
    เราพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญรอบตัวทุกวัน ตั้งแต่หมอ นักวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงคนขับรถเมล์ แต่การรู้ถึงวิธีไปสู่ชีวิตนิรันดร์เป็นเรื่องที่สำคัญเกินกว่าจะให้คนอื่นเข้าใจแทน พระเยซูตรัสกับนิโคเดมัสว่า ถ้าไม่บังเกิดใหม่ จะไม่มีวันได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้า แนวทางสามข้อที่ช่วยให้เข้าใจการบังเกิดใหม่ คือ ตระหนักว่าเราต้องการความมั่นใจเรื่องชีวิตนิรันดร์ เพราะทุกคนทำบาป เต็มใจกลับใจโดยหันหลังให้ความบาปและหันหน้าเข้าหาพระเจ้า และรับของขวัญแห่งชีวิตนิรันดร์ที่พระเจ้าประทานให้ฟรีผ่านพระเยซูคริสต์ ซึ่งมีราคาสูงลิ่ว เพราะพระองค์ทรงสละชีวิตเพื่อให้เราได้มีชีวิต

    “เพราะพระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากอาณาจักรแห่งความมืด และทรงย้ายเราเข้ามาไว้ในอาณาจักรของพระบุตรที่รักของพระองค์ [พระเยซู] ผู้ทรงไถ่เราให้เป็นไทและทรงโปรดยกโทษบาปของเรา” (โคโลสี 1:13-14)
  13. ตอนที่ 274
    พระเยซูทรงประทานชีวิตนิรันดร์
    3 ส.ค. 2569 · 5:33 · 1 โครินธ์ 15:3-4
    หลายคนท่องหลักข้อเชื่อของอัครทูตและไปโบสถ์เป็นประจำ แต่ลึกๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปสวรรค์ ดร. กาย ดัฟฟิลด์ ชี้ถึงเหตุผลที่คนขาดความมั่นใจ เช่น พยายามทำดีเพื่อแลกกับความรอด หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความบาป หรือยังไม่ยอมรับสิทธิอำนาจของพระวจนะอย่างเต็มที่ แต่พระคัมภีร์บอกว่าการกระทำอันชอบธรรมของเราเหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก และเราได้รับความรอดด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ไม่ใช่จากการกระทำ ถ้าเรายอมรับด้วยปากว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่าพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย เราจะรอด พระเจ้าปรารถนาให้เรามั่นใจในชีวิตนิรันดร์ตั้งแต่ตอนนี้

    “ข้าพเจ้าได้มอบสิ่งสำคัญที่สุดให้กับพวกท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับมาเช่นกัน นั่นคือพระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ 4 พระองค์ทรงถูกฝังไว้ และในวันที่สามพระองค์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นจากความตาย ตามที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์” (1 โครินธ์ 15:3-4)
  14. ตอนที่ 273
    คุณได้รับความมั่นใจในชีวิตนิรันดร์แล้วหรือยัง
    27 ก.ค. 2569 · 4:47 · สุภาษิต 16:25
    โบรกเกอร์ที่บริจาคเงินก้อนโต พระภิกษุที่ออกเดินธุดงค์ และหญิงสาวที่ปฏิญาณตนในคอนแวนต์ ต่างแสวงหาความมั่นใจว่าพระเจ้าจะทรงจดจำสิ่งที่พวกเขาทำ หลายคนเชื่อว่าถ้าทำดีมากกว่าชั่ว พระเจ้าคงยอมรับ แต่พระคัมภีร์บอกชัดว่าไม่ใช่ทุกทางที่นำไปสู่พระเจ้า พระเยซูตรัสว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต” ศิษยาภิบาลท่านหนึ่งถามหญิงที่ได้แต่หวังว่าจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าว่า ทำไมถึงแค่ “หวัง” ในเมื่อพระเจ้าบอกว่าเรา “รู้” ได้ เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงรับโทษบาปแทนเรา และผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต

    “มีทางหนึ่งซึ่งดูเหมือนถูกต้องสำหรับมนุษย์ แต่จุดจบของทางนั้นคือความตาย” (สุภาษิต 16:25)
  15. ตอนที่ 272
    ข้อพิสูจน์ว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า
    20 ก.ค. 2569 · 5:12 · ยอห์น 13:19 (ฉบับมาตรฐาน THSV11)
    ดร.ชาร์ลส์ ไรรีย์ กล่าวว่ามีคำพยากรณ์มากกว่า 300 ข้อเกี่ยวกับการเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซูคริสต์ ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยคำนวณว่า โอกาสที่คำพยากรณ์หลักแค่ 8 ข้อจะเกิดขึ้นจริงพร้อมกันคือ 1 ใน 10 ยกกำลัง 17 เท่ากับการหลับตาหยิบเหรียญกากบาทแดงเหรียญเดียวจากกองเหรียญที่ปกคลุมทั้งรัฐเทกซัส ส่วน 48 ข้อคือ 1 ใน 10 ยกกำลัง 157 ก่อนถูกตรึงที่กางเขน พระเยซูตรัสว่า “เราบอกพวกท่านตอนนี้ก่อนที่เรื่องจะเกิดขึ้น” เพราะทรงต้องการให้เรามั่นใจว่าพระองค์เป็นใครและเสด็จมาเพื่ออะไร คำพยากรณ์จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าพระเยซูทรงเป็นอย่างที่ตรัสไว้จริงๆ

    “เราบอกพวกท่านตอนนี้ก่อนที่เรื่องจะเกิดขึ้น เพื่อว่าเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว พวกท่านจะได้เชื่อว่าเราเป็นผู้นั้น” (ยอห์น 13:19 (ฉบับมาตรฐาน THSV11))
  16. ตอนที่ 271
    ความอัศจรรย์ทางสถิติของการประสูติของพระเยซู
    13 ก.ค. 2569 · 5:14 · มัทธิว 5:18
    มีคำพยากรณ์กว่า 300 ข้อที่เขียนไว้หลายศตวรรษก่อนพระเยซูประสูติ เพียงสามข้อเรื่องสถานที่ ช่วงเวลา และลักษณะการประสูติของพระองค์ ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะสำเร็จด้วยความบังเอิญ มีคาห์ทำนายไว้ 500 ปีก่อนว่าพระองค์จะประสูติในเบธเลเฮม ซึ่งต้องอาศัยเหตุการณ์มากมาย ตั้งแต่ซีซาร์ออกุสตุสสั่งจดทะเบียนสำมะโนประชากร ไปจนถึงทิศทางลมที่พัดเรือของเจ้าหน้าที่ และจังหวะก้าวของลาที่พามารีย์กับโยเซฟเดินทาง ถ้าคลาดไปนิดเดียว พระเยซูอาจไปประสูติที่นาซาเร็ธ เมื่อมองดูความสำเร็จของคำพยากรณ์เหล่านี้ เราจึงเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าที่กำลังทำงานอยู่

    “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า จนกว่าฟ้าและดินจะสูญสิ้นไป แม้แต่รายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุดในธรรมบัญญัติของพระเจ้าก็จะไม่สูญสิ้นไปจนกว่าจุดประสงค์นั้นจะสำเร็จ” (มัทธิว 5:18)
  17. ตอนที่ 270
    ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันด้วย
    6 ก.ค. 2569 · 5:33 · เอเฟซัส 4:32
    คำที่พูดยากที่สุดในทุกภาษาอาจเป็นคำว่า “ผมขอโทษ ให้อภัยผมด้วย” แต่แทบไม่มีประโยคไหนที่มีพลังเยียวยาความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานได้เท่านี้ ความหยิ่งทะนงทำให้เราไม่อยากยอมรับผิด และนิสัยโยนความผิดก็มีมาตั้งแต่อาดัมโทษเอวา การประคับประคองความสัมพันธ์โดยไม่แก้ความบาดหมางที่ซ่อนอยู่ ก็เหมือนสวมเสื้อทั้งที่มีมีดปักกลางหลัง แม้เราไม่ได้ผิดทั้งหมด เราก็บอกได้ว่าเสียใจกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น พระเยซูสอนให้อภัย “เจ็ดสิบครั้งคูณเจ็ด” และแม้ในยามทุกข์ทรมานที่สุด พระองค์ยังทูลว่า “พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงโปรดอภัยโทษพวกเขา”

    “แต่จงเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และให้อภัยกัน เหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์” (เอเฟซัส 4:32)
  18. ตอนที่ 269
    จดจ่อที่ความเป็นนิรันดร์ของพระเจ้า
    29 มิ.ย. 2569 · 5:16 · 2 โครินธ์ 4:18
    ใน 2 โครินธ์ บทที่ 4 อัครทูตเปาโลเปิดใจถึงความยากลำบากที่ท่านต้องอดทน ทั้งถูกกดดัน บีบคั้น ข่มเหง และถูกตีให้ล้มลง แต่ท่านย้ำถึงสองครั้งว่า “เราจึงไม่ย่อท้อ” ทุกวันนี้หลายคนถูกกดดันจนแทบหมดไฟ เคล็ดลับของเปาโลมีสองส่วน คือการฟื้นฟูจิตใจในทุกๆ วันด้วยการสัมผัสพระเมตตาและความช่วยเหลือจากพระเจ้าใหม่เสมอ และการจดจ่อกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ปัญหาหลายอย่างอาจกลายเป็นเรื่องไร้สาระในอีกสิบวัน แต่ความรักของคู่ชีวิต ความผูกพันกับเพื่อน ความซื่อสัตย์ และความเชื่อในพระเจ้า คือสมบัติที่มองไม่เห็นซึ่งสำคัญไปตลอดกาล

    “เพราะว่าเราไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่มองเห็น แต่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งที่มองเห็นอยู่นั้นเป็นของชั่วคราว แต่สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นถาวรนิรันดร์” (2 โครินธ์ 4:18)
  19. ตอนที่ 268
    3 แนวทางในการพัฒนาความเชื่อของคุณ
    22 มิ.ย. 2569 · 5:55 · ฟีลิปปี 1:9-10
    การไว้วางใจพระเจ้าไม่ได้ง่ายเสมอไป บ่อยครั้งการพึ่งกำลัง ทักษะ หรือความรู้ของตัวเอง หรือแม้แต่การยอมเสี่ยงดูสักตั้ง ยังง่ายกว่า แนวทางแรกที่ช่วยได้คือสร้างกล้ามเนื้อแห่งความเชื่อด้วยการจดจำว่าพระเจ้าเคยตอบคำอธิษฐานอย่างไร ผู้เล่าเองบันทึกคำตอบของพระเจ้าในวิกฤตต่างๆ ไว้นานหลายปี แนวทางที่สองคือรับแรงบันดาลใจจากคำพยานของคนอื่น เพราะพระเจ้าไม่ลำเอียง แนวทางที่สามคือยืนหยัดบนพระสัญญาในพระคำ เพราะความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยินพระวจนะของพระเจ้า

    “และข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ความรักของท่านทั้งหลายเพิ่มพูนยิ่งๆ ขึ้น พร้อมกับความรู้และวิจารณญาณทุกด้าน เพื่อท่านจะสังเกตได้ว่าสิ่งใดดีเลิศ และเพื่อท่านจะเป็นคนบริสุทธิ์และปราศจากที่ติได้จนถึงวันของพระคริสต์” (ฟีลิปปี 1:9-10)
  20. ตอนที่ 267
    การทรงสถิตของพระเจ้าในความเงียบ
    15 มิ.ย. 2569 · 5:48 · สดุดี 46:10
    บทเพลง 4'33" ของจอห์น เคจ ให้นักเปียโนเปิดฝาเปียโน กดนาฬิกาจับเวลา แล้วนั่งนิ่งจนครบสี่นาทีสามสิบสามวินาที เพื่อแสดงว่าเราไม่มีทางหนีพ้นจากเสียงได้เลย เพื่อนคนหนึ่งที่บ้านอยู่ใกล้ทางรถไฟฟ้ายังสะดุ้งตื่นกลางดึก เพียงเพราะคืนนั้นรถไฟหยุดวิ่งแล้วทุกอย่างเงียบผิดปกติ หลายคนอึดอัดกับความเงียบ แต่บนภูเขาสูงที่ไม่มีเสียงวิทยุหรือรถยนต์ ผู้เล่ากลับได้ยินเสียงธรรมชาติราวกับวงซิมโฟนี และจดจำพระคำที่ว่า “จงนิ่งเสีย และรู้เถิดว่าเราคือพระเจ้า” ได้ขึ้นใจ ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน การหยุดพักในความสงบอย่างตั้งใจมีคุณค่ามาก

    “จงนิ่งเสีย และรู้เถิดว่าเราคือพระเจ้า เราจะเป็นที่ยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราจะเป็นที่ยกย่องในแผ่นดินโลก” (สดุดี 46:10)
  21. ตอนที่ 266
    ความเชื่อในโลกอันมืดมิด
    8 มิ.ย. 2569 · 5:44 · ยอห์น 8:12
    มัลคอล์ม มักเกอร์ริดจ์ ใช้ชีวิตกับความมืดมนในจิตวิญญาณมานานจนเคยถึงจุดที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก่อนจะเปลี่ยนจากคนที่เต็มไปด้วยความสงสัยมาเป็นผู้ศรัทธา และเข้าใจว่าสิ่งเดียวที่ขับไล่ความมืดได้คือแสงสว่าง ความมืดในชีวิตมักค่อยๆ จางไปทีละก้าว เหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีในโบสถ์ จนไล่ความมืดไปหมดสิ้น ความเชื่อคือการตอบรับคำเชิญของพระเยซูที่ว่า “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา” และคือการเพ่งมองของจิตวิญญาณไปยังพระเจ้าผู้ทรงช่วยกู้ ความมืดมีอยู่จริง แต่มันพ่ายแพ้ต่อแสงสว่างที่ส่องผ่านความเชื่อเสมอ

    “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยอห์น 8:12)
  22. ตอนที่ 265
    เพียงเพราะเป็นเรื่องปกติทั่วไป ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นคือความจริง
    1 มิ.ย. 2569 · 4:55 · 1 โครินธ์ 1:20
    มีคนแนะนำว่ากินกล้วยวันละหกลูกจะแก้ผมบางได้ เพราะไม่เคยเห็นลิงหัวล้าน ส่วนชายที่โบกมือบนรันเวย์ก็บอกว่ากำลังไล่ช้าง และการที่ไม่มีช้างสักตัวคือหลักฐานว่าได้ผล อัครทูตเปาโลเคยยืนใต้เงาวิหารอะโครโพลิสในกรุงเอเธนส์ พูดถึงขีดจำกัดของสติปัญญามนุษย์ และประกาศว่าพระเจ้าคือผู้ค้ำจุนและควบคุมทุกสิ่ง ทุกวันนี้ก็มีแนวคิดที่ฟังดูมีเหตุผล เช่น ทุกเส้นทางล้วนนำไปสู่พระเจ้า หรือถ้าใครๆ ก็ทำกันก็ไม่เป็นไร แต่มันขัดกับสิ่งที่พระคัมภีร์สอน พระเจ้าประทานพระคัมภีร์เป็นคู่มือที่ชัดเจน ให้เราขอพระวิญญาณทรงนำขณะอ่าน เพื่อเปิดเผยความจริง

    “ถ้าเช่นนั้น นักปรัชญา นักปราชญ์ และนักโต้คารมที่เก่งกาจของโลกนี้จะไปอยู่ที่ไหน? พระเจ้าทรงทำให้ปัญญาของโลกนี้กลายเป็นความโง่เขลาไปแล้ว” (1 โครินธ์ 1:20)
  23. ตอนที่ 264
    แหงนมองด้วยความเชื่อเพื่อก้าวข้ามความกลัวและความสิ้นหวัง
    25 พ.ค. 2569 · 5:39 · ปัญญาจารย์ 3:11
    นกแร้งในคอกเล็กๆ ที่เปิดโล่งด้านบนบินขึ้นไม่ได้ ค้างคาวบนพื้นราบแทบทำอะไรไม่ได้ และผึ้งบัมเบิลบีในขวดโหลเปิดฝาก็บินชนข้างขวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกวันนี้ผู้คนมากมายก็ถูกกักขังด้วยความกลัวและความวิตกกังวลเช่นกัน ผู้เดินทางไปพระวิหารในสมัยโบราณร้องเพลงว่า “ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย เป็นกำลัง และเป็นความช่วยเหลือของเรา การแหงนหน้ามองขึ้นไปด้วยความเชื่อ ช่วยให้เราโฟกัสที่พระองค์ แทนที่จะโฟกัสกับความกลัวหรือปัญหาที่กดทับเราอยู่

    “พระองค์ทรงกระทำให้สรรพสิ่งงดงามตามเวลาของมัน และทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ยังมองไม่เห็นว่า พระเจ้าทรงกระทำอะไรไว้ตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลสุดปลาย” (ปัญญาจารย์ 3:11)
  24. ตอนที่ 263
    วิธียึดมั่นในคุณค่าทางศีลธรรมในโลกที่เสื่อมทราม
    18 พ.ค. 2569 · 5:16 · โยบ 2:9
    ซีรีส์ Uprising เล่าเรื่องชายหนุ่มในกรุงวอร์ซอช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกบังคับให้เป็นสายลับและตำรวจ เขาถามตัวเองซ้ำๆ ว่าคนที่มีศีลธรรมจะยึดมั่นในความดีงามได้ไหมในโลกที่ไร้ศีลธรรม ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับในเรื่องของโยบ คริสเตียนช่วงปลายศตวรรษที่ 1 ถูกข่มเหงเพราะปฏิเสธที่จะเผาเครื่องหอมที่แท่นบูชาและพูดว่า “ซีซาร์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า” เพราะเชื่อว่ามีเพียงพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่ยืนหยัดในความซื่อสัตย์อาจถูกมองว่าดื้อรั้นหรือตึงเกินไป แต่เขาเชิดหน้าได้ เพราะไม่ได้ทรยศต่อคุณค่าที่ยึดถือ

    “ภรรยาของเขากล่าวแก่เขาว่า "เจ้ายังคงยึดมั่นในความซื่อสัตย์ของเจ้าอยู่อีกหรือ? จงแช่งด่าพระเจ้าแล้วตายไปเสีย!"” (โยบ 2:9)
  25. ตอนที่ 262
    เปลี่ยนความวุ่นวาย เป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์
    11 พ.ค. 2569 · 5:23 · ยอห์น 10:10
    ตัวละครในหนังสือ ‘ออน เดอะ โร้ด’ ของแจ็ก เครูแอ็ก บอกว่าต้องไปต่อ ทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน ชีวิตของหลายคนก็เป็นแบบนี้ มีสิ่งที่ต้องทำมากมายแต่เวลาไม่เคยพอ จนเป้าหมายเลือนหายไปท่ามกลางความวุ่นวาย คู่มือการขายของตัวแทนประกันชีวิตคนหนึ่งมีหลัก 4 ข้อที่ใช้กับชีวิตได้ คือ ยอมรับว่ามีปัญหา ปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแก้ เห็นว่าการหาทางออกสำคัญที่สุด และยอมสละบางสิ่งเพื่อเป้าหมายนั้น พระเยซูเสด็จมาเพื่อให้เรามีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ เมื่อหันหลังให้บาปและความสิ้นหวังแล้วก้าวตามพระองค์ไป เราจะพบเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต

    “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลัก ฆ่า และทำลาย เรามาเพื่อพวกเขาจะได้ชีวิต และเป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์” (ยอห์น 10:10)
  26. ตอนที่ 261
    จงยึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้าและวางใจในเวลาของพระองค์
    4 พ.ค. 2569 · 5:42 · กันดารวิถี 23:19
    เมื่อคำอธิษฐานยังไม่ได้รับคำตอบ เราอาจเริ่มคิดว่าพระสัญญาเป็นจริงสำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับเรา การดิ้นรนกับปัญหาไม่ใช่ความล้มเหลว แต่การหลงเชื่อว่าพระเจ้าไม่สนใจหรือลืมเราแล้วต่างหากที่นำไปสู่ความสิ้นหวัง พระสัญญาของพระเจ้าเป็นเหมือนคำมั่นจากพ่อแม่ที่รักให้แก่ลูก แต่ไม่ได้มาพร้อมกำหนดเวลาตายตัว พระองค์ทรงอยู่เหนือเวลาและเห็นภาพรวมทั้งหมด ความสัตย์ซื่อของพระองค์รับประกันพระสัญญา แม้เราไม่สัตย์ซื่อ พระองค์ก็ยังทรงสัตย์ซื่อ เหมือนซาราห์ที่ให้กำเนิดบุตรเมื่ออายุ 90 พระองค์ทรงทราบว่าคุณอยู่ที่ไหน และจะอยู่ที่นั่นเพื่อพบคุณในวันพรุ่งนี้

    “พระเจ้าไม่ใช่มนุษย์ที่จะมุสา และไม่ใช่บุตรของมนุษย์ที่จะเปลี่ยนใจ พระองค์ตรัสแล้ว จะไม่ทรงทำตามหรือ? พระองค์ทรงลั่นวาจาแล้ว จะไม่ทรงทำให้สำเร็จหรือ?” (กันดารวิถี 23:19)
  27. ตอนที่ 260
    พระสัญญาแห่งฤทธานุภาพของพระเจ้าในยามที่คุณสิ้นหวัง
    22 เม.ย. 2569 · 5:04 · เยเรมีย์ 32:27
    บางครั้งสถานการณ์ทำให้เรารู้สึกติดกับดัก มองไม่เห็นทางออก แต่ช่วงเวลาที่เราหมดกำลังของตัวเอง อาจเป็นโอกาสให้พระเจ้าแสดงฤทธิ์อำนาจ พระคัมภีร์บันทึกคำถามว่า “มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับเราหรือ?” สามครั้ง ครั้งแรกเมื่อพระเจ้าทรงสัญญาว่าหญิงวัย 90 จะมีบุตร และอิสอัคก็เกิดมา ครั้งที่สองเมื่อทรงบอกเยเรมีย์ให้ซื้อที่ดินทั้งที่ประเทศกำลังจะถูกยึด พร้อมสัญญาว่าประชาชนจะได้กลับมาในอีก 70 ปี และครั้งที่สามในเศคาริยาห์ เมื่อทรงสัญญาจะฟื้นฟูแผ่นดิน ถ้าคุณพยายามจัดการทุกอย่างเองจนล้มเหลว ถึงเวลาแล้วที่จะปล่อยให้พระเจ้าเป็นวิศวกรออกแบบชีวิต

    “เราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของมวลมนุษยชาติ มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับเราหรือ?” (เยเรมีย์ 32:27)
  28. ตอนที่ 259
    จงยื่นมือเข้าหาผู้ที่กำลังทนทุกข์และมอบความหวังให้แก่กัน
    21 เม.ย. 2569 · 4:28 · สดุดี 34:17-18
    ผู้ใหญ่หลายคนคิดว่าความทุกข์ของวัยรุ่นเดี๋ยวก็ผ่านไปเอง แต่วัยรุ่นจำนวนมากยังไม่มีประสบการณ์พอจะรู้ว่าเรื่องร้ายจะผ่านไปได้ และต้องแบกความกดดันจากการเรียนและความคาดหวังของครอบครัว ผลวิจัยชี้ว่า 4 ใน 5 ของคนหนุ่มสาวที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย เคยส่งสัญญาณความทุกข์ออกมาก่อนแล้ว ชาเรล คีส์ เคยรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่าพอจะอยู่ต่อ จนได้อ่านงานของ ซี.เอส. ลูอิส และเริ่มเชื่อว่ามีพระเจ้าที่ประคับประคองทุกสิ่ง เธอพบว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังเล็กๆ ก็สู้กับความสิ้นหวังที่ยิ่งใหญ่ได้ หากเห็นสัญญาณเตือนจากคนที่คุณรัก จงยื่นมือเข้าไปช่วย หรือพาเขาไปพบผู้เชี่ยวชาญ

    “เมื่อคนชอบธรรมร้องทูล พระยาห์เวห์ทรงฟัง และทรงช่วยเขาให้พ้นจากความทุกข์ยากทั้งสิ้นของเขา พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่จิตใจแตกสลาย และทรงช่วยผู้ที่จิตวิญญาณฟกช้ำให้รอด” (สดุดี 34:17-18)
  29. ตอนที่ 258
    พลังแห่งความเชื่อที่มองเห็นพระสัญญาของพระเจ้า
    13 เม.ย. 2569 · 5:34 · ฮีบรู 11:6
    เมื่อโมเสสส่งชาย 12 คนไปสอดแนมคานาอัน 10 คนกลับมาด้วยความกลัว บอกว่ากำแพงสูงเทียมฟ้าและคนที่นั่นตัวใหญ่จนพวกเขาเหมือนตั๊กแตน แต่คาเลบกับโยชูวาเห็นสิ่งเดียวกันและตอบว่า อุปสรรคมีจริง แต่พระเจ้าจะทรงมอบดินแดนนี้ให้แน่นอน ทีละคนชายทั้ง 10 จากไป จนเมื่ออายุ 85 คาเลบขอบุกยึดเทือกเขาเฮบรอน เพราะเขาติดตามพระเจ้าอย่างสุดใจ ความเชื่อของเขาคือความไว้วางใจแบบไม่มีข้อแม้ เหมือนเรย์มอนด์ บูเกอร์ นักกีฬาโอลิมปิกที่ขอไปรับใช้ในที่ยากที่สุดจนได้ไปพม่า ถ้าพระเจ้าทรงเติมเต็มความปรารถนาของคาเลบได้ พระองค์จะเมินเฉยพระสัญญาที่ให้คุณหรือ

    “แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์” (ฮีบรู 11:6)
  30. ตอนที่ 257
    ฤทธานุภาพของพระเจ้าปลดปล่อยศักยภาพอันยิ่งใหญ่ผ่านสิ่งธรรมดาสามัญ
    6 เม.ย. 2569 · 4:58 · เอเฟซัส 3:20
    เครื่องบินเจ็ตทดลองรุ่น SB70A ขึ้นบินได้ราบรื่น แต่ล้อหน้ากลับไม่กางตอนจะลงจอด คลิปหนีบกระดาษตัวเล็กที่โจเซฟ คอตตอน ใช้ลัดวงจร ช่วยไม่ให้เครื่องพังยับเยิน ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยสิ่งเล็กๆ ที่นำไปสู่สิ่งยิ่งใหญ่ ในพระคัมภีร์ แซมซั่นใช้กระดูกขากรรไกรลา ดาวิดใช้หินกับสลิง และเอสเธอร์กับรูธก็กล้าหาญจนพระเจ้าทรงใช้ ชัยชนะเหล่านั้นมาจากฤทธานุภาพของพระเจ้า ไม่ใช่จากตัวเขาเอง ความรู้สึกว่าเรามีไม่มากช่วยให้เราไม่เย่อหยิ่งและวางใจพระเจ้าได้ง่ายขึ้น สิ่งสำคัญไม่ใช่สิ่งที่คุณทำได้ด้วยตัวเอง แต่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงทำผ่านชีวิตของคุณ

    “ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระเจ้า ผู้ทรงสามารถกระทำสารพัดมากยิ่งกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้ โดยฤทธานุภาพของพระองค์ที่ทำงานอยู่ภายในเรา” (เอเฟซัส 3:20)
  31. ตอนที่ 256
    นี่คือเหตุผลที่ข้อแก้ตัวเป็นอุปสรรคต่อความรอด
    30 มี.ค. 2569 · 5:00 · ยอห์น 15:22
    เบนจามิน แฟรงคลิน กล่าวว่าคนที่เก่งแต่หาข้อแก้ตัวมักเอาดีเรื่องอื่นไม่ได้ เหตุผลคือต้นตอแท้ของการกระทำ แต่ข้อแก้ตัวเป็นภาพปกปิดเพื่อปกป้องอีโก้ ในอุปมาของพระเยซู แขกที่ได้รับเชิญต่างอ้างเรื่องที่ดิน วัว และการแต่งงาน กิจกรรมเหล่านั้นไม่ผิด แต่ถูกใช้เป็นข้ออ้างที่จะไม่มา ทุกวันนี้คนก็ยังอ้างเรื่องงาน ข้อสงสัยทางวิชาการ คนหน้าซื่อใจคด หรือว่าตัวเองก็เป็นคนดีอยู่แล้ว แต่คนทำของปลอมเลียนแบบเฉพาะของจริงที่มีค่า และความหยิ่งในความดีของตัวเองมักกีดกันเราจากพระเจ้า พระเยซูยังทรงเชิญว่า “จงมาหาเรา แล้วเราจะให้ท่านทั้งหลายได้พักสงบ”

    “ถ้าเราไม่ได้มาและไม่ได้สอนพวกเขา เขาก็จะไม่มีความผิดบาป แต่บัดนี้พวกเขาไม่มีข้อแก้ตัวในเรื่องบาปของตน” (ยอห์น 15:22)
  32. ตอนที่ 255
    สมอเรือ 4 ตัว เพื่อการหยัดยืนฝ่าพายุแห่งชีวิต
    23 มี.ค. 2569 · 6:02 · กิจการ 27:29
    บนเรือเก่าที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดกลางพายุ นายแพทย์ลูกาบันทึกว่าความหวังที่จะรอดค่อยๆ เลือนหาย จนพวกเขาทอดสมอสี่ตัวรอรุ่งเช้า สมอตัวแรกในชีวิตคือพระคัมภีร์ แผนที่เดินเรือที่ชี้ไปยังพระคริสต์ผู้ทรงเป็นดั่งประภาคาร ตัวที่สองคือความเชื่อในพระเยซู ผู้ไม่ได้สัญญาว่าจะพาเราพ้นพายุทันที แต่สัญญาว่าจะอยู่ด้วย เอ็ดเวิร์ด วิลสัน แพทย์ในคณะสำรวจขั้วโลกใต้ปี 1912 ซึ่งเสียชีวิตห่างจุดปลอดภัยเพียง 11 ไมล์ เขียนว่าความไว้วางใจของเขาอยู่ที่พระเจ้า ตัวที่สามคือการอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ และตัวที่สี่คือการจัดเตรียมของพระเจ้า ที่บางครั้งทรงอนุญาตให้ลมพัดมาเพื่อเตือนว่าเราต้องการพระองค์

    “ด้วยเกรงว่าเรือจะถูกพัดไปชนเข้ากับโขดหินริมฝั่ง พวกเขาจึงทอดสมอสี่ตัวจากท้ายเรือ และเฝ้าภาวนาขอให้รุ่งเช้ามาถึง” (กิจการ 27:29)
  33. ตอนที่ 254
    ความสำเร็จที่แท้จริงคือการรู้จักและเชื่อฟังพระเจ้า
    16 มี.ค. 2569 · 5:31 · สดุดี 40:8
    ออปเพนไฮเมอร์เคยเขียนว่า ความสำเร็จมีความหมายต่างกันมากพอๆ กับจำนวนมนุษย์บนโลก ตามมาตรฐานคนส่วนใหญ่ เขาสำเร็จอย่างสูง ทั้งได้ทุนฮาร์วาร์ด ได้ปริญญาเอก และถูกขนานนามว่าบิดาแห่งระเบิดปรมาณู แต่ในบั้นปลายเขาบอกว่าผลงานทิ้งไว้เพียงรสชาติของเถ้าถ่านบนปลายลิ้น และพลังทำลายล้างของระเบิดกลายเป็นความรู้สึกผิดที่กดทับใจ เรื่องของเขาแสดงว่าความสำเร็จเป็นมากกว่าชื่อในหน้าประวัติศาสตร์ มันคือตัวตนที่แท้จริงที่ยังเหลืออยู่เมื่อแสงสีจางหาย คือการค้นพบและทำตามพระทัยของพระเจ้า ซึ่งเริ่มจากความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์

    “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะทำตามพระทัยของพระองค์ ธรรมบัญญัติของพระองค์อยู่ในใจของข้าพระองค์” (สดุดี 40:8)
  34. ตอนที่ 253
    ใช้สิ่งที่คุณมีอยู่แล้วเพื่อพระสิริของพระองค์
    9 มี.ค. 2569 · 5:20 · มัทธิว 14:19
    เมื่อทหารสามคนเสี่ยงชีวิตฝ่าวงล้อมศัตรูไปตักน้ำจากบ่อในเบธเลเฮมให้ดาวิด ท่านเห็นว่าน้ำนั้นล้ำค่าเกินกว่าจะดื่ม จึงเทถวายแด่พระเจ้า ที่ชุมชนยากจนแห่งหนึ่งในมะนิลา เด็กหญิงคนหนึ่งให้ของขวัญเป็นสบู่ก้อนเล็กกับซุปซองเดียว แม้เธอมีแทบไม่พอใช้ แต่ของขวัญนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน พระเจ้าทรงขอเพียงสิ่งที่เรามีอยู่ หญิงม่ายมีน้ำมันเหยือกเล็ก ดาวิดมีสลิง โมเสสมีไม้เท้าเก่า และเด็กชายมีอาหารกลางวันที่พระเยซูทรงใช้เลี้ยงคนนับพัน ลองบอกพระองค์ว่า “ลูกเป็นของพระองค์ ขอทรงรับและใช้ลูกเถิด”

    “แล้วพระองค์ทรงสั่งให้ฝูงชนนั่งลงบนหญ้า เมื่อทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้นแล้ว ก็แหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ ขอบพระคุณ และหักขนมปังส่งให้พวกสาวก พวกสาวกก็เอาไปแจกให้ฝูงชน” (มัทธิว 14:19)
  35. ตอนที่ 252
    จงถวายสิ่งที่คุณมี
    2 มี.ค. 2569 · 5:14 · 2 พงศ์กษัตริย์ 4:3
    สามีของเธอเคยอุทิศชีวิตรับใช้พระเจ้า แต่เมื่อเขาตาย เจ้าหนี้กำลังจะมาเอาลูกชายทั้งสองไปเป็นทาส เธอมาหาเอลีชาและบอกอย่างถ่อมใจว่าในบ้านไม่เหลืออะไรนอกจากน้ำมันขวดเดียว เอลีชาให้เธอเคาะประตูยืมไหเปล่าจากเพื่อนบ้าน แล้วปิดประตูเทน้ำมันลงไป น้ำมันเต็มใบแล้วใบเล่าจนไม่มีภาชนะเหลือจึงหยุดไหล เธอขายน้ำมันใช้หนี้และมีพอเลี้ยงชีพ หลายคนไม่ทำอะไรเลยเพราะคิดว่าไม่มีเงินก้อนโตหรือพรสวรรค์โดดเด่น แต่พระเจ้าไม่เคยขอสิ่งที่คุณไม่มี สิ่งสำคัญคือคุณใช้สิ่งที่มีอย่างไร คุณไม่มีทางให้พระเจ้าได้มากกว่าที่พระองค์ประทานให้คุณ

    “เอลีชากล่าวว่า “จงออกไปขอยืมภาชนะเปล่าจากเพื่อนบ้านของเจ้าทุกคน อย่าขอยืมมาน้อยเลย”” (2 พงศ์กษัตริย์ 4:3)
  36. ตอนที่ 251
    5 แนวทางในการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
    23 ก.พ. 2569 · 4:40 · สดุดี 89:47
    เมื่อเราพูดว่า “ฉันไม่มีเวลา” ความจริงมักหมายถึงเรื่องนั้นยังไม่สำคัญพอ ทุกคนมีเวลาเท่ากันคือสัปดาห์ละ 168 ชั่วโมง ความต่างอยู่ที่การจัดระเบียบชีวิต มีห้าแนวทางที่ช่วยได้ คือ เริ่มต้นให้ตรงเวลา ทำทันทีแทนการผัดวันประกันพรุ่ง รู้จักปฏิเสธเพื่อมีเวลาให้สิ่งที่สำคัญจริง หาเวลาพักบ้าง เหมือนที่จอห์น รัสกิน บอกว่าตัวหยุดในดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเพลง และอย่าคิดเอาเองว่าจะมีพรุ่งนี้ เวลาไม่ได้มาเป็นก้อนใหญ่ แต่มาทีละนาที ชีวิตเราก็ประกอบขึ้นจากสิ่งที่ทำในแต่ละนาทีนั้น

    “โปรดระลึกเถิดว่าชีวิตของข้าพระองค์นั้นสั้นเพียงใด ความเป็นมนุษย์นี้ช่างว่างเปล่าและไร้แก่นสารเสียเหลือเกิน!” (สดุดี 89:47)
  37. ตอนที่ 250
    ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย
    16 ก.พ. 2569 · 5:08 · เอเฟซัส 5:15-16
    ชาวโรมันพูดว่า Tempus fugit เวลาผ่านไปไว และยิ่งโตขึ้นเวลาก็ยิ่งเหมือนติดเทอร์โบ แต่ปริมาณเวลาไม่สำคัญเท่ากับว่าเราใช้มันอย่างไร ชาวกรีกมีคำว่าโครนอส คือเวลาตามเข็มนาฬิกา และไครอส คือเวลาแห่งโอกาสที่มีจุดมุ่งหมาย โรเบิร์ต มอฟฟัต มิชชันนารีผู้บุกเบิก เขียนว่าเราจะมีนิรันดร์เพื่อฉลองชัยชนะ แต่มีเพียงชั่วโมงสั้นๆ ก่อนตะวันตกดินเพื่อคว้ามันไว้ เปาโลเตือนให้ใช้ทุกโอกาสให้คุ้มค่า เพราะการตัดสินใจตอนนี้ส่งผลถึงนิรันดร์ การผลัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ขโมยแค่เวลา แต่ขโมยแก่นแท้ของชีวิตไปด้วย

    “เพราะฉะนั้น จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา จงใช้ทุกโอกาสที่มีให้คุ้มค่า เพราะว่าทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่ชั่วร้าย” (เอเฟซัส 5:15-16)
  38. ตอนที่ 249
    เวลาจะมีความหมายที่แท้จริงในความนิรันดร์ของพระเจ้า
    9 ก.พ. 2569 · 5:48 · ปัญญาจารย์ 3:11
    ถ้าขอให้คน 6 คนอธิบายคำว่าเวลา อาจได้คำตอบ 6 แบบ นักฟิสิกส์ ช่างทำนาฬิกา นักชีววิทยา และนายธนาคาร ต่างมองเวลาไม่เหมือนกัน นิวตันเคยว่าเวลาเป็นสิ่งสัมบูรณ์ จนไอน์สไตน์ท้าทายความคิดนั้น วิทยาศาสตร์ต้องดิ้นรนเข้าใจเวลา เพราะเวลาผูกติดกับการทรงสร้าง ซึ่งชี้ไปที่พระหัตถ์ของพระเจ้า พระคัมภีร์บอกว่าเวลาเริ่มเมื่อพระเจ้าทรงกำหนดเวลาเย็นและเวลาเช้า และจะดำเนินไปจนถึงนิรันดร์ ในช่วงพักสั้นๆ นี้เรามักเร่งรีบและวิตกกังวล แต่เวลาจะไม่มีความหมายยั่งยืนเลยหากปราศจากความนิรันดร์ ที่ซึ่งเราจะพบพระเจ้า

    “พระองค์ทรงกระทำให้ทุกสิ่งงดงามตามวาระของมัน พระองค์ทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในจิตใจมนุษย์ด้วย แต่ถึงกระนั้นมนุษย์ก็ยังไม่สามารถเข้าใจสรรพกิจที่พระเจ้าทรงกระทำตั้งแต่ปฐมกาลจนกาลปวสานได้” (ปัญญาจารย์ 3:11)
  39. ตอนที่ 248
    ค้นพบความหวังในการกลับมาคืนดีกัน
    2 ก.พ. 2569 · 4:54 · มัทธิว 5:23-24
    ชีวิตคู่ไม่ได้จบด้วยการทะเลาะหรือการนอกใจเสมอไป บางคู่ความรักค่อยๆ เลือนหายเพราะความละเลย เหมือนเอ็ดกับเจนที่แยกทางกันนานเจ็ดปี จนเอ็ดซึ่งเป็น รปภ. ในโรงพยาบาล ได้พบเจนที่มาเยี่ยมคนไข้ ช่วงที่ห่างกัน เอ็ดหันมาติดตามพระเยซูและผูกพันกับคริสตจักร เขาตัดสินใจถามเจนว่าจะทำให้ความรักกลับมาได้ไหม จนได้แต่งงานกันอีกครั้ง เราต่อต้านการคืนดีเพราะทิฐิที่ไม่ยอมพูดว่า “ขอโทษนะ” พระเจ้าไม่เคยเป็นผู้ทำให้คู่รักแยกทาง แต่พระวิญญาณของพระองค์ทรงนำการคืนดี การรักษา และการฟื้นฟูมาให้

    “เพราะฉะนั้น ถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว และระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีใจขุ่นเคืองท่าน จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน” (มัทธิว 5:23-24)
  40. ตอนที่ 247
    ค้นพบความสุขที่ยั่งยืนด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้อง
    26 ม.ค. 2569 · 4:52 · มัทธิว 5:11-12
    นักเขียนชื่อ I. L. Peretz เล่าถึงบอนเช่ ชายยากไร้ที่ขอเพียงขนมปังร้อนๆ ทาเนยทุกเช้าเป็นรางวัลในสวรรค์ เรามักคิดว่าข้าวของเงินทองคือกุญแจสู่ความสุข แต่ยิ่งสะสมมากก็ยิ่งวุ่นวายใจ ทุกวันนี้มีหนังสือสอนวิธีหาความสุขเต็มไปหมด และจิตวิทยาเชิงบวกก็เน้นการรู้สึกดี แต่การมุ่งรู้สึกดีชั่วคราวเหมือนกินยาแก้ปวด ทั้งที่แผลลึกข้างในยังต้องการการรักษา พระคัมภีร์ไม่ได้หยิบยื่นความสุขสำเร็จรูป แต่พูดถึงการให้อภัยและสันติสุขจากความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า การทำสิ่งที่ถูกต้องสำคัญกว่าการรู้สึกดี และนั่นนำไปสู่ความชื่นชมยินดีที่ยั่งยืน

    “เมื่อพวกเขาจะติเตียนข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายต่างๆ เป็นความเท็จเพราะเรา ท่านก็เป็นสุข จงชื่นชมยินดี เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์” (มัทธิว 5:11-12)
  41. ตอนที่ 246
    สติปัญญาจากพระคัมภีร์เพื่อการวินิจฉัย
    19 ม.ค. 2569 · 4:53 · โคโลสี 2:8
    พี.ที. บาร์นัม สร้างชื่อจากแนวคิดว่าคนเราชอบถูกหลอก แต่ในเรื่องความเชื่อ พระเยซูทรงชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครล่อลวงผู้ติดตามของพระองค์ พระองค์ทรงเตือนให้ระวังผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จในคราบแกะ และคำสอนที่ผิด รากศัพท์กรีกของคำว่า “ระวัง” หมายถึงการสังเกตอย่างตั้งใจจนเห็นชัด เหมือนการตัดเชือกโดยไม่มีไม้บรรทัดที่ทุกคนกะพลาด เราต้องการคู่มือที่เชื่อถือได้ และพระเจ้าประทานพระคัมภีร์ให้ หากมีคนว่าเราชอบตัดสิน เราตอบได้ว่ากำลังแยกแยะโดยใช้พระคัมภีร์ แต่ต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ยึดคือความจริงของพระเจ้า ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว

    “จงระวังให้ดี อย่าให้ใครทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญาที่ว่างเปล่าและคำหลอกลวงที่ไร้สาระ ซึ่งตามธรรมเนียมของมนุษย์และตามวิญญาณต่างๆ แห่งสากลโลก ไม่ได้ตามพระคริสต์” (โคโลสี 2:8)
  42. ตอนที่ 245
    วีรบุรุษที่แท้จริงคือคนธรรมดา
    12 ม.ค. 2569 · 5:14 · ผู้วินิจฉัย 3:31
    ค่านิยมในใจเป็นตัวกำหนดว่าเรามองใครเป็นฮีโร่ และหลายคนที่โลกเรียกว่าฮีโร่อาจเป็นแค่คนดัง แต่วีรบุรุษตัวจริงมักเป็นคนธรรมดาที่ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน อย่างนิคาซิโอ อารานาส เสมียนบัญชีในมหาวิทยาลัยที่ฟิลิปปินส์ ผู้คอยเมตตานักศึกษาที่โดดเดี่ยว เขาส่งลูก 8 คนเรียนจบ แล้วกลับไปเรียนเองตอนอายุ 67 จนได้สวมชุดครุย เพื่อนคนหนึ่งอยากเรียนศาสนศาสตร์ตอนอายุ 40 แต่ลังเล จนได้คิดว่าอีก 3 ปีเขาก็อายุ 43 อยู่ดี ไม่ว่าจะทำตามความฝันหรือไม่ วันนี้เขาเป็นศิษยาภิบาลแล้ว

    “ถัดจากเอฮูดไปคือชัมการ์บุตรอานาท ท่านฆ่าคนฟีลิสเตียหกร้อยคนด้วยประตักที่ใช้ไล่วัว ท่านก็ได้ช่วยกู้คนอิสราเอลด้วย” (ผู้วินิจฉัย 3:31)
  43. ตอนที่ 244
    พระคำของพระเจ้ามีชีวิตและทรงพลานุภาพ
    5 ม.ค. 2569 · 4:15 · ฮีบรู 4:12
    ผู้เขียนฮีบรูเปรียบพระคำของพระเจ้าเหมือนดาบสองคมที่แทงทะลุถึงจิตและวิญญาณ ไม่แปลกที่ประเทศซึ่งห้ามเสรีภาพทางความเชื่อจะกลัวพลังของหนังสือเล่มนี้ ปี 1854 พระคัมภีร์ใหม่เล่มเล็กตกจากเรืออังกฤษลงอ่าวในญี่ปุ่น นายพลมูราตะให้ล่ามชาวดัตช์แปล แล้วหาฉบับภาษาจีนมาอ่านเอง จากที่เคยคิดว่าพระเจ้าอยู่ไกลและขี้โมโห เขากลับพบพระเจ้าผู้ทรงรักและส่งพระบุตรมา จนรับบัพติศมาแม้เสี่ยงชีวิต คริสเตียนญี่ปุ่นจำนวนมากสืบความเชื่อย้อนไปถึงไบเบิลเปียกน้ำเล่มนั้น พระคำชี้ไปที่พระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นคำตอบของปัญหาที่ลึกที่สุดในชีวิต

    “เพราะว่าพระคำของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ คมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งจิตและวิญญาณ ตลอดจนข้อกระดูกและไขกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย” (ฮีบรู 4:12)
  44. ตอนที่ 243
    เปลี่ยนความเชื่อเป็นการกระทำ
    29 ธ.ค. 2568 · 4:40 · ฟีลิปปี 1:6
    สเปอร์เจน ลูเธอร์ ทรูบลัด และฮันนาห์ สมิธ ต่างนิยามความเชื่อไว้ และพระคัมภีร์สอนว่าความเชื่อมีสององค์ประกอบ คือความเชื่อในเชิงความคิด และความไว้วางใจที่ต้องลงมือทำ เหมือนเด็กชายที่บอกว่าเชื่อว่าบลอนดินจะเข็นเขาข้ามน้ำตกไนแอการาได้ แต่ไม่ยอมขึ้นไปนั่งในรถเข็น ความไว้วางใจเป็นเหมือนลูกหมาที่นอนผ่อนคลายหน้าเตาผิง หรือมือเด็กเล็กที่เอื้อมไปหาอ้อมกอดแม่ คือการได้พักจากความกังวล เพราะมั่นใจว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกอย่าง ถ้าคุณเชื่อว่าพระองค์ผู้ทรงเริ่มการดีในคุณจะทำให้สำเร็จ ทำไมวันนี้ยังไม่กล้าไว้วางใจพระองค์

    “ข้าพเจ้าแน่ใจว่าพระองค์ผู้ทรงเริ่มต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 1:6)
  45. ตอนที่ 242
    ความเชื่อเปิดตาของเราให้เห็นการสถิตอยู่ของพระเจ้า
    22 ธ.ค. 2568 · 5:44 · ฮีบรู 11:6
    ไม่ว่าโศกนาฏกรรมใหญ่หรือเรื่องร้ายเล็กๆ ล้วนเตือนให้เราเห็นขีดจำกัดของมนุษย์ บางคนลืมไปว่าพระเจ้าไม่ได้สัญญาว่าจะปกป้องเราจากอันตรายทุกอย่าง แต่คนที่มีความเชื่อจะเงยหน้าจับจ้องที่พระเยซู ความเชื่อคือการย้ายจุดโฟกัสจากปัญหาและความเจ็บปวดไปที่พระเจ้า แม้คำถามว่าทำไมอาจไม่ได้รับคำตอบในชีวิตนี้ แต่เหมือนที่เปาโลเขียนขณะติดคุกว่า “ข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าเชื่อ” ความเชื่อให้ความหวังว่าความยากลำบากเป็นเรื่องชั่วคราว แสงสว่างจะตามมาหลังความมืด และเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง พระเจ้าจะทรงรอต้อนรับคุณอยู่

    “และถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์” (ฮีบรู 11:6)
  46. ตอนที่ 241
    อัศจรรย์แห่งการจัดเตรียมในชีวิตประจำวันที่เรามองข้าม
    15 ธ.ค. 2568 · 4:58 · โยบ 5:10
    โยบเรียกพระเจ้าว่าผู้ทรงทำการมหัศจรรย์ที่นับไม่ถ้วน และยกตัวอย่างเรื่องฝน กว่าฝนจะตกในอิสราเอลหรือเลบานอน น้ำจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนต้องระเหยขึ้นไป ลมและบรรยากาศต้องลงตัวพอจะพัดความชื้นเข้าแผ่นดินไกลๆ เกลือต้องถูกดึงออก และเมฆต้องปล่อยน้ำหนักมหาศาลลงมาอย่างอ่อนโยน เรามองข้ามความอัศจรรย์เช่นนี้ทุกวัน ทั้งชีวิตใหม่ที่เริ่มจากเซลล์เดียว และออกซิเจนที่ไหลเวียนในเลือด บางครั้งเราควรหยุด หาที่เงียบสงบ แล้วขอบพระคุณพระบิดาสำหรับชีวิต ลมหายใจ และสิ่งที่เรามองข้าม และขอพระองค์โปรดยกโทษที่เรามองการดูแลของพระองค์เป็นเรื่องธรรมดา

    “พระองค์ประทานฝนบนแผ่นดิน และส่งน้ำมาบนทุ่งนา” (โยบ 5:10)
  47. ตอนที่ 240
    อิสระจากความเกลียดชัง เกิดขึ้นได้ด้วยการให้อภัย
    8 ธ.ค. 2568 · 5:13 · มัทธิว 5:43-44
    พระเยซูทรงถูกเกลียดชังโดยไม่มีสาเหตุ แต่เมื่อถูกกล่าวร้าย พระองค์ไม่ได้กล่าวร้ายตอบ เราจะปลดปล่อยความเกลียดชังได้อย่างไร เริ่มจากซื่อสัตย์ยอมรับว่ามันอยู่ในใจ สำรวจว่าทำไมเราเกลียดคนนั้น แล้ววางเขาไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าเพราะการแก้แค้นเป็นของพระองค์ ทูลขอให้พระเจ้าปลดปล่อยเราจากความต้องการแก้แค้น อธิษฐานเผื่อคนที่เราเกลียด ซึ่งจะทำให้เราเห็นเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่หลงผิดและต้องการพระเจ้า และสุดท้ายคือปล่อยความเกลียดชังไป ผู้รอดชีวิตจากสงครามคนหนึ่งพบว่า คนที่ก้าวต่อไปได้คือคนที่ไม่ยึดติดกับความเจ็บปวดในอดีต

    “ท่านทั้งหลายเคยได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า "จงรักเพื่อนบ้านและเกลียดชังศัตรู" แต่เราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และอธิษฐานเผื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน” (มัทธิว 5:43-44)
  48. ตอนที่ 239
    หยุดบ่มเพาะความเกลียดชังและเลือกความรัก
    1 ธ.ค. 2568 · 4:44 · ยอห์น 15:25
    ความเกลียดชังมาพร้อมราคาที่สูงมาก ผู้คนตกเป็นเป้าเพียงเพราะอยู่ต่างชุมชน ต่างความเชื่อ หรือคิดต่าง รากของมันย้อนไปถึงคาอินและอาแบล เมื่อพระเจ้าทรงโปรดปรานเครื่องถวายของอาแบล คาอินก็โกรธและชักสีหน้า พระเจ้าทรงเตือนว่า “บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู” แต่คาอินปล่อยให้ความริษยางอกงามเป็นความเกลียดชัง จนหลอกน้องชายไปฆ่าที่ทุ่งนา แล้วปัดความรับผิดชอบว่า “ข้าพระองค์เป็นผู้ดูแลน้องชายหรือ?” ความจริงคือเราต้องรับผิดชอบต่อกันและกัน และต้องกำจัดความเกลียดชังก่อนที่มันจะทำลายเรา

    “ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้เป็นจริงตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ของเขาที่ว่า “เขาเกลียดชังเราโดยไม่มีสาเหตุ”” (ยอห์น 15:25)
  49. ตอนที่ 238
    พบความปลอดภัยได้ในการทรงสถิตของพระเจ้า
    24 พ.ย. 2568 · 4:20 · 1 พงศาวดาร 29:15
    ในวันที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถูกโจมตี ชายคนหนึ่งรอดเพราะลืมบัตรไว้ที่บ้าน อีกคนเปลี่ยนเที่ยวบินในนาทีสุดท้าย ส่วนสแตนลีย์ ไพรมนาถ ผู้นำคริสตจักร ติดอยู่ท่ามกลางซากที่สูงถึงไหล่ แต่หลุดออกมาและเดินลงบันได 81 ขั้นได้ แล้วเขาขอบคุณพระเจ้าที่ทรงควบคุมอยู่ แต่ผู้ที่รอดใกล้ชิดพระเจ้ามากกว่าหรือ พระเยซูตรัสว่าคนที่ตายเพราะหอคอยพังไม่ได้มีความผิดมากกว่าคนอื่น และฮีบรู 11 ก็เล่าถึงคนแห่งความเชื่อที่ไม่ได้รับการปลดปล่อย ความปลอดภัยคือการมีพระเจ้าอยู่ด้วย จงใช้ชีวิตอย่างสมคุณค่าทุกวัน เพื่อจะพร้อมเมื่อพระเจ้าทรงเรียกกลับบ้าน

    “ข้าพระองค์ทั้งหลายก็เหมือนบรรพบุรุษ คือเป็นคนแปลกหน้าและต่างถิ่นในสายพระเนตรของพระองค์ วันเวลาของข้าพระองค์ทั้งหลายในโลกนี้ก็เหมือนเงา ไม่มีความหวังใดๆ” (1 พงศาวดาร 29:15)
  50. ตอนที่ 237
    เราจะหลุดพ้นจากความคิดที่เป็นพิษได้อย่างไร
    17 พ.ย. 2568 · 4:15 · 1 โครินธ์ 8:2
    อะไรทำให้คนเชื่อว่าความไม่ซื่อสัตย์ทำได้ หรือความอยุติธรรมเป็นสิ่งถูกต้อง ความคิดที่เป็นพิษเกิดขึ้นเมื่อจิตใจได้รับอิทธิพลจากความเชื่อผิดๆ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่จิม โจนส์ นำคนกว่า 900 คนดื่มยาพิษ ไปจนถึงเรื่องธรรมดาอย่างการหาข้ออ้างให้การโกง หรือหมดศรัทธาในพระเจ้าเมื่อชีวิตไม่เป็นอย่างที่ต้องการ ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งใช้ไม้บรรทัดแสดงว่า วิธีเดียวที่จะขจัดความสับสนจากภาพลวงตาคือมาตรฐานที่แม่นยำ เช่นเดียวกัน เราต้องวัดชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้า อธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ขณะพิจารณาเส้นทางของเรา

    “ถ้าใครถือว่าตัวรู้สิ่งใดแล้ว คนนั้นยังไม่รู้ตามที่ตนควรจะรู้” (1 โครินธ์ 8:2)
  51. ตอนที่ 236
    เริ่มก้าวแรกสู่การเยียวยาชีวิตสมรสของคุณ
    10 พ.ย. 2568 · 4:34 · 1 ซามูเอล 26:24
    ความสัมพันธ์เหมือนต้นไม้ในบ้านที่ต้องดูแล เมื่อขาดแดดขาดน้ำ ใบจะเริ่มเหลืองและเหี่ยวเฉาไปในที่สุด สัญญาณของชีวิตสมรสที่เป็นพิษมีทั้งการต่างคนต่างอยู่เหมือนแค่คนอยู่บ้านเดียวกัน ความขุ่นเคืองที่สะสมโดยไม่ได้แก้ไข และการโทษอีกฝ่ายเมื่อมีเรื่องผิดพลาด การรู้ตัวว่ามีปัญหาคือก้าวแรก ก้าวต่อไปคือเริ่มที่ตัวคุณ กลับไปอ่านพระคำและอธิษฐานด้วยกัน เลิกจดจำความผิดเล็กๆ น้อยๆ และเห็นคุณค่าของกันและกัน เหมือนต้นไม้ที่ฟื้นได้เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน

    “ในวันนี้ข้าพระบาทเห็นคุณค่าชีวิตของฝ่าพระบาทฉันใด ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเห็นคุณค่าชีวิตของข้าพระบาท และขอทรงช่วยข้าพระบาทให้พ้นจากความทุกข์ยากทั้งมวลฉันนั้น” (1 ซามูเอล 26:24)
  52. ตอนที่ 235
    4 วิธีป้องกันตัวเองจากความเป็นพิษ
    3 พ.ย. 2568 · 5:29 · มัทธิว 16:6
    ปี 2006 อเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย เสียชีวิตเพราะมีคนเจตนาวางยาพิษด้วยโพโลเนียม-210 คนรอบตัวเราก็เป็นพิษต่อเราได้ผ่านพฤติกรรมและคำพูด มีสี่วิธีป้องกันตัวเอง คือ สร้างระยะห่างและจำไว้ว่า “ฉันไม่ได้... ฉันไม่สามารถ... ฉันจะไม่” ซื่อสัตย์ต่อตนเองแทนที่จะพยายามทำให้ทุกคนพอใจ กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนและกล้าพูดว่า “พอแล้ว” และมีชีวิตเพื่อพระเจ้า เรามีชีวิตอยู่ในโลก แต่ไม่ได้เป็นของโลก ให้เราดำเนินชีวิตตามพระเยซู

    “เมื่อพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า ‘จงสังเกตและระวังเชื้อของพวกฟาริสี และพวกสะดูสีให้ดี’” (มัทธิว 16:6)
  53. ตอนที่ 234
    ใจและความคิดของคุณมีสิ่งเป็นพิษซ่อนอยู่บ้างไหม
    27 ต.ค. 2568 · 4:31 · 2 ทิโมธี 1:13
    ครอบครัวหนึ่งที่อยู่ฟิลิปปินส์ป่วยกันทุกคน อ่อนแอลงทุกอาทิตย์ จนต้องกลับบ้านเกิดไปหาหมอ สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาพบว่าต้นตอคือสารเคมีฆ่าแมลงที่แม่ฉีดทั่วทุกห้องหลังลูกๆ เข้านอน เธอฆ่าแมลงได้ แต่ก็เกือบวางยาพิษคนในครอบครัวไปด้วย ทุกวันนี้เราใช้คำว่า “พิษ” พูดถึงความสัมพันธ์ ความคิด และชีวิตสมรสด้วย ชีวิตเราก็กลายเป็นพิษได้ถ้าไม่ทันสังเกตสัญญาณเตือน พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าอยากเชื่ออะไรก็ได้ แต่ให้คำแนะนำชัดเจนว่าควรยอมรับอะไรและปฏิเสธอะไร

    “จงยึดถือแบบอย่างของคำสอนอันมีหลักที่ท่านได้ยินจากข้าพเจ้าด้วยความเชื่อและความรักในพระเยซูคริสต์” (2 ทิโมธี 1:13)
  54. ตอนที่ 233
    ไม่มีใครหลงเจิ่นไกลจนเกินพลังเปลี่ยนแปลงของพระคัมภีร์ได้
    20 ต.ค. 2568 · 5:08 · ยอห์น 1:17
    ตอนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย วิลเลี่ยม แม็คเคย์ ได้พระคัมภีร์จากแม่ แต่เขาไม่สนใจและขายทิ้งไป จนกลายเป็นประธานสมาคมคนไม่เชื่อพระเจ้าในแคนาดาและเป็นนายแพทย์ วันหนึ่งชายหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสจากการตกจากที่สูงบอกเขาอย่างสงบว่า “ผมพร้อมแล้ว” และขอให้ส่งหนังสือเล่มหนึ่งมาให้ หลังชายหนุ่มเสียชีวิต ดร.แมคเคย์พบพระคัมภีร์ใต้หมอน ซึ่งเป็นเล่มเดียวกับที่แม่เขียนอุทิศให้เขาไว้ เขาคุกเข่าทูลขอพระเมตตา อุทิศตนใหม่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า และต่อมาเขียนหนังสือ Grace and Truth หนังสือเล่มนี้ได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน

    “เพราะบทบัญญัติประทานมาทางโมเสส ส่วนพระคุณและความจริงมาทางพระเยซูคริสต์” (ยอห์น 1:17)
  55. ตอนที่ 232
    คุณได้รับพระพรจากพระผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก
    13 ต.ค. 2568 · 2:50 · สดุดี 115:15
    คำว่า “พระพร” ในภาษากรีกคือ มาการีออส ซึ่งพระเยซูทรงใช้ในคำเทศนาบนภูเขา และให้ความหมายลึกกว่าความสุขธรรมดา คือความสุขและความอุดมสมบูรณ์จากความโปรดปรานพิเศษของพระเจ้า ยิ่งแบ่งปันพระพรให้คนอื่นมากเท่าไร เราก็ยิ่งสัมผัสพระพรมากขึ้น พระเจ้าไม่เหมือนเทพเจ้ากรีกที่ห่างเหินและคาดเดาไม่ได้ พระองค์ยินดีประทานแก่ทุกคนที่แบมือรอรับ แต่ยากจะประทานให้คนที่กำหมัดเข้าหาพระองค์ ผู้ฟังท่านหนึ่งแบ่งปัน “พระพรแห่งความสุข” สำหรับคู่สมรส เช่น การรักใคร่กันเหมือนเดิมแม้ระฆังวิวาห์หยุดแล้ว การไปนมัสการและอธิษฐานด้วยกัน และการให้พระเจ้าเป็นหุ้นส่วนคนที่สามในเรื่องเงิน

    “ขอให้ท่านได้รับพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” (สดุดี 115:15)
  56. ตอนที่ 231
    ให้ความสว่างของพระคริสต์นำคุณผ่านความมืดมิด
    6 ต.ค. 2568 · 4:04 · 1 ยอห์น 1:7
    เราใช้แสงสว่างทุกวันโดยแทบไม่รู้ว่ามันคืออะไร เซอร์ไอแซก นิวตัน ค้นพบว่าแสงสีขาวประกอบด้วยหลายสี คริสเตียน ฮอยเกนส์ เสนอว่าแสงเดินทางเป็นคลื่น และเจมส์ คลาร์ค แม็กซ์เวล วางพื้นฐานความเข้าใจเรื่องแสงในปัจจุบัน แต่เมื่อไฟดับและเราอยู่ในความมืดสนิท เราแค่ต้องการเทียนหรือไฟฉายสักกระบอก แสงมีทั้งแสงจากธรรมชาติ แสงประดิษฐ์ และแสงฝ่ายวิญญาณ ยอห์นบรรยายว่าพระเยซูทรงเป็นความสว่างแท้ที่ประทานความสว่างฝ่ายวิญญาณให้ทุกคน ความมืดในคืนเดือนแรมเทียบไม่ได้กับความมืดฝ่ายวิญญาณในใจคน แต่แสงสว่างขับไล่ความมืดออกไปได้

    “แต่ถ้าเราดำเนินในความสว่างเหมือนอย่างที่พระองค์ประทับในความสว่าง เราก็ร่วมสามัคคีธรรมกันและพระโลหิตของพระเยซูพระบุตรของพระองค์ก็ชำระเราพ้นจากบาปทั้งปวง” (1 ยอห์น 1:7)
  57. ตอนที่ 230
    จงเป็นศรัทธาสว่างไสวในโลกอันมืดมน
    29 ก.ย. 2568 · 4:01 · ยอห์น 8:12
    หลายคนรู้สึกว่าความมืดมนทางคุณธรรมและจิตวิญญาณวันนี้รุนแรงกว่าในอดีต มันเหมือนติดอยู่ก้นบ่อลึกที่ความหวังเดียวต้องมาจากเบื้องบน เราจะก่นด่าความมืด หรือจะจุดเทียนแม้เพียงเล่มน้อย? เด็กชายคนหนึ่งเห็นคนจุดตะเกียงชราเดินจุดไฟไปตามถนน แล้วพูดว่าเขากำลัง “เจาะรูเข้าไปในความมืด” ส่วนชายตาบอดคนหนึ่งจุดตะเกียงทุกเย็น เพื่อไม่ให้คนอื่นเดินมาสะดุดเขา พระเยซูผู้ทรงเป็นความสว่างของโลก ตรัสกับสาวกว่า “ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างของโลก” แสงของเราอาจช่วยให้ใครบางคนไม่ต้องเดินสะดุด

    “อีกครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสกับเขาทั้งหลายว่า เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยอห์น 8:12)
  58. ตอนที่ 229
    ยื่นมือออกไปหาพระเจ้าเมื่อปัญหาเข้ามาหาคุณ
    22 ก.ย. 2568 · 4:56 · ฮีบรู 12:11
    อัลเบิร์ต ครูเกอร์ เริ่มวันด้วยลูกแมวที่ตายในท้องแม่ ต่อมาสุนัขของเขากัดคน และระหว่างพาไปหาสัตวแพทย์ สุนัขก็วิ่งหนี กระเป๋าสตางค์ที่ลืมไว้ในตู้โทรศัพท์ก็หาย พอกลับถึงบ้านก็พบว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ ปัญหาและความยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และอาจพาเราเข้าใกล้หรือออกห่างจากพระเจ้า นักธุรกิจคนหนึ่งที่ไต่สู่ความสำเร็จจนแยกพระเจ้าออกจากชีวิต ต้องตกงานและครอบครัวได้รับผลกระทบ แต่วิกฤตนั้นทำให้เขาหันมาหาพระเยซู พระเจ้าไม่ได้ส่งความทุกข์มาลงโทษ แต่เพราะความรัก พระองค์อาจอนุญาตให้เราเจอความยากลำบาก เพื่อให้รู้ว่าเราต้องการพระองค์

    “ไม่มีการตีสอนใดดูน่าชื่นใจในเวลานั้น มีแต่จะเจ็บปวด แต่ภายหลังจะเกิดผลเป็นความชอบธรรมและสันติสุขแก่บรรดาผู้รับการฝึกฝนโดยการตีสอนนั้น” (ฮีบรู 12:11)
  59. ตอนที่ 228
    อดทนไว้เมื่ออยู่ในความกดดัน
    15 ก.ย. 2568 · 4:56 · ยากอบ 1:5
    บางครั้งเราเจอเรื่องน่ารำคาญใจเรื่องเดิมวันแล้ววันเล่า จนรู้สึกว่าทนไม่ไหวอีกแล้ว ไม่ว่าจะกับคู่สมรส คนที่ทำงาน ลูกวัยรุ่น หรือพ่อแม่ การเลิกรา ตะโกนด่า หรือเอาคืน ใคร ๆ ก็ทำได้ และมีแต่ทำให้แย่ลง คำว่าความอดทนในภาษากรีกคือ มาครอทธูมีอา หมายถึงการยืนหยัดมั่นคงเมื่อเผชิญการต่อต้าน เหมือนทหารที่ไม่หวั่นไหวในที่มั่น และเหมือนพระเยซูที่นิ่งสงบต่อแรงกดดัน ลองถอยห่างจากปัญหาสักครู่ เพื่อตอบสนองแทนการตอบโต้ และใช้เวลานั้นทูลขอปัญญาจากพระเจ้า ความอดทนไม่ได้แปลว่าต้องชอบสถานการณ์ แต่คือพระคุณที่จะรอคอยเวลาของพระเจ้าโดยไม่ทำบาป

    “แต่ถ้าใครในพวกท่านขาดสติปัญญา ให้คนนั้นทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานให้กับทุกคนด้วยพระทัยกว้างขวางและไม่ทรงตำหนิ แล้วเขาก็จะได้รับตามที่ทูลขอ” (ยากอบ 1:5)
  60. ตอนที่ 227
    ในพระคริสต์มักมีเรื่องให้ชื่นใจได้เสมอ
    8 ก.ย. 2568 · 5:09 · มาระโก 6:50
    การทักทายสำคัญในทุกวัฒนธรรม ชาวกรีกโบราณอวยพรกันด้วยความยินดี ชาวโรมันอวยพรให้มีกำลัง แต่พระเยซูมักทักทายว่า “ทำใจดีดีเถิด” ทั้งกับสาวกที่ตกใจกลัวเมื่อเห็นพระองค์เดินบนน้ำ กับชายที่เป็นง่อย และกับสาวกที่กังวลเรื่องอนาคต บางคนมองว่าชีวิตไม่มีอะไรน่าชื่นใจ นักปรัชญาอย่างเฟรดริช นีทซ์เช่ ก็ยอมแพ้กับการค้นหาความหมายของชีวิต แต่พระเยซูทรงเปลี่ยนทุกสิ่ง เมื่อสาวกสิ้นหวังหลังพระองค์สิ้นพระชนม์ ข่าวการฟื้นคืนพระชนม์ก็เปลี่ยนความสิ้นหวังให้เป็นความยินดี วันนี้พระองค์ยังตรัสกับเราว่า “จงชื่นใจเถิด เราชนะโลกแล้ว”

    “เพราะว่าทุกคนเห็นแล้วก็กลัว แต่ในทันใดนั้น พระองค์แย้มพระโอษฐ์ตรัสกับพวกเขาว่า “ทำใจดีๆ เถิด นี่เราเอง อย่ากลัวเลย”” (มาระโก 6:50)
  61. ตอนที่ 226
    คุณสามารถเป็นเครื่องมือแห่งสันติสุขของพระเจ้าที่นำสู่การเปลี่ยนแปลงได้
    1 ก.ย. 2568 · 5:07 · ยอห์น 14:27
    นักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซีอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดให้ข้าพระองค์เป็นเครื่องมือแห่งสันติสุขของพระองค์” บ่อยครั้งพระเจ้าไม่ได้ส่งทูตสวรรค์มาแก้ปัญหา แต่ทรงให้พระวิญญาณตรัสในใจเรา ให้เลิกใช้วาจาเป็นอาวุธ และเต็มใจอดทนฟังอีกฝ่าย นักธุรกิจคนหนึ่งที่ถูกหุ้นส่วนโกงเงินจนขมขื่น ถูกพระเจ้ากระตุ้นให้ไปขอการให้อภัย เขาแย้งว่าอีกฝ่ายต่างหากที่ควรขอโทษ แต่เมื่อพบกันที่โรงแรมและเขาขอโทษก่อน อีกฝ่ายก็ร้องไห้ ทั้งสองโผกอดกัน ความสัมพันธ์ได้รับการเยียวยา และเขาได้พบสันติสุขในใจ ขอพระคุณจากพระเจ้าเพื่อเข้าถึงคนที่คุณควรสร้างสันติด้วย

    “เรามอบสันติสุขไว้กับพวกท่าน สันติสุขของเราที่ให้กับท่านนั้น เราไม่ได้ให้อย่างที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านเป็นทุกข์ อย่ากลัวเลย” (ยอห์น 14:27)
  62. ตอนที่ 225
    แผนการที่ฉลาดยอมรับอำนาจอธิปไตยของพระเจ้า
    25 ส.ค. 2568 · 4:51 · ยากอบ 4:15
    ตามธรรมเนียม บัตรเชิญพิธีบรมราชาภิเษกจะมีวลีละตินที่แปลว่า “โดยพระประสงค์ของพระเจ้า” แต่ในงานของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด มีคนตัดวลีนี้ออกเพราะคิดว่าพวกเขาควบคุมเรื่องนี้ได้ แล้วเจ้าชายก็ทรงประชวรหนักก่อนพิธีจนต้องเลื่อนออกไป พระเยซูทรงเล่าถึงชายที่วางแผนสร้างยุ้งฉางใหญ่ขึ้น แต่พระเจ้าตรัสว่า “เจ้าคนโง่! คืนนี้ชีวิตของเจ้าจะถูกเรียกคืน” ยากอบเตือนว่าชีวิตเป็นเหมือนหมอกที่ปรากฏชั่วครู่ เมื่อเราพูดว่า “โดยพระประสงค์ของพระเจ้า” เราตระหนักว่าพระเจ้ามีพระประสงค์ และไม่อยากให้แผนของเราขัดต่อพระประสงค์นั้น นั่นคือความมีปัญญา

    “แทนที่จะกล่าวเช่นนั้นท่านควรพูดว่า “ถ้าเป็นพระประสงค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราจะมีชีวิตอยู่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้”” (ยากอบ 4:15)
  63. ตอนที่ 224
    ความจริงที่จะช่วยให้คุณผ่านสถานการณ์เลวร้ายไปได้
    18 ส.ค. 2568 · 5:08 · 2 โครินธ์ 4:16-17
    คงไม่มีใครอยากแลกปัญหาของตัวเองกับสิ่งที่อัครทูตเปาโลเผชิญ ท่านถูกบีบคั้นอย่างหนักทุกด้าน แต่กลับเข้มแข็งขึ้นและเขียนว่า “เราจึงไม่ท้อใจ” เปาโลรู้ความจริงห้าประการ คือการทดลองทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จได้ พระเจ้าจะทรงช่วยให้ผ่านยามยากลำบาก เราอยู่ในอาณาจักรที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ พระเจ้าทรงมีอำนาจตัดสินเด็ดขาด และเรามีบ้านนิรันดร์ในสวรรค์ เปาโล เชา ที่ถูกขังในคุกมืดเก้าเดือนในจีน ผ่านมาได้เพราะเวลาเงียบสงบที่ใช้กับพระเยซู เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเดินไปกับเราเสมอ เราก็ไม่ต้องท้อใจ

    “เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ท้อใจ ถึงแม้กายภายนอกของเรากำลังทรุดโทรมไป แต่จิตใจภายในของเรากำลังฟื้นขึ้นใหม่ทุกวัน เพราะความทุกข์ลำบากเล็กๆ น้อยๆ เพียงชั่วคราวของเราทำให้เราได้รับศักดิ์ศรีนิรันดร์ ซึ่งเหนือกว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดมากมายนัก” (2 โครินธ์ 4:16-17)
  64. ตอนที่ 223
    การระลึกถึงพระพรของพระเจ้า
    11 ส.ค. 2568 · 4:52 · เพลงคร่ำครวญ 3:22,26
    ครูใหญ่คนหนึ่งมักอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานของขวัญอีกสักอย่าง คือใจโมทนาพระคุณ หลายคนลืมสรรเสริญพระเจ้าสำหรับพระพรในแต่ละวัน ทั้งลมหายใจ ดวงตาที่ยังมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น น้ำที่ไหลจากฝักบัว หรือลูก ๆ ที่แม้จะทำบ้านรก ความกตัญญูเป็นความทรงจำในใจถึงทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงทำเพื่อเรา บางคนโกรธพระเจ้าเพราะไม่ได้เงินก้อนใหญ่ตามที่ขอ ราวกับพระองค์ติดหนี้เขา แต่พระพรทุกอย่างมาจากพระคุณและพระเมตตาที่มีมาใหม่ทุกเช้า ลองนับพระพร รวมถึงสิ่งที่พระองค์ทรงยับยั้งไว้ และบอกพระองค์ว่า “ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงอยู่กับข้าพระองค์ในวันนี้”

    “เพราะความรักใหญ่หลวงขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราจึงไม่ถูกผลาญทำลายไป เพราะพระเมตตาของพระองค์ไม่เคยยั้งหยุด เป็นการดีที่จะสงบรอคอย ความรอดที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทาน” (เพลงคร่ำครวญ 3:22,26)
  65. ตอนที่ 222
    คำเชิญของพระเยซูที่มาถึงมนุษยชาติ
    4 ส.ค. 2568 · 4:25 · มาระโก 15:39
    ผู้นำระดับโลกคนหนึ่งตอบอย่างไม่ลังเลว่าบุคคลที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเขามากที่สุดคือพระเยซูคริสต์ แม้คำตอบนั้นจะทำให้บางคนไม่พอใจ เพราะพระองค์เปลี่ยนชีวิตที่เคยติดเหล้าและไร้จุดหมายของเขา นโปเลียน โบนาปาร์ต ยอมรับว่าเปรียบพระเยซูกับมนุษย์คนไหนไม่ได้ ส่วนซี.เอส. ลูอิส ที่เคยสงสัย ค่อย ๆ ตระหนักขณะศึกษาพระคัมภีร์ว่าเรื่องที่พระเจ้าส่งพระบุตรมาประสูติและสิ้นพระชนม์สมเหตุสมผลกว่าคำอธิบายอื่นใด และเขาเขียนว่า คนที่สอนอย่างพระเยซูไม่อาจเป็นแค่ครูสอนศีลธรรม เราต้องเลือกเอง ตอนนี้ถึงตาคุณแล้วที่จะตอบว่าพระองค์คือใครสำหรับคุณ

    “เมื่อนายร้อยซึ่งยืนอยู่ต่อหน้าพระเยซูได้ยินเสียงร้องของพระองค์และเห็นว่าพระองค์สิ้นพระชนม์อย่างไรก็กล่าวว่า “แท้จริงท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า!”” (มาระโก 15:39)
  66. ตอนที่ 221
    คุณว่าพระเยซูเป็นใคร
    28 ก.ค. 2568 · 4:42 · มาระโก 8:27
    นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่ไปโบสถ์กับเพื่อนชาวอเมริกันพูดติดตลกว่า คำเทศนาทำให้พระเยซูฟังดูเหมือนคนอเมริกัน แต่เขานึกถึงพระองค์ว่าเหมือนคนญี่ปุ่น ผู้คนในแอฟริกาและเอเชียก็พรรณนาพระเยซูตามแบบของตน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพระองค์เสด็จมาเพื่อทุกคน พระเยซูประสูติตรงจุดตัดของเอเชีย แอฟริกา และยุโรป และทรงก้าวข้ามขอบเขตทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ พระองค์ทรงเป็นอาหารสำหรับผู้หิวโหย แสงสว่างในความมืด และความหวังสำหรับผู้สิ้นหวัง หลายคนที่พยายามหักล้างพระองค์กลับถูกเปลี่ยนแปลงและยอมรับว่าพระองค์เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า

    “พระเยซูกับเหล่าสาวกไปยังหมู่บ้านต่างๆ แถบซีซารียาฟีลิปปี ระหว่างทางพระองค์ทรงถามสาวกว่า “ผู้คนเขาพูดกันว่าเราเป็นใคร?”” (มาระโก 8:27)
  67. ตอนที่ 220
    รับการฟื้นฟูและกำลังเข้มแข็งในพระเจ้า
    21 ก.ค. 2568 · 4:40 · 2 โครินธ์ 4:1
    ในพระธรรม 2 โครินธ์ เปาโลเปิดใจถึงความยากลำบากของการมีชีวิตเพื่อพระเจ้า ท่านถูกเฆี่ยนห้าครั้ง ถูกฟาดด้วยไม้ตะบอง ถูกขว้างด้วยหิน เรือแตกสามครั้ง และเผชิญภัยรอบด้าน แต่ท่านไม่ได้โอดครวญ กลับเขียนสองครั้งว่า “เราจึงไม่ท้อใจ!” ทุกวันนี้ความท้อใจมักมาจากความเจ็บป่วยและความเหนื่อยล้า ความสัมพันธ์ที่ล่มหรือปัญหาการเงิน และการต่อสู้ด้านจิตวิญญาณ เปาโลให้แนวคิดสองประการ คือการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นเมื่อเราใช้เวลากับพระเจ้า อ่านพระคำ และรับกำลังจากการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ และมุมมองที่ไม่ลืมว่าปัญหาเป็นเพียงชั่วคราว แต่พระสัญญาของพระเจ้าคงอยู่ตลอดกาล

    “เหตุฉะนั้นเพราะเรามีพันธกิจนี้โดยพระเมตตาของพระเจ้า เราจึงไม่ท้อใจ” (2 โครินธ์ 4:1)
  68. ตอนที่ 219
    พระเยซูคือประภาคารยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
    14 ก.ค. 2568 · 4:00 · ยอห์น 1:4-5
    กัปตันเรือรบคนหนึ่งเห็นแสงสว่างจ้าที่ขอบฟ้ากลางคลื่นลมและหมอกหนา จึงสั่งให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเส้นทาง แต่อีกฝ่ายตอบว่า “ท่านนั่นแหละที่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง!” เมื่อเขาย้ำว่าเป็นเรือรบ คำตอบที่ได้คือ “นี่คือประภาคาร!” หลายคนใช้ชีวิตเหมือนเรือรบลำนั้น จนได้พบพระเยซูผู้ตรัสว่า “เราเป็นความสว่างของโลก” พระองค์ไม่ได้อ้างว่าเป็นเพียงความสว่างอีกดวงหนึ่ง แต่ทรงเป็นทาง ความจริง และชีวิต คนในศตวรรษแรกที่ได้เห็นพระองค์เชื่อจนยอมตาย การเพิกเฉยต่อถ้อยคำของพระองค์จึงโง่เขลาเหมือนกัปตันที่ไม่ฟังประภาคาร

    “พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ ความสว่างส่องเข้ามาในความมืด และความมืดไม่อาจเอาชนะความสว่างได้” (ยอห์น 1:4-5)
  69. ตอนที่ 218
    คุณลังเลที่จะมีพันธะผูกพันกับการแต่งงานหรือเปล่า
    7 ก.ค. 2568 · 4:14 · มัทธิว 19:10
    จอห์น ฟิลลิปส์ เห็นหมีตัวผู้สองตัวในสวนสัตว์กรุงเบิร์นปีนต้นไม้ไปมองคู่ของอีกบ่อด้วยความเศร้า เมื่อเขาแนะให้เปลี่ยนคู่ ผู้ดูแลถอนใจว่า “ผมเปลี่ยนทุกเดือนแหละครับ” มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ที่ทำตามสัญชาตญาณ เราให้คำมั่นสัญญาได้ ทุกวันนี้ผู้คนลังเลจะแต่งงาน บ้างอยากทดลองอยู่ด้วยกันก่อน บ้างกังวลค่าใช้จ่าย บ้างบอกว่างานแต่งงานไม่รับประกันความสุข หรือกลัวเจ็บซ้ำ แต่ความสัมพันธ์มีความผูกพันทางอารมณ์และจิตใจที่ลึกซึ้ง และการแต่งงานคือการอยู่เคียงข้างกันทั้งยามสุขและทุกข์ การเปลี่ยนคู่ไม่ได้ทำให้คนเปลี่ยน

    “พวกสาวกทูลพระองค์ว่า “ถ้าลักษณะสามีภรรยาเป็นอย่างนั้น ไม่แต่งงานยังจะดีกว่า”” (มัทธิว 19:10)
  70. ตอนที่ 217
    การนำอย่างมีประสิทธิภาพ
    30 มิ.ย. 2568 · 4:35 · 2 โครินธ์ 4:18
    งานใดก็สำเร็จไม่ได้หากปราศจากการนำ แต่ความท้าทายของผู้นำคือการแยกตัวเองออกจากวัตถุประสงค์ของงาน เมื่อผู้นำเริ่มเชื่อว่าตัวเองคือวัตถุประสงค์หลัก ก็จะเริ่มรู้สึกว่ามีสิทธิ์ได้เงิน คำชม หรือสิทธิพิเศษ และมักสูญเสียความสัมพันธ์กับอารมณ์ ความเชื่อ และครอบครัว ในพันธสัญญาใหม่แทบไม่มีเรื่องผู้นำคริสตจักรล้มเพราะเรื่องอื้อฉาว เปาโลรู้ว่าท่านเป็นเพียงตัวแทนของข่าวสารเรื่องพระเยซู และยืนหยัดได้ด้วยความจริงสองประการ คือการฟื้นฟูภายในทุกวัน และมุมมองที่ใส่ใจสิ่งที่มองไม่เห็นซึ่งถาวรนิรันดร์

    “เราไม่ได้เอาใจใส่ในสิ่งที่มองเห็น แต่เอาใจใส่ในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งที่มองเห็นนั้นไม่ยั่งยืน แต่สิ่งที่มองไม่เห็นนั้นถาวรนิรันดร์” (2 โครินธ์ 4:18)
  71. ตอนที่ 216
    คุณมีข้ออ้างอะไรที่จะไม่ไปงานเลี้ยงของพระเจ้า
    23 มิ.ย. 2568 · 4:16 · ลูกา 14:18
    สมมติว่าคุณทุ่มเทจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งใหญ่ แต่แขกกลับพากันส่งข้ออ้างมาว่ามาไม่ได้ พระเยซูทรงเล่าเรื่องชายที่จัดงานเลี้ยงใหญ่ แต่แขกต่างขอตัว คนหนึ่งต้องไปดูนาที่เพิ่งซื้อ อีกคนต้องไปลองวัว อีกคนเพิ่งแต่งงาน ข้ออ้างเหล่านี้ไม่น่าเชื่อถือ และพระองค์กำลังบอกว่าผู้คนมากมายปฏิเสธพระผู้ช่วยให้รอดที่รอคอยกันมานาน แต่คำเชิญของพระองค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มเดียว เจ้าภาพยังเชิญคนยากจน คนตาบอด และผู้ทุกข์ยากมาร่วมงาน งานเลี้ยงอภิเษกสมรสของพระเมษโปดกจะเป็นงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และชื่อของเราจะอยู่ในรายชื่อแขกได้เมื่อเรายอมรับคำเชิญของพระเยซูให้ติดตามพระองค์

    “พวกนั้นต่างพากันขอตัว คนแรกบอกว่า ‘ข้าพเจ้าซื้อนาไว้ และจะต้องไปดูนานั้น ข้าพเจ้าขอตัวเถอะ’” (ลูกา 14:18)
  72. ตอนที่ 215
    พระเจ้าทรงทราบใจของคุณแล้ว จงวางใจพระองค์ที่จะยกโทษให้
    16 มิ.ย. 2568 · 4:22 · ฮีบรู 4:13
    ระหว่างตรวจสุขภาพ แพทย์พบก้อนเนื้อเล็ก ๆ บริเวณกระดูกไหปลาร้า และต้องเจาะตรวจชิ้นเนื้อ ประสบการณ์นี้ชวนให้นึกถึงดาวิดที่อธิษฐานขอให้พระเจ้าตรวจค้นจิตใจ เหมือน “ตรวจชิ้นเนื้อฝ่ายวิญญาณ” เพื่อดูว่ามีทางชั่วใดซ่อนอยู่หรือไม่ ถ้าพระเจ้าตรวจใจเราวันนี้ พระองค์อาจพบความหยิ่ง ความเกลียดชัง หรือความริษยา และส่วนใหญ่เราก็รู้อยู่แล้ว ศิษยาภิบาลคนหนึ่งบอกชายหนุ่มที่ไม่รู้จะเริ่มสารภาพบาปตรงไหนว่า สิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อคุกเข่าต่อหน้าพระเจ้าคือจุดเริ่มต้น พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาผู้ทรงอภัย และเมื่อตรวจค้นใจเรา พระองค์ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเรา

    “ไม่มีสิ่งใดที่ทรงสร้างไว้จะซ่อนเร้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้ ทุกสิ่งถูกเปิดเผยและถูกตีแผ่ต่อพระเนตรของพระองค์ผู้ซึ่งเราทั้งหลายต้องกราบทูลรายงาน” (ฮีบรู 4:13)
  73. ตอนที่ 214
    ทหารโรมันโบราณสะท้อนภาพชีวิตคริสเตียนอย่างไร
    9 มิ.ย. 2568 · 5:34 · 1 เปโตร 5:8
    กองทหารโรมันขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยและการผนึกกำลังกัน ในสมัยพระเยซูพวกเขาถูกมองว่าเป็นผู้กดขี่ แต่ภาพลักษณ์ทางการทหารของโรมันกลับถูกผู้เขียนพันธสัญญาใหม่นำมาอธิบายชีวิตคริสเตียน เปาโลพูดถึงหมวกเกราะแห่งความรอด เสื้อเกราะแห่งความชอบธรรม และดาบแห่งพระวิญญาณ และบอกว่าสันติสุขของพระเจ้าเป็นเหมือนกองกำลังติดอาวุธที่ปกป้องความคิดจิตใจของผู้เชื่อ ทุกวันนี้ชีวิตยังเป็นการต่อสู้ ศัตรูที่แท้จริงคือมารที่วนเวียนดุจสิงห์คำราม แต่พระเยซูทรงพิชิตแล้ว และทรงมอบกำลังกับการทรงนำให้เรายืนหยัดมั่นคง

    “จงรู้จักบังคับตนเองและตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะมารผู้เป็นศัตรูของท่านวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำราม เที่ยวหาเหยื่อเพื่อขย้ำกิน” (1 เปโตร 5:8)
  74. ตอนที่ 213
    วันนี้คุณวางใจในพระเจ้าได้ไหม
    2 มิ.ย. 2568 · 4:20 · ยอห์น 14:27
    บุลสโตรด ไวท์ล็อค นอนพลิกตัวไปมาในคืนก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสวีเดน เพราะกังวลว่าจะทำภารกิจได้ไหม เพื่อนร่วมทางถามเขาว่าเชื่อไหมว่าพระเจ้าทรงควบคุมโลกก่อนเขาเกิด และจะทรงปกครองต่อไปเมื่อเขาจากไป เมื่อเขาตอบว่าเชื่อ เพื่อนจึงถามว่าทำไมไม่ไว้วางใจพระเจ้าในขณะที่เขายังอยู่ด้วย ไวท์ล็อคเข้าใจทันทีและกลับไปนอนต่อ ปัญหาของเราส่วนใหญ่คือความดื้อรั้นที่ไม่ยอมรับว่าเราแก้ปัญหาเองไม่ได้ ลองวางใจให้พระเจ้าจัดการในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า แล้วรับสันติสุขที่พระเยซูประทาน

    “เรามอบสันติสุขแก่พวกท่าน สันติสุขที่เราให้ไม่เหมือนที่โลกให้ อย่าให้ใจของท่านทุกข์ร้อนและอย่ากลัวเลย” (ยอห์น 14:27)
  75. ตอนที่ 212
    เริ่มเลือกที่จะพูดความจริง
    26 พ.ค. 2568 · 5:05 · โคโลสี 3:9
    พาดหัวข่าวเรื่องการหลอกลวงมีให้เห็นแทบทุกวัน และมักเป็นคนที่เราคิดว่าเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ อย่างศาสตราจารย์โจเซฟ เจ. เอลลิส ผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ที่แต่งเรื่องการเป็นฮีโร่ฟุตบอลและการไปรบในเวียดนามขึ้นมาเอง ทุกวันนี้เราเรียกการหลอกลวงให้ฟังนุ่มนวลว่า “ข้อมูลที่ผิดพลาด” แต่ลองถามตัวเองว่า เคยโกหกคู่สมรส โทรลาป่วยทั้งที่ไม่ป่วย หรือขอให้ลูกช่วยโกหกไหม? ถ้าเราใช้ชีวิตแบบไม่ซื่อสัตย์ ลูกอาจเรียนรู้ที่จะโกหกเก่งกว่าเรา เปาโลบอกให้พูดความจริงด้วยความรัก และถ้าพูดด้วยความรักไม่ได้ ก็แค่พูดความจริง

    “อย่าโกหกกันในเมื่อท่านสลัดทิ้งตัวตนเก่าๆ พร้อมกับความประพฤติเดิม ๆ แล้ว” (โคโลสี 3:9)
  76. ตอนที่ 211
    เท่าไหร่ถึงจะพอ
    19 พ.ค. 2568 · 4:11 · ลูกา 12:15
    “เท่าไหร่ถึงจะพอ?” จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ ตอบคำถามนี้ว่า “อีกแค่นิดเดียว!” ริชาร์ด ฟอสเตอร์ เขียนว่าวัฒนธรรมของเราหมกมุ่นกับการครอบครองให้มากขึ้นจนหลุดจากความเป็นจริง พอได้สิ่งที่คิดว่าจำเป็นแล้วก็ยังไม่มีความสุข เพราะมีของใหม่กว่าออกมาอีก พลเรือเอกริชาร์ด เบิร์ด ที่อยู่คนเดียวในอาร์คติคหลายเดือน ได้เรียนรู้ว่าคนเราอยู่ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องมีอะไรมากมาย ส่วนอเล็กซานเดอร์ โซลเซนิตซิน ที่ถูกพรากทุกสิ่งในคุกโซเวียต กล่าวว่ามนุษย์แข็งแกร่งที่สุดเมื่อไม่เหลืออะไรนอกจากทรัพย์สมบัติในใจ พระเยซูทรงเตือนว่าชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สิ่งของเหลือเฟือ

    “จงระวังให้ดี! จงระวังตนจากความโลภทุกชนิด ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สิ่งของเหลือเฟือ” (ลูกา 12:15)
  77. ตอนที่ 210
    สามสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ สำหรับคุณ
    12 พ.ค. 2568 · 5:54 · ฟีลิปปี 4:19
    “ฉันจำเป็นต้องมีมันจริง ๆ!” เราพูดแบบนี้บ่อยแค่ไหน? ขณะที่คาลเลลโล นูกูซู ชาวนาคริสเตียนในเอธิโอเปีย ต้องขายวัวเพื่อเลี้ยงครอบครัวในยามขาดแคลนอาหาร จนต้องลากไถเอง ความจำเป็นจริง ๆ นั้นน้อยกว่าที่เราอยากได้มาก มีสามด้าน คือความจำเป็นฝ่ายกาย อย่างอาหาร ที่อยู่ และเสื้อผ้า ความจำเป็นฝ่ายอารมณ์ ซึ่งพระเจ้าทรงห่วงใยอย่างแท้จริง และความจำเป็นฝ่ายจิตวิญญาณ ที่ทำให้พระเยซูคริสต์เสด็จมาบังเกิด เปาโลเขียนถึงคริสเตียนในเมืองฟีลิปปีที่เหมืองทองหมดลงแล้วว่า พระเจ้าต่างหากที่จะประทานสิ่งที่จำเป็นให้ เมื่อเข้าใจเช่นนี้ เราจะเป็นอิสระจากวัตถุนิยม

    “และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งที่จำเป็นทุกอย่างแก่ท่านจากความมั่งคั่งอันเลอเลิศของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:19)
  78. ตอนที่ 209
    ของขวัญ 5 ชิ้นแรกที่ผู้สูงอายุควรให้
    5 พ.ค. 2568 · 6:25 · สุภาษิต 16:31
    มีเรื่องเล่าว่าเด็กน้อยคนหนึ่งถามย่าว่าเก็บถังไว้ที่ไหน เพราะพ่อบอกว่าถ้าย่า “เตะถัง” ครอบครัวจะได้เงินเยอะ พระคัมภีร์สอนให้เคารพและเลี้ยงดูผู้สูงอายุ แต่ยิ่งสังคมห่างจากแผนการของพระเจ้า เรายิ่งส่งผู้อาวุโสไปไว้ห่างตัว นอกจากเงินแล้ว ผู้สูงอายุมีมรดกที่มีชีวิตห้าประการจะส่งต่อ คือประโยชน์จากประสบการณ์ ปัญญาที่ถ่ายทอดผ่านการอยู่ด้วยกันและรับฟัง สายใยผูกพันกับรากเหง้าของครอบครัว มุมมองว่าพระเจ้าจะพาผ่านช่วงยากลำบากไปได้ และความนับถือพระเจ้า ซึ่งสร้างความแตกต่างได้ถึงคนรุ่นที่สามและรุ่นที่สี่

    “ผมหงอกเป็นมงกุฎแห่งศักดิ์ศรี ได้มาโดยชีวิตอันชอบธรรม” (สุภาษิต 16:31)
  79. ตอนที่ 208
    วิธีรู้ว่าจริงๆแล้วคุณคือใคร
    28 เม.ย. 2568 · 5:26 · สดุดี 27:10
    จอห์น เฮกี สังเกตเห็นเด็กชายคนหนึ่งในสถานสงเคราะห์เด็กที่มายืนรอพ่อที่ประตูทุกวันเยี่ยม ทั้งที่ไม่มีใครมาเลย เด็กคนนั้นบอกว่า “ถ้าผมไม่รู้จักพ่อ ผมก็จะไม่รู้จักตัวเองครับ” พระเยซูทรงมั่นคงเพราะพระองค์รู้จักพระบิดาและรู้ว่าพระองค์มาจากไหน เปาโลบอกว่าเราทุกคนเป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ และได้รับมรดกที่ไม่มีใครพรากไปได้ ดาวิดเองก็กล่าวว่า แม้บิดามารดาทอดทิ้ง องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงรับไว้ เริ่มจากการวางใจพระเยซูคริสต์ แล้วเติบโตผ่านการนมัสการและศึกษาพระวจนะ เพื่อรู้ว่าคุณเป็นใครในสายพระเนตรของพระเจ้า

    “แม้บิดามารดาทอดทิ้งข้าพเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงรับข้าพเจ้าไว้” (สดุดี 27:10)
  80. ตอนที่ 207
    วิธีเป็นอัจฉริยะ
    21 เม.ย. 2568 · 5:00 · ปัญญาจารย์ 9:10
    ดร. แคเธอรีน มอร์ริส ค็อกซ์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน พบว่าอัจฉริยะบางคนไม่ได้มีเชาว์ปัญญาเป็นเลิศ แต่มีปัจจัยที่ใครก็สร้างได้ อย่างแรกคือสมาธิ อย่างที่สองคือการมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เหมือนไมเคิลแองเจโลที่เลือกหินอ่อนเปื้อนโคลนมาแกะสลักเป็นรูปปั้นโมเสส อย่างที่สามคือความน่าเชื่อถือ ความเต็มใจยอมรับสิ่งที่เห็นแบบเด็กเล็ก ๆ ซึ่งพระเยซูตรัสว่าถ้าไม่เป็นเหมือนเด็กเล็กก็ไม่สามารถเห็นแผ่นดินสวรรค์ได้ วันนี้ทูลขอให้พระเจ้าประทานการมองเห็นสิ่งที่พระองค์ให้คุณทำ และความศรัทธาว่าพระองค์จะประทานทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อทำภารกิจนั้นให้สำเร็จ

    “มือของท่านหยิบจับการใด จงทำการนั้นเต็มกำลังความสามารถเพราะในแดนมรณาที่ท่านกำลังจะไปถึงนั้น ไม่มีงาน ไม่มีการวางแผน ไม่มีความรู้หรือสติปัญญา” (ปัญญาจารย์ 9:10)
  81. ตอนที่ 206
    คุณจะมอบเรื่องราวต่าง ๆ ไว้กับพระเจ้าได้อย่างไร
    14 เม.ย. 2568 · 4:46 · 2 พงศาวดาร 20:15
    จอห์น เรดแมน เล่าเรื่องชาวนาที่เสนอขายขากบล้านขาให้พ่อครัวร้านอาหารฝรั่งเศส เพราะกบในสระส่งเสียงจนเขาแทบบ้า แต่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเขาส่งมาได้แค่สี่ขา เพราะในสระมีกบแค่สองตัวที่ร้องดังมาก ความเครียดในชีวิตก็มักเป็นแบบนั้น หลายคนอยากใช้พระเจ้าเหมือนร่มชูชีพ ถึงพื้นแล้วก็ปลดทิ้ง แต่การมอบเรื่องราวไว้กับพระเจ้าเริ่มจากความสัมพันธ์กับพระองค์ คือสารภาพบาป ต้อนรับพระบุตรของพระเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และยอมให้พระคริสต์เป็นผู้นำชีวิต พระองค์สัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา เมื่อรู้ว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว ความเครียดก็ลดลงได้มาก

    “อย่ากลัวเลย ไม่ต้องท้อแท้เพราะกองทัพใหญ่นี้ เพราะการศึกครั้งนี้ไม่ใช่ของเจ้า แต่เป็นของพระเจ้า” (2 พงศาวดาร 20:15)
  82. ตอนที่ 205
    วิธีคิดถึงความทุกข์
    7 เม.ย. 2568 · 5:59 · โยบ 5:7
    อาเธอร์ แอช นักกีฬาผู้ยอดเยี่ยมที่ติดเชื้อเอชไอวีจากการถ่ายเลือดหลังผ่าตัดหัวใจ ไม่ยอมถามว่า “ทำไมต้องเป็นผม?” เพราะถ้าถามตอนทุกข์ ก็ต้องถามตอนได้รับพระพรด้วย ส่วนสแตนลีย์ คอลลินส์ ครูสอนพระคัมภีร์ที่นอนป่วยด้วยอาการหัวใจวาย เริ่มสงสารตัวเอง จนได้ยินเสียงสะท้อนในใจว่า “ก็แล้วทำไมถึงจะไม่ใช่เจ้าล่ะ?” ความทุกข์เป็นผลจากการอยู่ในโลกที่ไม่สมบูรณ์และเต็มไปด้วยบาป ไม่มีใครดีพอที่จะได้รับการยกเว้น และไม่มีใครเลวพอที่จะถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือของพระเจ้า ยังไม่สายเกินไปที่จะถามว่า “ทำไมไม่ใช่ฉัน?”

    “แต่คนเราเกิดมาเพื่อความทุกข์ยาก เหมือนประกายไฟย่อมพุ่งขึ้นฟ้า” (โยบ 5:7)
  83. ตอนที่ 204
    วิธีรับมือกับความเจ็บปวด
    31 มี.ค. 2568 · 5:39 · 2 โครินธ์ 12:9
    เรอนัวร์ จิตรกรชาวฝรั่งเศสชื่อดัง ต้องทนกับโรคข้ออักเสบที่ทำให้มือบิดเบี้ยวจนต้องนั่งรถเข็น ทุกการขยับพู่กันต้องแลกด้วยความเจ็บปวด เมื่อเฮนรี มาติสส์ ถามว่าทำไมยังวาดภาพอยู่ เขาตอบว่า “ความเจ็บปวดมันจะผ่านไป แต่ความงามยังคงอยู่” ในยามเจ็บปวด เราอาจโกรธพระเจ้า รู้สึกผิด หรือคลำหาทางหลุดพ้น และคาดเดาไม่ได้เลยว่าใครจะรับมือได้อย่างไร แต่คนที่รับมือได้ดีมีลักษณะร่วมกัน คือยึดข้อความในพระคัมภีร์และพึ่งพาการสถิตอยู่ด้วยของพระเยซูคริสต์ ผู้ตรัสว่า “เราจะไม่มีวันทอดทิ้งท่าน เราจะไม่มีวันละทิ้งท่าน”

    “พระคุณของเราเพียงพอสำหรับเจ้า เพื่อว่าฤทธิ์อำนาจของเราจะได้ปรากฏเต็มที่ในความอ่อนแอ” (2 โครินธ์ 12:9)
  84. ตอนที่ 203
    คำที่พูดแล้วอาจต้องเสียใจ
    24 มี.ค. 2568 · 5:52 · 1 ยอห์น 3:1-2
    การยื่นคำขาดกับวัยรุ่นเหมือนการโบกธงล่อให้กระทิงขวิด บางครั้งพ่อแม่ก็ต้องแสดงความรักที่เข้มงวดด้วยการพูดว่า “ลูกต้องได้รับความช่วยเหลือ” แต่ก่อนจะพูดว่า “ทำตามนี้นะ ไม่งั้นก็...” ให้คิดและอธิษฐานถึงผลที่จะตามมาเสียก่อน ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขยอมรับตัวตนของคนนั้นโดยไม่รวมพฤติกรรม และเต็มไปด้วยการให้อภัย เราเองก็ไม่สมควรได้รับการอภัยจากพระเจ้า เหมือนที่ลูกไม่สมควรได้รับเมื่อล้มเหลว แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักแก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาป พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

    “ความรักที่พระบิดาทรงมีต่อเราทั้งหลายนั้นใหญ่หลวงปานใดในการที่เราได้ชื่อว่าบุตรของพระเจ้า! และเราก็เป็นเช่นนั้น! เหตุที่โลกไม่รู้จักเราก็เพราะโลกไม่รู้จักพระองค์ เพื่อนที่รัก บัดนี้เราเป็นลูกของพระเจ้า ภายหน้าเราจะเป็นอย่างไรเรายังไม่อาจรู้ได้ แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น” (1 ยอห์น 3:1-2)
  85. ตอนที่ 202
    วิธีรักในชีวิตจริง
    17 มี.ค. 2568 · 6:00 · โรม 5:5
    กวีเอ็มเม็ตต์ ฟอกซ์ เขียนถึงพลังของความรักไว้อย่างงดงาม แต่ถ้อยคำของเขามีจุดผิดพลาดตรงที่ว่า “หากเพียงแค่คุณรักได้มากพอ...” หลายครั้งความรักของเราเปราะบางเหมือนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเมื่อเจอลมร้อน หัวใจมนุษย์รักผู้คนได้เป็นร้อยเป็นพัน ถ้าไม่หมกมุ่นอยู่กับการรักตัวเอง ความรักแท้คือการเสียสละที่ให้ทั้งตัวเราแก่ผู้อื่น แต่ไม่เคยคิดว่าได้สูญเสียอะไรไป และเราให้ความรักที่เราไม่มีไม่ได้ เพราะ “ผู้ที่ไม่รักก็ไม่รู้จักพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงเป็นความรัก” ความรักจึงเป็นทั้งกาวที่เชื่อมความสัมพันธ์ และออกซิเจนที่ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปได้

    “เพราะเหตุว่าความรักของพระเจ้าได้หลั่งเข้าสู่จิตใจของเรา โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่เราแล้ว” (โรม 5:5)
  86. ตอนที่ 201
    รักคนมีตำหนิ
    10 มี.ค. 2568 · 5:59 · โคโลสี 3:12-13
    ฟลอเรนซ์เขียนไว้ในสมุดบันทึกว่า การรักมนุษย์สักคนคือการยอมรับและรักเขาอย่างที่เขาเป็น ถ้ารอให้เขากำจัดข้อบกพร่องหรือเปลี่ยนแปลงก่อนแล้วค่อยรัก เราก็จะได้รักแค่ในความคิด ในชีวิตแต่งงาน เรามักพยายามอย่างหนักให้อีกฝ่ายเปลี่ยนนิสัย ทั้งขอร้อง จู้จี้ จนสุดท้ายยอมแพ้หรือขมขื่นใจ จนลืมเป็นคนแบบที่เราควรเป็นเสียเอง การเป็นคนที่ใช่สำคัญกว่าการได้แต่งงานกับคนที่คิดว่าใช่ ความรักแท้ยอมรับคนอื่นด้วยความคาดหวังว่าพระเจ้าจะทรงทำให้เขาเป็นคนในแบบที่เขาควรจะเป็น

    “ฉะนั้นในฐานะประชากรที่พระเจ้าทรงเลือก ผู้บริสุทธิ์และเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ จงสวมความสงสาร ความกรุณา ความอ่อนโยน ความถ่อมสุภาพ และความอดทน จงอดทนอดกลั้นต่อกันและกัน และไม่ว่าท่านมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจประการใดต่อกันก็จงยกโทษให้กัน ท่านจงยกโทษให้กันเหมือนที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงยกโทษให้ท่าน” (โคโลสี 3:12-13)
  87. ตอนที่ 200
    ความรักที่ต้านทานการถูกปฏิเสธ
    3 มี.ค. 2568 · 6:06 · โรม 15:7
    การปลูกถ่ายอวัยวะจะสำเร็จได้ ร่างกายต้องยอมรับอวัยวะจากภายนอก ความสัมพันธ์ก็เช่นกัน นักบำบัดชีวิตคู่ชี้ว่าปัญหาใหญ่ที่สุดในชีวิตแต่งงานและครอบครัวคือความเห็นแก่ตัว ที่บอกว่า “ฉันต้องมาก่อน!” สิ่งที่ถ่วงดุลได้คือความรักแบบอากาเป้ ซึ่งพระเยซูทรงให้ความหมายใหม่ที่ลึกซึ้งขึ้น เป็นความรักแบบเดียวกับที่ทำให้พระบิดาส่งพระบุตรมายังโลก ให้โดยไม่มีเงื่อนไข และให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง พระเยซูตรัสว่า “จงรักซึ่งกันและกัน เหมือนที่เราได้รักพวกท่าน” และนี่คือกุญแจที่ช่วยให้ครอบครัวอยู่รอดและเข้มแข็ง

    “ฉะนั้นจงยอมรับซึ่งกันและกันเหมือนที่พระคริสต์ทรงยอมรับท่าน เพื่อจะนำการสรรเสริญมาถวายแด่พระเจ้า” (โรม 15:7)
  88. ตอนที่ 199
    พระเจ้าทรงเห็นคุณมีค่ามากแค่ไหน
    24 ก.พ. 2568 · 5:23 · ลูกา 15:4
    เมื่อผู้หญิงสองคนที่รอดจากคุกใต้ดินของอเล็กซานเดอร์ โคมิน เปิดเผยรอยสักบนใบหน้าทางโทรทัศน์ ก็ไม่มีใครช่วยเงินลบรอยสักให้เลย แต่ฮันนา สุนัขร็อตไวเลอร์ที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ กลับมีคนรักสุนัขพาไปหาสัตวแพทย์และหาอาสาสมัครราว 12 คนมาช่วยพาไปบ้านใหม่ ในประเทศที่รัฐบาลกดขี่ ความทุกข์ของเหยื่อมักถูกละเลย ผู้คนอยู่แบบตัวใครตัวมัน แต่สิ่งของบรรเทาทุกข์จำนวนมากมาจากประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากค่านิยมแบบยิวและคริสเตียน เพราะพระเจ้าและพระคัมภีร์ให้คุณค่ากับทุกคน

    “สมมุติว่าพวกท่านคนหนึ่งมีแกะหนึ่งร้อยตัวและตัวหนึ่งหายไป เขาจะไม่ละแกะทั้งเก้าสิบเก้าตัวไว้กลางทุ่ง แล้วไปตามหาแกะตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะพบหรือ?” (ลูกา 15:4)
  89. ตอนที่ 198
    การปิดฉากที่คุณต้องการ
    17 ก.พ. 2568 · 5:39 · สดุดี 103:12-14
    บางคนใช้ชีวิตอยู่กับบาดแผลที่ยังเปิดอยู่ เป็นผู้บาดเจ็บที่เดินได้ แต่อะไรที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็ไม่ควรยอมให้มันมาทำลายเรา มีการปิดฉากอีกแบบที่หลายคนต้องการ คือการรู้ว่าพระเจ้าอภัยให้แล้วหรือยัง เช่นแม่ที่กังวลว่าพระเจ้ากำลังลงโทษลูกเพราะสิ่งที่ตัวเองเคยทำ พระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะไม่จดจำบาปของเราอีกต่อไป และทรงยกการล่วงละเมิดของเราออกไปไกลเท่าตะวันออกไกลจากตะวันตก เมื่อเรากลับใจ สารภาพ และเลิกยุ่งเกี่ยวกับบาปนั้น พระเจ้าก็ประทับตราปิดแฟ้มนั้นลง

    “ตะวันออกไกลจากตะวันตกเพียงใด พระองค์ก็ทรงยกเอาการล่วงละเมิดของเราออกไปไกลเพียงนั้น บิดาเอ็นดูสงสารบุตรของตนฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงเอ็นดูสงสารผู้ที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น เพราะพระองค์ทรงทราบว่าเราถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร พระองค์ทรงระลึกว่าเราเป็นธุลีดิน” (สดุดี 103:12-14)
  90. ตอนที่ 197
    พระพรคืออะไร
    10 ก.พ. 2568 · 6:01 · มัทธิว 5:11-12
    ในความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระพรคือของขวัญแห่งพระคุณ เป็นพระหัตถ์ของพระองค์ที่มาสัมผัสชีวิตเรา ทำให้เราชื่นบานและเข้มแข็งขึ้น ส่วนคำว่า happy มาจากคำว่า hap ที่หมายถึงโชคหรือโอกาส ถ้าเราหิวแล้วเก็บธนบัตร 100 ดอลลาร์ได้ เราก็มีความสุข แต่เมื่อเงินหมดปัญหาก็กลับมา พระเยซูตรัสว่าผู้ที่ถูกข่มเหงเพราะพระองค์ได้รับพระพร ทั้งที่สถานการณ์นั้นไม่น่ามีความสุขเลย พระพรมักซ่อนอยู่ในความยากลำบากที่เราไม่ได้เลือก และความสุขเป็นเพียงผลพลอยได้จากการได้รับพระพรจากพระบิดา

    “ความสุขมีแก่ท่านเมื่อคนทั้งหลายสบประมาท ข่มเหง และใส่ร้ายป้ายสีท่านเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิดเพราะบำเหน็จของท่านในสวรรค์ยิ่งใหญ่นัก เพราะพวกเขาได้ข่มเหงบรรดาผู้เผยพระวจนะที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน” (มัทธิว 5:11-12)
  91. ตอนที่ 196
    พระเจ้าจะทรงสนใจไหมถ้าฉันล้มเหลว
    3 ก.พ. 2568 · 6:01 · 1 ซามูเอล 18:14
    พระคัมภีร์มีพระสัญญามากมายที่บอกว่าพระเจ้าทรงเกี่ยวข้องกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิตเรา คนที่เดินตามการทรงนำของพระองค์ “ทุกสิ่งที่เขาทำก็เจริญรุ่งเรือง” และพระเยซูเองก็ตรัสถึงคนที่นั่งลงคิดราคาก่อนสร้างหอคอย บ่อยครั้งเรารอจนเรือจวนจะล่มแล้วค่อยอธิษฐาน แต่พระเจ้าไม่ได้อยู่แค่ในวันเกิดภัยพิบัติ พระองค์ทรงนำทางตั้งแต่ก้าวแรก การวางใจพระเจ้าไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ทำงานหนัก แต่คือการยอมรับว่ามีปัจจัยที่มีแต่พระองค์เท่านั้นที่รู้ พระองค์ไม่ใช่ใบเบิกทางสู่ความร่ำรวย แต่เป็นพระบิดาผู้ทรงรักที่เดินเคียงข้างเราทั้งในยามสำเร็จและล้มเหลว

    “ดาวิดประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงานทุกด้าน ทั้งนี้เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับเขา” (1 ซามูเอล 18:14)
  92. ตอนที่ 195
    แผนการของคุณคืออะไร
    27 ม.ค. 2568 · 6:22 · สุภาษิต 16:3
    การไม่รู้ว่าธุรกิจกำลังไปทางไหนเป็นสาเหตุหลักที่ธุรกิจเล็ก ๆ ล้มเหลว เดนนิส เวตลีย์ บอกว่าคนส่วนใหญ่ประเมินสิ่งที่ทำได้ในหนึ่งปีสูงเกินไป และในห้าปีต่ำเกินไป เพราะมัวยุ่งกับเรื่องเร่งด่วน พระเยซูตรัสถึงคนที่จะสร้างหอคอยว่าต้องนั่งลงประมาณค่าใช้จ่ายก่อน เพื่อนคนหนึ่งล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะไม่ได้คิดถึงพลังกาย พลังใจ และเวลาที่ต้องห่างครอบครัว ชีวิตสมรส ครอบครัว และมิตรภาพก็ต้องการการวางแผนเช่นกัน และเหนือสิ่งอื่นใด จงมอบการงานไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า

    “จงมอบการงานของเจ้าไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วพระองค์จะทรงรับรองแผนงานของเจ้า” (สุภาษิต 16:3)
  93. ตอนที่ 194
    เมื่อดูเหมือนพระเจ้าทรงนิ่งเงียบ
    20 ม.ค. 2568 · 5:59 · สดุดี 46:10
    “นาทีที่แสนยาวนาน” คือช่วงเวลาตั้งแต่เราอธิษฐานขอความช่วยเหลือ จนถึงเวลาที่พระเจ้าทรงขยับพระกรเพื่อเรา เป็นช่วงที่รู้สึกเหมือนฟ้าสวรรค์ปิด จอห์น เอเบลิง เกือบจะสิ้นหวัง แต่ราว 30 ปีต่อมา เขารับใช้ในโบสถ์และรู้แล้วว่าเวลาของพระเจ้ามักต่างจากของเรา เหล่าสาวกก็เคยเจอนาทีแบบนี้กลางพายุบนทะเลกาลิลี ขณะที่พระเยซูบรรทมหลับ จนพระองค์ทรงตื่นและบัญชาให้คลื่นลมสงบ นาทีที่แสนยาวนานจะจบลงด้วยการแทรกแซงของพระบิดา ระหว่างนี้ให้วางใจในความดีและความรักของพระองค์

    “จงนิ่งสงบและรู้ว่าเราเป็นพระเจ้า เราจะได้รับการยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราจะได้รับการยกย่องในโลก” (สดุดี 46:10)
  94. ตอนที่ 193
    คำแนะนำในยามโศกเศร้า
    13 ม.ค. 2568 · 6:10 · มัทธิว 5:4
    บางคนคิดว่าการเพิกเฉยต่อความสูญเสียจะทำให้มันหายไป แต่จริง ๆ แล้วเราแค่กดมันไว้ พระเยซูตรัสว่า “ความสุขมีแก่ผู้ที่โศกเศร้า เพราะเขาจะได้รับการปลอบประโลม” เมื่อโศกนาฏกรรมมาเยือน ให้แสดงความโศกเศร้าออกมา พูดถึงความเจ็บปวด และอย่าเพิ่มความรู้สึกผิดด้วยคำว่า “นี่ถ้าฉันแค่…” ให้มั่นใจว่าพระเจ้ารักเราและเป็นที่หลบภัย และให้ความหวังของเราเป็นนิรันดร์ การปลอบโยนมาจากองค์พระผู้เป็นเจ้า จากครอบครัวและเพื่อนฝูง และจากพระคัมภีร์ และไม่มีสิ่งใดพรากเราไปจากความรักของพระเจ้าได้

    “ความสุขมีแก่ผู้ที่โศกเศร้า เพราะเขาจะได้รับการปลอบประโลม” (มัทธิว 5:4)
  95. ตอนที่ 192
    ตั้งเป้าปลอดความหงุดหงิด
    6 ม.ค. 2568 · 6:00 · ฟีลิปปี 3:13,14
    ความหงุดหงิดควรเป็นสัญญาณเตือนให้ทบทวนเป้าหมาย เพราะเราอาจกำลังทำสิ่งที่พระเจ้าไม่ต้องการ ถ้ากำจัดต้นตอได้ก็ทำ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับคนมักเปลี่ยนไม่ได้ เราจึงต้องพึ่งพระคุณพระเจ้าเพื่อยอมรับ และตระหนักว่าพระองค์ทรงกระทำให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ เปาโลทูลขอให้หนามในเนื้อหายไปถึงสามครั้งแต่ไม่ได้ตามที่ขอ เขากลับได้สิ่งที่ดีกว่า คือพระคุณที่เพียงพอ และนี่คือเหตุผลที่เปาโลกับสิลาสร้องเพลงในคุกได้ ทั้งที่หลังถูกเฆี่ยนจนเลือดไหล

    “คือลืมสิ่งที่ผ่านมาและโน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ารุดหน้าไปสู่หลักชัยเพื่อคว้ารางวัลซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกข้าพเจ้าจากสวรรค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ให้ไปรับ” (ฟีลิปปี 3:13,14)
  96. ตอนที่ 191
    วิธีอธิษฐานในยามหงุดหงิด
    30 ธ.ค. 2567 · 7:45 · โรม 8:5
    แม้แต่เปาโลก็รู้จักความหงุดหงิดดี เขาเขียนถึงการต่อสู้ในใจที่ตั้งใจจะทำดีแต่กลับทำชั่ว และอยากไปหาชาวเธสะโลนิกาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ถูกขัดขวาง ยามหงุดหงิดสุดขีด ให้ตั้งสติหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อหยุดวงจรความหงุดหงิด แล้วอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยไตร่ตรองว่าเรากำลังทำสิ่งที่ไม่ใช่แผนของพระองค์ หรือเร่งรัดก่อนเวลาอันควรอยู่หรือเปล่า พระเจ้าตรัสว่า “จงร้องเรียกเราและเราจะตอบเจ้า” และพระเยซูก็เคยประสบความหงุดหงิดเหมือนเรา พระองค์จึงเข้าใจและรู้ว่าเราต้องการอะไร

    “ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามวิสัยบาปก็ปักใจในสิ่งที่วิสัยบาปต้องการ แต่ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณก็ปักใจในสิ่งที่พระวิญญาณทรงประสงค์” (โรม 8:5)
  97. ตอนที่ 190
    อยู่เหนือความหงุดหงิด
    23 ธ.ค. 2567 · 5:41 · ฟีลิปปี 2:25-27
    ทุกวันนี้เกือบทุกคนต้องรับมือกับเรื่องน่าหงุดหงิด ตกรถเมล์ ไปทำงานสาย หรือมีค่าซ่อมรถโผล่มาตอนที่คิดว่าการเงินลงตัวแล้ว แต่เรื่องที่หงุดหงิดที่สุดมักเกี่ยวกับคนในครอบครัว คนที่ทำงานด้วย และเป้าหมายที่หลุดมือไป เป้าหมายของเราควรขึ้นอยู่กับพระประสงค์ของพระเจ้า ถึงอย่างนั้นก็ยังเลี่ยงความหงุดหงิดไม่ได้ โมเสสบันดาลโทสะฟาดก้อนหินที่เมรีบาห์ จนไม่ได้เข้าแผ่นดินแห่งพระสัญญา วิธีที่ดีกว่าคือการรู้ว่าพระประสงค์ของพระเจ้าครอบคลุมไปถึงเรื่องน่าหงุดหงิดด้วย และทัศนคติของเราจะทำให้ทุกอย่างแตกต่างไป

    “แต่ข้าพเจ้าคิดว่าจำเป็นต้องส่งเอปาโฟรดิทัสกลับมาหาท่าน เขาเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนร่วมงาน และเป็นเพื่อนทหารของข้าพเจ้า.... เนื่องจากเขาคิดถึงพวกท่านทั้งปวงมากและทุกข์ใจเพราะท่านได้ข่าวว่าเขาป่วย ที่จริงเขาป่วยหนักเกือบตาย แต่พระเจ้าทรงเมตตาเขา” (ฟีลิปปี 2:25-27)
  98. ตอนที่ 189
    รักแค่บางส่วน
    16 ธ.ค. 2567 · 6:17 · โรม 15:7
    เรามักแบ่งคนเป็นซีกที่น่ารักกับซีกที่ไม่น่ารัก พอซีกที่ไม่ชอบมีมากเกินไป เราก็ปฏิเสธและลืมไปว่าเคยรักคนนั้น แต่ความรักเป็นมากกว่าความรู้สึกอบอุ่น มันคือการอุทิศตนที่จะห่วงใยดูแล อย่างคำปฏิญาณในพิธีสมรสที่ว่าจะรักกันทั้งในยามดีและยามร้าย รักแท้ไม่ได้มองไม่เห็นข้อบกพร่อง แต่ยอมรับคนนั้นอย่างที่เขาเป็น และรู้ว่ามีแต่พระเจ้าที่ทำให้เขาเปลี่ยนได้ พระเจ้าไม่เคยตรัสว่า “ไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะรักเจ้า”

    “ฉะนั้นจงยอมรับซึ่งกันและกันเหมือนที่พระคริสต์ทรงยอมรับท่าน เพื่อจะนำการสรรเสริญมาถวายแด่พระเจ้า” (โรม 15:7)
  99. ตอนที่ 188
    จะโทษพระเจ้าจริง ๆ หรือ
    9 ธ.ค. 2567 · 5:25 · สดุดี 37:1-2
    ในสัปดาห์เดียว เพื่อนคนหนึ่งป่วยด้วยมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ลูกสาววัย 2 ขวบของเพื่อนจมน้ำตาย และศิษยาภิบาลที่นับถือตกบันไดจนสมองตาย ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าตั้งค่ายรายล้อมผู้ที่ยำเกรงพระองค์ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เชื่อจะมีตาข่ายนิรภัยกันทุกอย่าง ดาวิดเองถูกซาอูลไล่ล่าเอาชีวิต เขามีเหตุผลที่จะโทษพระเจ้า แต่กลับร้องว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นศิลา เป็นป้อมปราการ และผู้กอบกู้ของข้าพเจ้า” ให้พระองค์ปลอบโยนใจที่เป็นทุกข์ และสักวันหนึ่งเราจะเข้าใจ

    “อย่าเดือดเนื้อร้อนใจเพราะคนชั่ว หรืออย่าอิจฉาคนที่ทำผิด เพราะว่าในไม่ช้าเขาก็จะเหี่ยวแห้งไปเหมือนต้นหญ้า และเขาจะเฉาตายไปเหมือนพืชผัก” (สดุดี 37:1-2)
  100. ตอนที่ 187
    ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง
    2 ธ.ค. 2567 · 5:45 · 2 ทิโมธี 4:7-8
    หลายคนไม่ยอมพูดถึงความตาย แม้จะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมไว้ให้ครอบครัว แต่ผู้เขียนสดุดีบอกว่าความตายของประชากรขององค์พระผู้เป็นเจ้ามีค่าในสายพระเนตรของพระองค์ ถ้าเราได้เข้าเฝ้าราชินีที่พระราชวังบักกิงแฮม เราคงเตรียมตัวอย่างดี แล้วเราจะกังวลเรื่องการเข้าเฝ้าองค์จอมกษัตริย์น้อยกว่านั้นได้หรือ เปาโลรุดหน้าไปเพื่อฉวยเอาสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงตั้งไว้สำหรับเขา พระเจ้ามีพระประสงค์สำหรับทุกคนจนถึงลมหายใจสุดท้าย เมื่อชีวิตเคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์ เราจะพูดได้อย่างเปาโลว่า “ข้าพเจ้าได้วิ่งแข่งมาจนถึงเส้นชัย”

    “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง ข้าพเจ้าได้วิ่งแข่งมาจนถึงเส้นชัย ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว บัดนี้มงกุฎแห่งความชอบธรรมรอข้าพเจ้าอยู่ องค์พระผู้เป็นเจ้าตุลาการผู้เที่ยงธรรมจะประทานมงกุฎนี้เป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น” (2 ทิโมธี 4:7-8)
  101. ตอนที่ 186
    พระคัมภีร์เชื่อได้จริงหรือ
    25 พ.ย. 2567 · 5:43 · อิสยาห์ 40:8
    บางคนพร้อมเชื่อศิลาจารึกที่ขุดพบหลังถูกฝังมา 2000 ปี แต่กลับมองว่าเอกสารที่นักวิชาการเก็บรักษาไว้อย่างดีในช่วงเวลาเดียวกันเป็นแค่ตำนาน ธรรมบัญญัติถูกเก็บไว้ในหีบพันธสัญญาทันทีที่ได้รับ ต่อมาพวกแมสโซไรท์ได้รวบรวมและสงวนต้นฉบับโบราณ พวกอาลักษณ์นับจำนวนคำทั้งเล่ม จดคำและอักษรที่อยู่ตรงกลาง เพื่อให้รู้ว่าคัดลอกตกหล่นไปหรือไม่ เราจึงไม่ต้องสันนิษฐานว่าพระคัมภีร์ไม่จริงจนกว่าจะมีหลักฐานทางโบราณคดี

    “ต้นหญ้าก็เหี่ยวแห้ง และดอกไม้ก็ร่วงโรย แต่พระวจนะพระเจ้าของเราจะยั่งยืนเป็นนิตย์” (อิสยาห์ 40:8)
  102. ตอนที่ 185
    ตามทฤษฎีแล้ว พระเจ้ามีจริงหรือ
    18 พ.ย. 2567 · 5:42 · ฮีบรู 11:6
    การเชื่อพระเจ้ากับการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นคนละเรื่องกัน ไอน์สไตน์เชื่อพระเจ้า แต่แย้งว่ามนุษย์รู้จักพระองค์ไม่ได้ ทว่าพระเจ้าทรงรับสภาพมนุษย์ ประสูติที่เบธเลเฮม และพระเยซูตรัสกับฟีลิปว่า “ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา” การหักล้างหรือเยาะเย้ยคนไม่เชื่อไม่อาจเปลี่ยนชีวิตเขา แต่คำพยานส่วนตัวอาจทำได้ โรเบิร์ต อิงเกอร์ซอลล์ เขียนว่าถ้าคริสเตียนทุกคนใช้ชีวิตแบบป้าของเขา หนังสือต่อต้านพระเจ้าของเขาคงไม่ได้ถูกเขียนขึ้น

    “ถ้าไม่มีความเชื่อก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้พระเจ้าพอพระทัย เพราะผู้ที่จะมาหาพระเจ้าต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่และประทานบำเหน็จแก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์อย่างจริงจัง” (ฮีบรู 11:6)
  103. ตอนที่ 184
    สิ่งที่ข่าวมรณกรรมบอกเรา
    11 พ.ย. 2567 · 5:39 · ลูกา 9:27
    ในข่าวมรณกรรมมีทั้งคนที่อายุยืนถึง 93 ปี และทารกอายุหกเดือนที่หัวใจดวงจิ๋วหยุดทำงาน ไม่มีใครคาดว่าจะต้องตายก่อนวัยอันควร หลายคนจึงเลื่อนการทำพินัยกรรมออกไปเรื่อย ๆ ฟร็องซัวส์ เฟเนลง บอกว่าเราทำราวกับจะอายุยืนเป็นหมื่นปี ทุกคนรู้ว่าใบเกิดทุกใบจะมีใบมรณบัตรตามมา แต่เราไม่ค่อยคิดว่าจะคืนดีกับพระเจ้าได้อย่างไร สำหรับลูกของพระเจ้า วันศุกร์ประเสริฐจะตามมาด้วยวันอีสเตอร์ เพราะพระเยซูตรัสว่า “เราเป็นผู้ที่ฟื้นคืนจากความตายและมีชีวิต” นี่แหละคือข่าวดี

    “แต่เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า มีบางคนที่ยืนอยู่ที่นี่ซึ่งยังจะไม่รู้รสความตาย จนกว่าจะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้า” (ลูกา 9:27)
  104. ตอนที่ 183
    ใกล้หมดเวลาแล้ว
    3 พ.ย. 2567 · 5:42 · ยอห์น 1:12
    โจรที่ถูกตรึงข้างพระเยซูทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์” และพระเยซูตรัสตอบทันทีว่า “วันนี้ท่านจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” ใช้เวลาไม่ถึง 16 วินาทีด้วยซ้ำ แต่แมทธิว เฮนรี่ เตือนว่าการกลับใจใหม่ของคนใกล้ตายไม่ค่อยมีจริง ชายคนหนึ่งที่ใกล้เสียชีวิตมีวันอาทิตย์ปีละ 52 ครั้งนานกว่า 60 ปี แต่ลูกสาวบอกว่า “พ่อไม่เคยมีเวลาไปโบสถ์หรอกค่ะ” อย่ารอจนเหลือเวลาแค่ 16 นาที ผู้ที่ยอมรับและเชื่อในพระนามของพระองค์จะได้รับสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า

    “ส่วนคนทั้งปวงที่ยอมรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า” (ยอห์น 1:12)
  105. ตอนที่ 182
    เรื่องยากที่จะเชื่อฟัง
    28 ต.ค. 2567 · 6:04 · 1 ซามูเอล 15:22-23
    พระเจ้าตรัสสั่งซาอูลให้โจมตีคนอามาเลขโดยไม่เหลือเชลยไว้ แต่ซาอูลเก็บโคและแกะที่ดีที่สุดไว้ โดยอ้างว่าจะเอามาถวายเป็นเครื่องบูชา พระเจ้าจึงส่งซามูเอลมาบอกว่าการเชื่อฟังนั้นดียิ่งกว่าเครื่องบูชา การเชื่อฟังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า และทำให้ซาอูลถูกปฏิเสธ การหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองที่จะไม่เชื่อฟังไม่มีทางนำสันติสุขและพระพรมาให้ และเมื่อเรารู้ว่าต้องเชื่อฟังเรื่องใด นั่นคือเวลาแห่งความกล้าหาญที่จะลงมือทำสิ่งที่ถูกต้อง

    “การเชื่อฟังนั้นดียิ่งกว่าเครื่องบูชา การสดับฟังก็ดีกว่าการถวายไขมันของแกะผู้ เพราะการละเมิดฝ่าฝืนก็เป็นเหมือนบาปจากการเล่นไสยศาสตร์ และความหยิ่งทะนงก็เหมือนบาปจากการกราบไหว้รูปเคารพ” (1 ซามูเอล 15:22-23)
  106. ตอนที่ 181
    ตัดสินใจได้ฉลาดขึ้น
    21 ต.ค. 2567 · 6:07 · โรม 12:2
    บางคนไม่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์ เลยทำผิดซ้ำซาก ลองดูข้อคิดเรื่องการตัดสินใจจากคนที่ผ่านมาก่อน เมื่อมีคนคัดค้าน ให้ดูว่ามาจากไหนและมีแรงจูงใจอะไร การชะลอการตัดสินใจใช้ได้เมื่อไม่แน่ใจจริง ๆ แต่ใช้ไม่ได้กับก้อนเนื้อที่น่าสงสัย บาดแผลที่เพื่อนทำยังน่าเชื่อถือ เพราะเพื่อนแท้กล้าพูดความจริง เวลาที่ตัดสินใจก็สำคัญพอ ๆ กับเรื่องที่ตัดสินใจ ส่วนความรู้สึกเพียงอย่างเดียวพาเราผิดได้ แต่ถ้าอธิษฐานจริงจัง หาคำปรึกษาที่ดี แล้วรู้สึกยืนยันภายในว่านี่คือสิ่งที่พระเจ้าต้องการ ก็ทำตามได้เลย

    “อย่าดำเนินชีวิตตามอย่างคนในโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจของท่านใหม่ แล้วท่านจึงจะสามารถพิสูจน์และยืนยันได้ว่าสิ่งใดคือพระประสงค์ของพระเจ้า คือพระประสงค์อันดีอันเป็นที่พอพระทัยและสมบูรณ์พร้อมของพระองค์” (โรม 12:2)
  107. ตอนที่ 180
    เรื่องยากที่จะตัดสินใจ
    14 ต.ค. 2567 · 5:46 · เยเรมีย์ 29:12
    ชีวิตทุกวันนี้ไม่เรียบง่ายเหมือนเดิม เรามีเรื่องให้ต้องตัดสินใจมากมาย และบ่อยครั้งก็ตัดสินใจตามที่ใจพาไป แนวทางง่าย ๆ คือ เผชิญหน้ากับเรื่องที่ต้องตัดสินใจ เพราะการละเลยก็คือการปล่อยให้ปัญหาแย่ลง คิดถึงผลข้างเคียงตามความจริง โดยถามคนที่จริงใจและรักเรามากพอ เขียนข้อดีข้อเสียแล้วให้คะแนน อธิษฐานขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ เปิดพระคัมภีร์ดูว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยอะไรไว้ และเมื่อตัดสินใจแล้วก็อย่าหันมองกลับ

    “แล้วเจ้าจะร้องเรียกเรา และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า” (เยเรมีย์ 29:12)
  108. ตอนที่ 179
    ตัดสินใจได้อย่างฉลาดและปลอดภัยกว่า
    7 ต.ค. 2567 · 5:40 · ยากอบ 1:5
    ทุกคนต้องเจอการตัดสินใจที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเรื่องดูแลแม่ที่แก่ชรา เรื่องเงิน หรือเรื่องที่ทำงาน จอร์จ มุลเลอร์ ผู้ช่วยเหลือเด็กกำพร้าในอังกฤษ ใช้วิธีเขียนข้อดีข้อเสียลงกระดาษ แล้วอธิษฐานและประเมินเหตุผลทุกเช้า การตัดสินใจของเขาจึงเกี่ยวข้องกับพระเจ้า สถานการณ์ และสามัญสำนึก ดร. แบรี่ ลูเบทกิน แนะนำให้ให้คะแนนแต่ละข้อ 1 ถึง 5 และกล้าคิดถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุด ส่วนคนที่ไว้ใจได้ช่วยให้เราเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น แล้วจงวางใจพระเจ้าอย่างหมดใจ พระองค์จะทรงทำทางของเราให้ราบเรียบ

    “ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา จงทูลขอจากพระเจ้าผู้ประทานด้วยพระทัยกว้างขวางแก่คนทั้งปวงโดยไม่ตำหนิ แล้วผู้นั้นจะได้รับ” (ยากอบ 1:5)
  109. ตอนที่ 178
    ความหวังที่กำราบไม่อยู่
    30 ก.ย. 2567 · 5:40 · เยเรมีย์ 29:11
    ศูนย์กลางความหวังของผู้เชื่อคือพระเยซูคริสต์ ผู้ประทานความหวังในชีวิตนิรันดร์ ดร. วูล์ฟพบว่าผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันรวมกลุ่มกัน เชื่อใจ ช่วยเหลือ และหัวเราะไปด้วยกัน คนจะทนความโหดร้ายได้ตราบที่ยังมีความหวัง มีเป้าหมาย และมีความเชื่อในเพื่อน ส่วน ดร. วิกเตอร์ ฟรังเคิล ซึ่งเคยเป็นนักโทษในค่ายเอง มองว่าความหวังคือการเชื่อมต่อกับพระเจ้าแห่งอนาคตที่ไม่มีอะไรเอาชนะได้ ความหวังจึงเป็นความแน่ใจว่าชีวิตเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าจริง ๆ

    “เพราะเรารู้แผนการที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนการเพื่อทำให้เจ้ารุ่งเรืองไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เป็นแผนการเพื่อให้ความหวังและอนาคตแก่เจ้า” (เยเรมีย์ 29:11)
  110. ตอนที่ 177
    พลังความหวังในการเยียวยารักษา
    23 ก.ย. 2567 · 6:19 · เยเรมีย์ 17:7
    หลังอุบัติเหตุรถชน ครอบครัวที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัดมักถามหมอคำเดียวกันว่า “มีความหวังไหม?” คนงานเหมืองที่ติดอยู่ใต้ซากก็เคาะรหัสมอร์สถามคำถามนี้กับคนที่กำลังขุดหาเขา โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความท้อแท้ที่ซ่อนอยู่เงียบ ๆ และความหวังก็เหือดหายไปจากบรรดาเมืองหลวงของโลก แต่พระคัมภีร์ประกาศว่ามนุษย์ไม่มีความหวังใดเลย เว้นแต่ความหวังที่มาโดยความเชื่อในพระเจ้า ผู้ที่เราวางใจได้แน่นอน ความเชื่อคือประตูที่เปิดให้กับความหวังสำหรับอนาคต

    “แต่ความสุขมีแก่ผู้ที่ไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่มีความเชื่อมั่นในพระองค์” (เยเรมีย์ 17:7)
  111. ตอนที่ 176
    ความกล้าหาญในทุก ๆ วัน
    16 ก.ย. 2567 · 6:06 · เอสเธอร์ 4:16
    ผู้ฟังหลายคนบอกว่า “ปัญหาของฉันมันเกินจะรับไหว” เมื่อนึกถึงดาเนียล ดาวิด หรือเอสเธอร์ที่ยอมเสี่ยงชีวิต บางทีเรากลับยิ่งห่อเหี่ยวใจ เพราะคิดว่า “ฉันไม่ใช่เอสเธอร์” แต่ ดร. โรลโล เมย์ บอกว่าความกล้าคือความสามารถที่จะก้าวไปข้างหน้า แม้จะสิ้นหวังแล้วก็ตาม ถ้าเราเชื่อว่าพลังทั้งหมดต้องมาจากตัวเอง เราก็อาจสิ้นหวัง แต่เมื่อเราอ่อนแรง กำลังและฤทธิ์เดชของพระเจ้าจะค้ำจุนเรา นี่คือความกล้าที่เกิดจากความมั่นใจว่าแค่มีพระเจ้าก็เพียงพอแล้ว

    “แล้วฉันจะเข้าเฝ้ากษัตริย์แม้ว่าเป็นการฝืนกฎ ถ้าฉันพินาศ ฉันก็พินาศ” (เอสเธอร์ 4:16)
  112. ตอนที่ 175
    ตามหาความกล้า
    9 ก.ย. 2567 · 5:23 · ผู้วินิจฉัย 21:25
    อะเลคซันดร์ โซลเซนิตซิน เชื่อว่าการขาดความกล้าเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดของความตกต่ำฝ่ายวิญญาณและศีลธรรม ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้กล้าอย่างจอห์น แมคเคน ที่ถูกทรมานเป็นเชลยศึกห้าปีครึ่ง แต่ปฏิเสธการปล่อยตัวก่อนกำหนดเพราะไม่อยากให้เพื่อนเชลยหมดกำลังใจ และหญิงชราวัย 80 ที่ใช้ไม้เท้าตีคนร้ายเพื่อช่วยผู้หญิงที่ถูกลวนลาม คำว่ากล้าหาญมาจากคำที่หมายถึงหัวใจ ผู้กล้าแท้แยกถูกกับผิด จริงกับเท็จได้ชัดเจน แต่เมื่อทุกคนต่างทำตามที่ตนเองเห็นดีเห็นชอบ ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าพอที่จะเสี่ยงเพื่อคนอื่น

    “ในสมัยนั้นอิสราเอลไม่มีกษัตริย์ปกครอง ทุกคนต่างทำตามที่ตนเองเห็นดีเห็นชอบ” (ผู้วินิจฉัย 21:25)
  113. ตอนที่ 174
    ใช้เวลาอยู่กับพระเจ้าตามลำพัง
    2 ก.ย. 2567 · 5:27 · อิสยาห์ 5:8
    เออร์ม่า บอมเบค เล่าติดตลกถึงแม่ที่หนีเข้าตู้เสื้อผ้า แต่สุนัขก็ยังตามมาหา ในฮ่องกงที่มีคนกว่า 7 ล้านคน บางคนอยู่ในห้องขนาดเท่าเตียงเดียว การอยู่ด้วยกันมากเกินไปอาจแย่พอๆ กับการสันโดษมากเกินไป พระคริสต์มักไปยังถิ่นทุรกันดารหรือขึ้นภูเขาเพื่ออธิษฐาน และเปาโลใช้สามปีแรกของชีวิตคริสเตียนอยู่ในทะเลทราย ไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นเวลาทบทวนและเตรียมตัว ลองใช้เวลาวันละสักสิบนาทีอธิษฐานและใคร่ครวญพระคำ แล้วคุณจะพบว่าพระเยซูทรงรอคุณอยู่

    “วิบัติแก่ผู้เหล่านั้นที่เสริมบ้านหลังหนึ่งเข้ากับอีกหลังหนึ่ง และเสริมนาเข้ากับนา จนไม่มีที่อีกแล้ว และเจ้าทั้งหลายต้องอยู่ลำพัง ในท่ามกลางแผ่นดินนั้น” (อิสยาห์ 5:8)
  114. ตอนที่ 173
    วิธีเติบโตฝ่ายวิญญาณ
    26 ส.ค. 2567 · 5:39 · 1 ยอห์น 2:1-2
    พ่อแม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกเติบโต แต่หลายคนที่บอกว่าเชื่อพระเยซูคริสต์ กลับมีความรู้เติบโตราวยักษ์ใหญ่ ขณะที่จิตวิญญาณแคระแกร็น เหมือนการตัดแต่งกิ่งกุหลาบที่กระตุ้นให้เกิดกิ่งใหม่ ความเครียดและปัญหาอาจทำให้เราเติบโต หรือทำให้ขมขื่นจนหยุดโต การเติบโตฝ่ายวิญญาณมาจากการตอบสนองต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงทำในชีวิต ดำเนินชีวิตตามพระคำทุกวัน อธิษฐานเป็นกิจวัตร และสารภาพทันทีเมื่อรู้ตัวว่าทำผิด การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้เกิดในโบสถ์ที่อบอุ่นสบาย แต่ในสนามแข่งของชีวิตที่ความเชื่อถูกท้าทาย

    “ลูกที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเขียนมาถึงท่านเช่นนี้เพื่อท่านจะไม่ทำบาป แต่ถ้าผู้ใดทำบาป เราก็มีพระองค์ผู้ทูลแก้ต่างต่อพระบิดาเพื่อเราทั้งหลาย คือพระเยซูคริสต์องค์ผู้ชอบธรรม” (1 ยอห์น 2:1-2)
  115. ตอนที่ 172
    ทำไมมันจึงเกิดขึ้นกับฉัน
    19 ส.ค. 2567 · 6:02 · 1 โครินธ์ 10:11
    ริค วอร์เรน ศิษยาภิบาลที่พูดให้คนราว 12,000 คนฟังทุกสัปดาห์ บอกว่าคำถามที่คนถามมากที่สุดคือ “ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับฉัน” ผิดไหมที่จะถาม ลองดูโยบ ผู้สูญเสียลูก ฝูงสัตว์ คนรับใช้ และบ้าน แล้วร้องถามว่าทำไมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเจ้าทรงเข้าใจความเจ็บปวดของเรา เพราะพระองค์ทรงระลึกว่าเราเป็นธุลีดิน ในที่สุดพระองค์ก็ทรงสำแดงพระหัตถ์ที่ขัดเกลา สอน และอวยพรโยบ พระเจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกเรื่อง แต่การรู้ว่าพระองค์ทรงห่วงใยและจะพาเราผ่านความเจ็บปวดไปได้ ดีกว่าการรู้ว่าทำไม

    “สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแก่พวกเขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และบันทึกไว้เพื่อเตือนใจเราผู้ซึ่งอยู่ในยุคที่พระราชกิจของพระเจ้าจะสำเร็จ” (1 โครินธ์ 10:11)
  116. ตอนที่ 171
    ไปไม่ถึงไหน
    12 ส.ค. 2567 · 5:44 · สดุดี 90:12
    คนนับล้านใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในหม้ออัดแรงดัน พยายามทำให้ได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง จนการเดินเล่นในป่า การเล่นกับลูก หรือมื้อค่ำกับคนรักถูกกลืนหายไป เจมส์ เกลค บอกว่าเราเร่งเพราะเราทำได้ และเพราะกลัวถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่การช้าลงบ้างอาจทำให้ความสำเร็จยั่งยืนกว่า ทำให้เป็นพ่อแม่ที่ดีขึ้น และเป็นคนที่พระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำและใช้ได้ สิ่งที่คิดว่าดีมักเป็นศัตรูของสิ่งที่ดีที่สุด เราย้อนไปดูก้าวแรกของลูกไม่ได้ จึงต้องรู้ว่าอะไรสำคัญ และรักษามันไว้ให้สำคัญจริงๆ

    “ขอทรงสอนข้าพระองค์ทั้งหลายให้นับวันคืนของตน เพื่อจะได้มีจิตใจที่กอปรด้วยสติปัญญา” (สดุดี 90:12)
  117. ตอนที่ 170
    อีกเช้าหนึ่งแล้ว
    5 ส.ค. 2567 · 6:05 · มัทธิว 6:34
    เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพูดว่า “อีกเช้าหนึ่งแล้ว” น้ำเสียงของเราบอกทัศนคติต่อชีวิตได้ดี นักโทษที่เห็นแสงแดดผ่านลูกกรง หญิงป่วยบนเตียงโรงพยาบาล หรือเจ้าสาวในช่วงฮันนีมูน ต่างพูดคำเดียวกันด้วยความรู้สึกที่ต่างกันมาก วันนี้เป็นวันเดียวที่เราทำอะไรได้ จงอย่าพยายามแก้ทุกปัญหาในชีวิต เอาแค่ปัญหาของวันนี้ก็พอ เพราะความล้มเหลวเมื่อวานผ่านไปแล้ว อับราฮัม ลินคอล์น บอกว่าคนส่วนมากจะมีความสุขตามที่เขาตัดสินใจ และเปาโลเขียนว่า “วันนี้คือวันแห่งความรอด” ถ้าใจยังขาดสันติสุข วันนี้จงทูลเชิญพระผู้ช่วยให้รอดเข้ามาในชีวิต

    “เพราะฉะนั้นอย่าวิตกกังวลเกี่ยวกับพรุ่งนี้เพราะพรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีความเดือดร้อนของมันพออยู่แล้ว” (มัทธิว 6:34)
  118. ตอนที่ 169
    การคิดอย่างมีเหตุผล
    29 ก.ค. 2567 · 6:05 · 1 ซามูเอล 26:21
    เมื่อตัดสินใจด้วยอารมณ์และอคติ เรามักมองไม่เห็นภาพรวมและผลที่จะตามมา แนวทางสู่การคิดอย่างมีเหตุผลมีสี่ข้อ ข้อแรก เอาความยุ่งเหยิงทางอารมณ์ออกจากความคิด ถามตัวเองว่าความคิดนี้มาจากความโกรธหรือความริษยาหรือเปล่า ข้อสอง พร้อมรับผลจากการกระทำ รวมถึงผลจากการไม่ทำอะไรเลย เช่น พบก้อนที่เต้านมก็ต้องไปตรวจให้รู้แน่ ข้อสาม ปรึกษาพระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงรู้อนาคต ข้อสี่ หาให้เจอว่าหลงทางตรงไหนแล้วกลับเข้าสู่ทางที่ถูก ไม่ว่าคุณเป็นใคร ก็ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล

    “เราได้ทำบาปแล้ว กลับมาเถิดลูกเอ๋ย เราจะไม่พยายามหาช่องทางทำร้ายเจ้าอีก เพราะในวันนี้เจ้าเห็นชีวิตเรามีคุณค่า เราโง่เขลาไปและทำผิดมหันต์” (1 ซามูเอล 26:21)
  119. ตอนที่ 168
    วิธีออกจากชีวิตที่ยุ่งเหยิง
    22 ก.ค. 2567 · 5:46 · สดุดี 23:3
    เมื่อการตัดสินใจแย่ๆ ทำให้ชีวิตยุ่งเหยิง เราจะออกมาได้อย่างไร พระเยซูทรงเล่าถึงชายหนุ่มที่ผลาญมรดกในเมืองไกล จนวันหนึ่งรู้ตัวว่าทำชีวิตพังไปแล้ว เรื่องนี้ให้แนวทางหกข้อ ประเมินชีวิตตามความจริง ฝังความเย่อหยิ่ง วางแผนว่าต้องการไปที่ไหน ยอมรับความล้มเหลวอย่างถ่อมใจ ลงมือทำตามแผน และชดใช้ตามความจำเป็น เมื่อเขาลุกขึ้นกลับไปหาบิดา “เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาก็เห็นเขาและมีใจสงสาร จึงวิ่งออกไปกอดคอและจูบแก้มของเขา” คนส่วนใหญ่พร้อมให้อภัยมากกว่าที่เราคาดคิด

    “พระองค์ทรงคืนความสดชื่นแก่ชีวิตข้าพเจ้า” (สดุดี 23:3)
  120. ตอนที่ 167
    คิดให้รอบคอบ
    15 ก.ค. 2567 · 6:05 · อิสยาห์ 1:18
    ว่ากันว่ามีคนเพียง 10% ที่คิดจริงๆ อีก 75% คิดว่าตัวเองคิด ส่วนอีก 15% ขอตายดีกว่าคิด เราไม่ชอบคิดเพราะการคิดบังคับให้เห็นผลที่ตามมา การกินมากเกินไป การเลี่ยงยื่นภาษี หรือการไม่ยอมไปหาหมอฟัน ล้วนนำไปสู่ผลที่หนักกว่าเดิม หญิงคนหนึ่งที่เลิกกับสามีพบว่าความโดดเดี่ยวร้ายกาจกว่าที่คิด พระเจ้าตรัสว่า “มาเถิด เรามาตกลงกัน” เป็นการทรงเรียกให้คิดให้รอบคอบถึงผลที่จะตามมา และการคิดต้องรวมพระเจ้าไว้ด้วย เพราะการอภัยของพระองค์เปิดทางให้ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานได้รับการซ่อมแซม

    “มาเถิด เรามาตกลงกัน” (อิสยาห์ 1:18)
  121. ตอนที่ 166
    คิด
    8 ก.ค. 2567 · 6:09 · สดุดี 71:14
    สมองมนุษย์เป็นสิ่งทรงสร้างที่น่าอัศจรรย์ ให้กำเนิดทั้งวิทยาศาสตร์ วรรณกรรม และอารยธรรม แต่หลายคนใช้ชีวิตโดยไม่เคยคิดเรื่องพระเจ้าเลย พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าทรงสร้างเราตามพระฉายาของพระองค์ รวมถึงความสามารถในการคิด อาดัมได้รับงานตั้งชื่อสัตว์ อิสยาห์บันทึกคำเชื้อเชิญว่า “มาเถิด เรามาตกลงกัน” และเปาโล นักวิชาการผู้เรียนกับกามาลเอล เรียกการมอบกายเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตว่า “การรับใช้ที่สมเหตุสมผล” มีสี่คำถามที่ควรใช้สมองคิด ฉันคือใคร ฉันมาจากไหน ชีวิตฉันมีวัตถุประสงค์อะไร และตายแล้วฉันจะไปไหน

    “แต่ข้าพระองค์จะหวังอยู่เสมอ และจะสรรเสริญพระองค์มากยิ่งๆ ขึ้น” (สดุดี 71:14)
  122. ตอนที่ 165
    คิดอย่างไรเป็นอย่างนั้น
    1 ก.ค. 2567 · 5:59 · สุภาษิต 23:7
    ดร. จอห์น แบร์ฟูต แห่งมหาวิทยาลัยดุ๊ก ศึกษานาน 27 ปีและพบว่า คนที่คิดลบเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คนที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้ามีทัศนคติด้านบวกมากขึ้น ในพระคัมภีร์ โยเซฟถูกจำคุก ดาเนียลถูกโยนให้สิงโต สเทเฟนถูกขว้างจนตาย เปาโลถูกจับเข้าคุกนับครั้งไม่ถ้วน แต่พวกเขาไม่ยอมแพ้ เพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมอยู่และพระองค์จะเป็นผู้มีชัย ลองอ่านจดหมายที่เปาโลเขียนถึงชาวฟีลิปปีจากในคุก แล้วดูว่าความสัมพันธ์กับองค์พระผู้เป็นเจ้ากำหนดทัศนคติของเราอย่างไร

    “เพราะเขาคิดในใจอย่างไร เขาก็เป็นอย่างนั้น” (สุภาษิต 23:7)
  123. ตอนที่ 164
    ความรักคืออะไร
    24 มิ.ย. 2567 · 5:54 · วิวรณ์ 2:4
    คนที่เคยถูกคนรักทิ้งหรือทำให้เจ็บปวด มักถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าจะไม่เป็นแบบคนอื่น ปัญหาส่วนหนึ่งคือเราสับสนความรักแท้กับพฤติกรรมของคนที่ทำร้ายเรา นิยามที่ดีที่สุดของความรักคือ คำมั่นสัญญาที่ไม่มีเงื่อนไข ที่มีให้กับคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของเขาด้วยการเสียสละส่วนตัว นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทำเมื่อประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เหมือนผ้าต่อของผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ด้านหลังเต็มไปด้วยปมด้ายยุ่งเหยิง แต่พระเจ้าทรงเห็นด้านที่สวยงามซึ่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว และความรักจะไม่เป็นความรักจนกว่าคุณจะให้ออกไป

    “แต่เรามีข้อติติงเจ้าคือ เจ้าได้ละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า” (วิวรณ์ 2:4)
  124. ตอนที่ 163
    สงสัยในความดีของพระเจ้า
    17 มิ.ย. 2567 · 6:31 · โยบ 13:15
    ความทุกข์ยากมาได้หลายรูปแบบ ทั้งโรคภัย การหย่าร้าง ความตาย หรือการผ่าตัด รอย ซัค ปล้ำสู้กับคำถามนี้เมื่อลูกสาวบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจนต้องผ่าตัด 16 ครั้ง สาเหตุที่เราสงสัยความรักของพระเจ้ามักมีสามอย่าง คือความทุกข์ ความอยุติธรรมในโลก และคำอธิษฐานที่ไม่ได้รับคำตอบตามที่ขอ ข้อเสนอแนะคือ รู้ว่าพระเจ้ารักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข พยายามเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังข้อโต้แย้งของเรา และวางใจพระเจ้าแม้ไม่เห็นพระหัตถ์ของพระองค์ เหมือน ดร. ซี.อี.เอ็ม. โจอาด ที่เมื่อได้รู้จักพระเจ้า สันติสุขก็เข้ามาเติมเต็มในใจเขา

    “แม้ว่าพระองค์ประหารข้า ข้าก็ยังจะหวังในพระองค์ แน่ทีเดียว ข้ายังคงขอสู้คดีต่อหน้าพระองค์” (โยบ 13:15)
  125. ตอนที่ 162
    เมื่อคุณสงสัยความรักพระเจ้า
    10 มิ.ย. 2567 · 5:59 · เยเรมีย์ 31:3
    เมื่อเจอความสูญเสียหรือคำอธิษฐานที่ไม่ได้รับคำตอบ หลายคนเริ่มสงสัยความรักของพระเจ้า พอล ลิตเติล เขียนว่าถ้าเราเคลือบแคลงในความดีของพระเจ้า เราจะไม่แน่ใจในความสัมพันธ์กับพระองค์ ขาดสันติสุข และความรักของพระเจ้าก็ไหลผ่านชีวิตเราไปถึงคนอื่นได้ยาก ทางแก้คือเรียนรู้สิ่งที่พระคัมภีร์บอกเรื่องความรักของพระองค์ ซึ่งเกินความเข้าใจ เป็นนิรันดร์ และไม่สิ้นสุด จอร์จ แมทเธอสัน ศิษยาภิบาลหนุ่มที่กำลังสูญเสียการมองเห็นและถูกหญิงที่รักปฏิเสธ ได้เขียนถึง “ความรักที่จะไม่ทอดทิ้งข้าพระองค์” เขาค้นพบว่าความรักของพระเจ้าไม่มีที่สิ้นสุด และคุณก็พบได้เช่นกัน

    “เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เราได้โน้มนำเจ้าเข้ามาหาเราด้วยความรักความเอ็นดู” (เยเรมีย์ 31:3)
  126. ตอนที่ 161
    เสียงรบกวน
    3 มิ.ย. 2567 · 5:48 · สดุดี 46:10
    อิสยาห์ 66:6 กล่าวถึงเสียงสามเสียงที่เรายังได้ยินทุกวันนี้ เสียงจากนครที่วุ่นวายสับสนจนกลบเสียงพระเจ้า เสียงจากพระวิหารที่เป็นศาสนาแบบองค์กรซึ่งต้องใช้วิจารณญาณแยกแยะ และเสียงของพระเจ้าที่ยังชัดเจนและเป็นจริง เราจะรู้ได้อย่างไรว่านั่นคือเสียงพระเจ้า ประการแรก เสียงพระองค์เป็นเสียงเบาๆ จากภายใน จึงต้องนิ่งสงบและตั้งใจฟัง ประการที่สอง มักตรงข้ามกับนิสัยเก่าของเรา แต่ไม่เคยขัดกับพระคำของพระองค์ ประการที่สาม สิ่งที่พระองค์ขอให้ทำจะถวายเกียรติแด่พระองค์ ไม่ใช่สร้างชื่อเสียงให้ตัวเรา

    “จงนิ่งสงบและรู้ว่าเราเป็นพระเจ้า เราจะได้รับการยกย่องท่ามกลางประชาชาติ เราจะได้รับการยกย่องในโลก” (สดุดี 46:10)
  127. ตอนที่ 160
    พระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
    27 พ.ค. 2567 · 5:37 · อิสยาห์ 28:23
    เมื่อหนีความอึกทึกของเมืองไปนั่งมองดาว เรารู้สึกว่าเงียบ แต่รอบตัวมีเสียงมากมายที่เราไม่ได้ปรับจูนเพื่อฟัง คุณเคยได้ยินเสียงพระเจ้าในใจที่บอกว่าพระองค์ต้องการให้คุณทำอะไรไหม ถ้าไม่เคย อาจเป็นเพราะเราไม่ได้ปรับเข้าหาคลื่นความถี่ของพระองค์ ในเรื่องของเอลียาห์ พระเจ้าตรัสด้วยเสียงเบาๆ และราบเรียบ ทุกวันนี้เราได้ยินเสียงพระองค์ส่วนใหญ่ผ่านทางพระคัมภีร์ และแน่ใจได้ว่าพระเจ้าจะไม่ตรัสสิ่งใดในใจเราที่ขัดกับพระคำของพระองค์ จงจัดเวลาอ่านจดหมายที่พระองค์ส่งถึงคุณ ใคร่ครวญ และฟังเสียงพระองค์ในการอธิษฐาน

    “เงี่ยหูลงซิ และฟังเสียงข้าพเจ้า สดับซี และฟังคำพูดของข้าพเจ้า” (อิสยาห์ 28:23)
  128. ตอนที่ 159
    จงรักเพื่อนบ้าน
    20 พ.ค. 2567 · 5:44 · มัทธิว 22:37,39
    การรักคนจำนวนมากบนโลกเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การรักคนในครอบครัวที่นิสัยขัดแย้งกับเรา หรือเพื่อนร่วมงานที่หยาบคาย เป็นอีกเรื่องที่ต้องจ่ายด้วยราคาแพง โซเรน เคียร์เกอการ์ด ชี้ว่าพระคัมภีร์ไม่ได้สั่งให้รักผู้คนเป็นหมู่ใหญ่ แต่สั่งให้รักคนเป็นรายตัว ผู้เล่าเคยเจอหญิงจรจัดที่ฮ่องกง แล้วตัดสินใจไม่ได้ว่าจะช่วยอย่างไร สุดท้ายจึงไม่ได้ช่วยอะไรเลย เราตอบสนองความต้องการของทุกคนในโลกไม่ได้ แต่ทำบางอย่างเพื่อเพื่อนบ้าน ครอบครัว และคนใกล้ตัวได้ พระเยซูตรัสว่า “บัญญัติของเราคือ ให้พวกท่านรักกันและกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่าน”

    “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” (มัทธิว 22:37,39)
  129. ตอนที่ 158
    บิดาฆาตกร
    13 พ.ค. 2567 · 5:37 · เอเฟซัส 6:4
    โรเบิร์ต โนวส์ ตั้งใจเลี้ยงลูกมาตลอด 17 ปี แต่ลูกชายกลับถูกตัดสินจำคุก 25 ปีหลังสารภาพว่าฆ่าเด็กสาววัย 16 ที่ปฏิเสธเขา ไม่มีใครบอกได้ชัดว่าผิดพลาดตรงไหน แต่สิ่งที่มีผลต่อค่านิยมของเด็กมากที่สุดในระยะยาวคือพ่อแม่ พ่อแม่ที่ใช้ชีวิตตามที่สอนย่อมเกิดผลมากกว่าพ่อแม่ที่พูดอย่างทำอย่าง พ่อแม่ที่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองกำลังสอนว่าพระบิดาในสวรรค์ทรงอภัย และไม่มีค่านิยมใดถ่ายทอดได้ถ้าไม่ใช้เวลาอยู่กับลูก ทำส่วนของเราให้ดีที่สุด แล้ววางใจให้พระเจ้าทำงานในใจลูก

    “ส่วนท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา อย่ายั่วบุตรของท่านให้เกิดโทสะ แต่จงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยการสั่งสอนและการเตือนสติตามหลักขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (เอเฟซัส 6:4)
  130. ตอนที่ 157
    มนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาให้มีค่าเท่ากันหรือ
    6 พ.ค. 2567 · 5:14 · ยอห์น 15:13
    ที่ประเทศจีน นักศึกษาแพทย์วัย 24 ปีชื่อ จาง หัว ลงไปช่วยชาวนาวัย 69 ปีที่ตกบ่อของเสีย แต่ก๊าซพิษทำให้เขาเสียชีวิต พรรคยกย่องเขาเป็นวีรบุรุษ แต่ภายในสามวันมีจดหมายจากคนหนุ่มสาวกว่า 1,600 ฉบับที่บอกว่าเขาโง่ ชีวิตคนหนึ่งมีค่ามากกว่าอีกคนหรือ ความเชื่อว่าทุกชีวิตมีค่าเท่ากันไม่ได้มาจากมาร์กซหรือเอ็งเงิลส์ แต่มาจากพระคัมภีร์ ถ้าอยากรู้ว่าพระเจ้าคิดว่าชีวิตคนหนึ่งมีค่าเท่าไหร่ ให้นึกถึงพระบุตรบนไม้กางเขน แล้วฟังเสียงพระเจ้าที่ตรัสว่า “เรารักเจ้ามากพอจนให้ลูกของเราตายแทนเจ้า”

    “ไม่มีผู้ใดมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้คือ การที่เขายอมสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตนเอง” (ยอห์น 15:13)
  131. ตอนที่ 156
    การแสวงหาความสงบเงียบ
    29 เม.ย. 2567 · 5:14 · 1 เธสะโลนิกา 4:11
    อาร์เธอร์ พิ้งก์ นักศาสนศาสตร์ เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1930 ว่าโลกบูชาความเร็ว และคนของพระเจ้าก็ติดเชื้อนี้ไปด้วย ทุกวันนี้ปัญหาหนักกว่าเดิม เราเพิ่มชั้นเรียน กิจกรรม และสัมมนาลงในตารางที่แน่นอยู่แล้ว ถ้าพระเยซูอยู่ตอนนี้ พระองค์จะอัดกิจกรรมให้มากขึ้น หรือปลีกตัวไปฟังเสียงลมพัดผ่านทิวไม้ เปาโลสั่งให้เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสงบ ซึ่งหมายถึงการละจากงาน รักษาสันติสุข และนิ่งสงบ ไม่ใช่การหนีครอบครัวหรือหน้าที่ แต่ถ้าอยากอยู่รอดทั้งด้านจิตวิญญาณ อารมณ์ และร่างกาย เราต้องรู้จักหาเวลาสงบเงียบเพื่อพักผ่อนและพักฟื้น

    “ท่านจงมุ่งมาดว่าจะดำเนินชีวิตอันสงบ จะเอาใจใส่ธุรกิจของตน และจะลงมือทำงานเองเหมือนที่เราได้บอกท่านไว้” (1 เธสะโลนิกา 4:11)
  132. ตอนที่ 155
    ติดธุระ งานยุ่ง
    22 เม.ย. 2567 · 6:22 · อิสยาห์ 32:17
    หลายคนนำทัศนคติแบบรีบๆ ทำให้เสร็จมาใช้กับความสัมพันธ์กับพระเจ้า คิดว่ายิ่งเข้าร่วมประชุม สัมมนา และกิจกรรมมากขึ้น พระองค์ก็ยิ่งพอพระทัย เกล แมคโดนัลด์ ถามว่าเราตกหลุมพรางความเชื่อแบบนี้บ่อยแค่ไหน แต่พระเยซูกลับปลีกตัวไปแสวงหาความเป็นส่วนตัวในช่วงที่วุ่นวายที่สุด เราอาจไปอยู่ในถ้ำหรือทะเลทรายไม่ได้ แต่หยิบฉวยเวลาสักชั่วโมง ปิดวิทยุ โทรทัศน์ เปิดพระคัมภีร์ อ่านและใคร่ครวญเงียบๆ คอยฟังเสียงพระเจ้าได้ เพราะ “กำลังของเจ้าอยู่ที่การสงบนิ่งและการวางใจ”

    “ผลงานของความชอบธรรมจะเป็นสันติสุข และผลลัพธ์ของความชอบธรรมคือความเงียบสงบและความวางใจเป็นนิตย์” (อิสยาห์ 32:17)
  133. ตอนที่ 154
    อธิษฐานด้วยความมั่นใจ
    15 เม.ย. 2567 · 5:46 · 1 ยอห์น 5:14,15
    หญิงยากจนคนหนึ่งอธิษฐานขออาหาร เพื่อนบ้านที่ไม่เชื่อพระเจ้าจึงแกล้งเอาตะกร้าอาหารไปวางไว้หน้าบ้าน แต่เธอกลับขอบคุณพระเจ้าที่ทรงจัดเตรียมให้ แม้ผ่านมือคนที่เยาะเย้ยเธอ ท่านยอห์นเชื่อมความมั่นใจในการอธิษฐานเข้ากับการรู้พระประสงค์ของพระเจ้า เมื่อเราขอสิ่งจำเป็นประจำวัน ขอให้คนที่เรารักได้รู้จักพระเยซูคริสต์ ขอพระคุณที่เพียงพอ หรือขอกำลังต่อต้านการทดลอง เราอธิษฐานอย่างมั่นใจได้ เพราะพระเจ้าทรงสัญญาไว้แล้ว การอธิษฐานไม่ใช่การคิดปรารถนา แต่คือการขอและได้รับ บนความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพระบิดา

    “นี่คือความมั่นใจที่เรามีเมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า คือถ้าเราทูลขอสิ่งใดที่สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟังเรา และถ้าเรารู้ว่าพระองค์ทรงฟังเรา เมื่อเราทูลขอสิ่งใดๆ เราก็รู้ว่าจะได้รับสิ่งที่เราทูลขอจากพระองค์” (1 ยอห์น 5:14,15)
  134. ตอนที่ 153
    สิ้นหวัง
    8 เม.ย. 2567 · 5:47 · เยเรมีย์ 17:7
    ธาเลส นักปรัชญากรีก กล่าวว่าความหวังจะอยู่กับคนที่ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว แต่ทุกวันนี้แม้ความหวังก็ดูเหมือนกำลังมอดลง ท่ามกลางสงคราม ความยากจน และการทุจริต คริสเตียนยังมีความหวังได้ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรก เชื่อว่าฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ดังที่ริชาร์ด วูร์มแบรนด์ และคอรี่ เทน บูม ได้เรียนรู้ในคุก ประการที่สอง แน่ใจว่าความตายไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย ความหวังนี้เป็นสมออันมั่นคงและแน่นอนของจิตใจ หากความหวังของคุณอยู่ในพระเจ้า พระองค์จะทรงเป็นที่กำบังจากมรสุมชีวิต

    “คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า” (เยเรมีย์ 17:7)
  135. ตอนที่ 152
    รับผลที่จะตามมา
    1 เม.ย. 2567 · 6:22 · สุภาษิต 14:12
    ตัวเลือกสำหรับการตัดสินใจ สถานการณ์ และผลที่ตามมา สามคำนี้ใช้เป็นแนวทางชีวิตได้ เหมือนไม่หวีผมสองสามวันผมก็พันกัน หรือใช้เหล้ายาจนตับพัง พระเยซูทรงเล่าถึงชายหนุ่มที่ขอมรดกจากพ่อล่วงหน้า แล้วผลาญเงินไปกับสุรา นารี และเสียงเพลง จนต้องไปให้อาหารหมู เมื่อคิดขึ้นได้เขาก็กลับบ้าน พ่อให้อภัยเขา ซึ่งเปรียบถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แต่เขาก็ไม่ได้หนีพ้นผลจากการกระทำ อย่าลืมว่า “มีทางหนึ่งซึ่งคนเราคิดว่าถูกต้อง แต่จุดจบของทางเหล่านี้คือความตาย”

    “มีทางหนึ่งซึ่งคนเราคิดว่าถูกต้อง แต่จุดจบของทางเหล่านี้คือความตาย” (สุภาษิต 14:12)
  136. ตอนที่ 151
    พระเจ้ากับความเครียดของคุณ
    25 มี.ค. 2567 · 5:49 · ฟีลิปปี 4:6-7
    งานวิจัยติดตามผู้ป่วยโรคหัวใจ 107 รายเป็นเวลาห้าปี พบว่าคนที่รู้จักจัดการความเครียดมีอาการหัวใจวายน้อยลงอย่างชัดเจน และคนที่เชื่อว่าพระเจ้าทรงดูแลชีวิตเขาก็เครียดน้อยกว่า การเลิกบุหรี่ กินอาหารดี และออกกำลังกายช่วยได้แต่ยังไม่พอ ลองอ่านมัทธิวบทที่ 6 ทุกวันแล้วดูว่าพระเจ้าทรงดูแลนกในอากาศอย่างไร ท่องจำฟีลิปปี 4:6 และใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาทีทุกเช้าอ่านพระคัมภีร์และอธิษฐาน เพราะคำอธิษฐานเปลี่ยนแปลงผู้คน และผู้คนก็เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ

    “อย่ากระวนกระวายในเรื่องใดๆ เลย แต่จงทูลขอทุกสิ่งต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐานและการอ้อนวอนพร้อมกับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะปกป้องความคิดจิตใจของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:6-7)
  137. ตอนที่ 150
    สนทนากับพระเจ้า
    18 มี.ค. 2567 · 5:50 · 1 เธสะโลนิกา 5:17
    เดวิด มัวร์ เล่าว่าแม่สอนให้เขาอธิษฐานในทุกเรื่อง ทั้งเล็กและใหญ่ แต่แม่ไม่เคยลงท้ายด้วยคำว่า “อาเมน” เพราะแม่ยังไม่ได้อธิษฐานจบ แค่หยุดชั่วคราว และพระเยซูไม่ถือสาที่จะรอสักสองสามนาทีก่อนจะสนทนากันต่อ นี่คือความหมายของคำที่เปาโลบอกว่า “จงอธิษฐานอย่าหยุดยั้ง” แมรี่ สเลสเซอร์ มิชชันนารีชาวสก็อตที่อยู่ในแอฟริกาเกือบทั้งชีวิต ถูกเพื่อนๆ ซุบซิบว่าชอบพึมพำกับตัวเอง แต่เธอตอบตรงๆ ว่า “ฉันกำลังคุยกับพระเยซู” การอธิษฐานจึงเป็นทัศนคติในใจ ที่ทำให้เราอยู่ในการสนทนากับพระเจ้าตลอดวัน

    “จงอธิษฐานอยู่เสมอ” (1 เธสะโลนิกา 5:17)
  138. ตอนที่ 149
    ได้มาเปล่าๆ
    11 มี.ค. 2567 · 6:06 · ยอห์น 6:37
    ใครๆ ก็ชอบของดีราคาถูก บางครั้งถึงขั้นซื้อของที่ไม่จำเป็นเพียงเพราะมันลดราคา หลายคนจึงคาดหวังแบบเดียวกันกับพระเจ้า ราวกับการอธิษฐานเป็นการกระตุกเชือกเชิดหุ่นให้พระองค์ทำงานแทน ดร.เอริค ฟรอมม์ เคยเตือนว่าเรากำลังใช้แนวคิดจากพระคัมภีร์เพื่อขายตัวเอง แต่พระเจ้าไม่ได้ให้เรามาต่อรองกับพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทำก็เพราะทรงรักเรา และเราไม่มีวันทำอะไรตอบแทนได้เลย นั่นคือพระคุณ พระเยซูทรงสัญญาว่าผู้ที่มาหาพระองค์จะไม่ถูกขับไล่ไป และตรัสว่า “ถ้าพวกท่านรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา”

    “คนทั้งปวงที่พระบิดาประทานแก่เราจะมาหาเรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่มีวันขับไล่เขาไป” (ยอห์น 6:37)
  139. ตอนที่ 148
    จุดประกายด้วยศักยภาพของคุณ
    4 มี.ค. 2567 · 5:53 · สดุดี 127:3-4
    เด็กที่ดูเหมือนเรียนรู้ช้าอาจแค่ไม่สนใจสิ่งที่ธรรมดาเกินไป โทมัส เอดิสัน มาร์ก ทเวน และอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ตอนเด็กไม่มีอะไรบอกเลยว่าจะเป็นคนเด่นดัง บางคนต้องเจอความท้าทายก่อนศักยภาพจะถูกจุดประกาย อย่างเฮนรี่ ฟอร์ด ที่ 2 ที่เคยสอบตกทุกวิชา แต่เมื่อต้องรับตำแหน่งแทนพ่อ เขากลับนำบริษัทสู่ความสำเร็จ ความท้าทายเป็นเหมือนไฟที่เผาขี้เงินจนเหลือแต่เงินบริสุทธิ์ และพระคัมภีร์สอนว่า “ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะทำสิ่งใดจงทุ่มเททำอย่างสุดใจเหมือนทำเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เพื่อมนุษย์”

    “บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้า บุตรหลานเป็นบำเหน็จจากพระองค์ บุตรที่เกิดแก่คนหนุ่มฉกรรจ์ เป็นเหมือนลูกศรในมือนักรบ” (สดุดี 127:3-4)
  140. ตอนที่ 147
    หากจะมีใครสักคนรับฟัง
    26 ก.พ. 2567 · 5:19 · สดุดี 27:7
    ริชาร์ด เซแนค เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของโรงพยาบาล เริ่มธุรกิจโทรปลุกชื่อ รูสเตอร์ส แล้วได้พบว่าสิ่งที่คนมากมายต้องการคือมีคนฟังเขา เมื่อลูกค้ารายหนึ่งขอแค่ให้มีเสียงตอบว่า “ใช่” ทุก 30 วินาที ดร.พอล ตูร์เนียร์ จิตแพทย์ชื่อดัง บอกว่าบทสนทนาส่วนใหญ่ในโลกเป็นเหมือนบทสนทนาของคนหูหนวก การเป็นผู้ฟังที่ดีเริ่มจากเปิดใจและปิดปาก จดจ่อกับสิ่งที่ฟัง มองตาคู่สนทนา วางมือจากสิ่งที่ทำ และฟังให้ครบก่อนโต้ตอบ เพราะ “คนที่ตอบเรื่องหนึ่งเรื่องใดก่อนที่เขาได้ยินเรื่องนั้น ก็เป็นความโง่และความอับอายแก่เขา”

    “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงฟัง เมื่อข้าพระองค์ ร้องทูล ขอทรงพระกรุณาและตรัสตอบข้าพระองค์เถิด” (สดุดี 27:7)
  141. ตอนที่ 146
    บาดแผลจากเพื่อน
    19 ก.พ. 2567 · 6:02 · สุภาษิต 27:6
    เมื่อเพื่อนสนิทที่เคยไว้ใจเริ่มเย็นชา ไม่โทรมา คุยกันแค่ตามมารยาท แล้วกลับมองเราเป็นศัตรู พิษจากการหักหลังนั้นเจ็บกว่าการกระทำของศัตรู ดาวิด กษัตริย์แห่งอิสราเอล เคยผ่านความทุกข์ใจแบบนี้และบันทึกไว้ในสดุดี 55 เขามีอำนาจพอจะเอาคืน แต่รู้ว่าความรุนแรงยิ่งนำไปสู่ความรุนแรงที่มากขึ้น ดาวิดจึงร้องทูลพระเจ้าทั้งยามเย็น ยามเช้า และยามเที่ยง แล้วสรุปว่า “แต่สำหรับข้าพระองค์ ข้าพระองค์วางใจในพระองค์” วิธีนี้ยังใช้ได้เหมือนเดิมสำหรับเราในวันนี้

    “บาดแผลที่มิตรทำก็ด้วยเจตนาดี แต่การจูบของศัตรูนั้นมากเกินความจริง” (สุภาษิต 27:6)
  142. ตอนที่ 145
    กุญแจจัดการความขัดแย้ง 4 ดอก
    12 ก.พ. 2567 · 5:28 · มัทธิว 18:15
    ชายที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งเล่าให้นักจิตวิทยาเอ็ด ฟิช ฟังว่าเขากลัววันแต่งงานของลูกสาว เพราะไม่ได้พูดกับพี่น้องสองคนมาเป็นปี ทั้งที่จำไม่ได้ว่ามีปัญหาเรื่องอะไร หญิงอีกคนเล่าว่าแม่อยากให้จัดงานศพสามครั้ง เพราะลูกสามคนไม่พูดกัน ความขัดแย้งในครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเรื่องใหญ่ แต่จากเรื่องหยุมหยิมที่กระทบความเย่อหยิ่ง แล้วความโกรธก็แข็งตัวเป็นความขมขื่นเหมือนคอนกรีต กุญแจสี่ดอกคือ ตัดสินใจว่าชีวิตสั้นเกินกว่าจะอยู่กับความโกรธ เป็นฝ่ายเริ่มแก้ไขก่อนตามที่พระเยซูสอน หัดพูดว่าฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันนะ โดยไม่โยนความผิด และเมื่อจัดการแล้วให้ถือว่ามันตายและถูกฝังไปแล้ว

    “หากพี่น้องของท่านคนหนึ่งทำผิดต่อท่าน จงไปหาและชี้ความผิดต่อเขาสองต่อสองเท่านั้น ถ้าเขาฟังท่าน ท่านจะได้พี่น้องคืนมา” (มัทธิว 18:15)
  143. ตอนที่ 144
    การโคลนมนุษย์ทำไมถึงจะไม่ทำ
    5 ก.พ. 2567 · 6:29 · สดุดี 139:13
    ครอบครัวชาวจอร์แดนคู่หนึ่งใช้เทคนิคใหม่ผสาน DNA จากสามคนจนได้ทารกชาย คำถามเรื่องการโคลนมนุษย์จึงกลับมาอีกครั้ง ในมุมพระคัมภีร์ มนุษย์ถูกสร้างตามพระลักษณะของพระเจ้า และพระองค์ตรัสว่า เรารู้จักเจ้าตั้งแต่ก่อนที่เราจะปั้นเจ้าในครรภ์มารดา การโคลนนิ่งยังละเมิดโครงสร้างครอบครัวที่พระเจ้าทรงกำหนด ในมุมจริยธรรม เราระวังการดัดแปลงอาหาร แต่จะไม่ระวังเรื่องชีวิตมนุษย์หรือ ส่วนการอ้างว่าจะได้คนที่แข็งแรงและฉลาดขึ้น ก็คือความคิดเดียวกับฮิตเลอร์ ในทางปฏิบัติ การโคลนต้องล้มเหลวนับร้อยครั้ง เราจะมีปัญหาใหญ่เมื่อลืมความหมายแท้ของการเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรี

    “เพราะพระองค์ทรงสร้างชิ้นส่วนภายในข้าพระองค์ พระองค์ทรงถักทอข้าพระองค์เข้าด้วยกันในครรภ์มารดา” (สดุดี 139:13)
  144. ตอนที่ 143
    พระเจ้าในชีวิตของเรา
    29 ม.ค. 2567 · 5:37 · สดุดี 33:12
    โรเจอร์ เครก นักเบสบอลฝีมือดี ตอบนักข่าวว่าความสำเร็จของเขามาจากพระเจ้า แต่นักข่าวกลับรีบเปลี่ยนเรื่องราวกับเขาพูดเรื่องต้องห้าม ทั้งที่ในอีกด้าน จอร์จ บุช ยังบอกบอริส เยลต์ซิน ว่าจะอธิษฐานเผื่อเขา ทุกครั้งที่ไปเมืองจีน ผู้คนทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อพระเจ้าต่างพูดถึงพระองค์อย่างเปิดเผย หญิงสาวคนหนึ่งเล่าว่าพ่อของเธอเปลี่ยนไปหลังได้ไปโบสถ์ในต่างประเทศ และเธอเองก็อยากรู้ว่าที่ถูกสอนว่าไม่มีพระเจ้านั้นจริงหรือไม่ คนส่วนใหญ่ทั่วโลกเชื่อในพระเจ้าไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง ตรงข้ามกับที่สื่ออยากบอกเรา เพราะในใจมนุษย์ทุกคนมีสุญญากาศที่มีรูปร่างเหมือนพระเจ้า

    “ประชาชาติที่พระเจ้าของเขาคือพระยาห์เวห์ก็เป็นสุข คือชนชาติซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรไว้เป็นมรดกของพระองค์” (สดุดี 33:12)
  145. ตอนที่ 142
    องค์ประกอบของการฟื้นฟูที่แท้จริง
    22 ม.ค. 2567 · 6:09 · สดุดี 85:6
    สิ่งที่คริสตจักรต้องการวันนี้คือการเคลื่อนไหวยิ่งใหญ่ของพระวิญญาณพระเจ้า การฟื้นฟูแท้มีอย่างน้อยห้าองค์ประกอบ เริ่มจากคำอธิษฐาน ซึ่งบางครั้งมาจากคนเพียงคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ ตามด้วยการสำรวจใจ สารภาพบาป และขอการอภัยต่อกัน แล้วนิสัยและความประพฤติก็เปลี่ยน เหมือนคนงานเหมืองในเวลส์ที่เลิกพูดคำหยาบจนล่อต้องเรียนคำสั่งใหม่ ต่อมาคือการสำแดงอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสุดท้ายคริสตจักรเติบโตเพราะผู้คนอยากนมัสการและฟังพระวจนะ ไม่ใช่เพราะดนตรีหรืออาคาร ถ้าคริสตจักรของคุณดูแห้งแล้ง จงเริ่มอธิษฐานเผื่อคริสตจักรแทนการพูดถึงสภาพที่ย่ำแย่

    “พระองค์เองจะทรงฟื้นฟูข้าพระองค์ทั้งหลายมิใช่หรือ? เพื่อประชากรของพระองค์จะได้ยินดีในพระองค์” (สดุดี 85:6)
  146. ตอนที่ 141
    การอธิษฐาน กุญแจแห่งการฟื้นฟู
    15 ม.ค. 2567 · 6:11 · 2 พงศาวดาร 7:14
    คำว่าการฟื้นฟูมาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า การคืนสู่ชีวิต ประวัติศาสตร์คริสตจักรแสดงว่าพระเจ้ามักส่งการฟื้นฟูผ่านคนไม่กี่คนที่ทุ่มเทวิงวอน ที่แคว้นเวลส์ มันเริ่มจากกลุ่มอธิษฐานเล็กๆ ที่นอร์เวย์ เริ่มจากคำอธิษฐานของภารโรง ที่ฟิลิปปินส์ เริ่มเมื่อชัค ฮอลซิงเกอร์ บอกในโบสถ์ของสถาบันว่า ความรักของพระเจ้า ผมไม่เข้าใจ อาร์มิน เกสไวน์ ผู้นำการอธิษฐานในการประชุมของบิลลี เกรแฮม ใช้ชีวิตทั้งชีวิตเรียกคนกลับมาอธิษฐานขอการฟื้นฟู ในบทสนทนาสุดท้ายก่อนเขาจากไป เขาบอกว่าต้องให้การอธิษฐานกลับสู่คริสตจักร เขาเคยเขียนว่า การฟื้นฟูในคริสตจักรขึ้นอยู่กับการรวมตัวกันอธิษฐาน และจะเกิดจากทางอื่นไม่ได้

    “ถ้าประชากรของเราผู้ซึ่งเขาเรียกกันโดยนามของเรานั้นจะถ่อมตัวลง อธิษฐานและแสวงหาหน้าของเรา ทั้งหันเสียจากทางชั่วของพวกเขา เราก็จะฟังจากสวรรค์ และจะให้อภัยแก่บาปของเขาและจะรักษาแผ่นดินของเขาให้หาย” (2 พงศาวดาร 7:14)
  147. ตอนที่ 140
    การฟื้นฟูฝ่ายวิญญาณเกิดขึ้นอย่างไร
    8 ม.ค. 2567 · 6:01 · 2 พงศ์กษัตริย์ 22:13
    ช่วงต้นปี 1930 คริสตจักรในนอร์เวย์เยือกเย็นเหมือนน้ำแข็งในฟยอร์ด วันหนึ่งภารโรงชราผู้ถ่อมตนของคริสตจักรเบธเลเฮมในออสโล บอกศจ.ธอร์ลีฟ โฮล์ม แกลด ว่าปีนี้จะมีการฟื้นฟู ภายในปีเดียวคำนั้นก็เป็นจริง คนนับพันกลับใจในคริสตจักรเดียว และการตื่นตัวฝ่ายวิญญาณก็แผ่ไปทั่วประเทศนานถึง 9 ปี ปีต่อมาภารโรงพาศิษยาภิบาลขึ้นไปที่ธรรมาสน์ แล้วเล่าว่าทุกครั้งที่มาทำความสะอาด เขาคุกเข่าตรงนั้นอธิษฐานด้วยน้ำตาขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมา สิ่งที่จุดประกายการฟื้นฟูไม่ใช่วิทยากรชื่อดัง แต่คือคำอธิษฐานของชายที่ทำความสะอาดห้องน้ำและกวาดหิมะ พระเจ้าองค์เดียวกันจะตอบคำอธิษฐานของคุณด้วย

    “จงไปทูลถามพระยาห์เวห์ให้กับเรา และให้กับประชาชน และให้กับยูดาห์ทั้งหมด เกี่ยวกับถ้อยคำในหนังสือนี้ที่ได้พบ เพราะว่าพระพิโรธของพระยาห์เวห์ซึ่งพลุ่งขึ้นต่อพวกเรานั้นใหญ่หลวงนัก เพราะว่าบรรพบุรุษของเราไม่ได้เชื่อฟังถ้อยคำของหนังสือนี้ ที่จะทำทุกสิ่งตามที่เขียนไว้เกี่ยวกับพวกเรา” (2 พงศ์กษัตริย์ 22:13)
  148. ตอนที่ 139
    พระคริสต์จะเสด็จกลับมาจริงหรือ
    1 ม.ค. 2567 · 5:29 · 1 เธสะโลนิกา 4:16-17
    เมื่อผู้มาเยือนอาคารรัฐสภาสหรัฐถามถึงข้อความบนเพดานว่า หนึ่งเหตุการณ์อันไกลโพ้นที่สรรพสิ่งทั้งมวลมุ่งไปสู่ มัคคุเทศก์ตอบว่าน่าจะหมายถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ วันนี้หลายคนอาจมองการเสด็จกลับมาเป็นเพียงหลักข้อเชื่อหรือสัญลักษณ์ พระคัมภีร์รุ่นใหม่หลายฉบับยังละคำว่า มารานาธา ใน 1 โครินธ์ 16:22 คำภาษาแอราเมอิกนี้แปลว่า พระองค์เสด็จมา คริสเตียนยุคแรกใช้ทักทายและหนุนใจกัน และเปาโลใช้เตือนว่าพระคริสต์จะเสด็จกลับมาจริงๆ จุดจบของโลกจะไม่ได้มาจากระเบิดไฮโดรเจน ถ้าคริสเตียนยุคแรกเข้าใจถูก มารานาธาก็ยังคงเป็นความหวังของโลกนี้

    “คือว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยเสียงเรียกของหัวหน้าทูตสวรรค์และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และทุกคนที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นพระเจ้าจะทรงรับพวกเราซึ่งยังมีชีวิตอยู่ขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์” (1 เธสะโลนิกา 4:16-17)
  149. ตอนที่ 138
    ความรักที่ทรงพลังกว่ากระสุนปืน
    25 ธ.ค. 2566 · 6:13 · ยอห์น 13:35
    เหมา เจ๋อตุง กับพระเยซูคริสต์พูดถึงเรื่องเดียวกันหลายเรื่อง แต่ในทางตรงข้าม พระเยซูตรัสว่าถ้าท่านรักกันและกัน ทุกคนจะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา ส่วนเหมาบอกว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความรัก อาณาจักรของพระคริสต์ไม่มีเขตแดนทางการเมือง แต่อยู่ในใจมนุษย์ และศัตรูของอาณาจักรนี้คือความบาป ความละโมบ และตัณหา เซอร์เกย์ คูร์ดาคอฟ เด็กหนุ่มชาวรัสเซียที่นำการสลายการนมัสการลับครั้งแล้วครั้งเล่า ได้พบเด็กหญิงที่ตอบสนองต่อความรุนแรงด้วยความรัก เขาจึงหันมาหาพระเยซู และค้นพบว่าความรักเป็นอาวุธที่ทรงพลังยิ่งกว่ากระสุนปืน การสู้รบแท้จริงวันนี้คือการต่อสู้เพื่อจิตใจและความคิดของมนุษย์

    “ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา” (ยอห์น 13:35)
  150. ตอนที่ 137
    ตอนนี้คุณไว้ใจใคร
    18 ธ.ค. 2566 · 5:53 · 2 พงศ์กษัตริย์ 19:19
    ชาวอัสซีเรียบูชาเทพมากมาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาเชื่อมั่นในอาวุธ กษัตริย์เซนนาเคอริบจารึกบนพระราชวังที่นีนะเวห์ว่าตนเป็นราชาของโลก ห่างออกไป 700 ไมล์ที่เยรูซาเล็ม เฮเซคียาห์เป็นกษัตริย์ผู้อ่อนโยนและยำเกรงพระเจ้า ทั้งคู่มีพ่อที่เสเพลและแบกความรับผิดชอบเหมือนกัน แต่เลือกต่างกันโดยสิ้นเชิง เซนนาเคอริบพ่ายแพ้ต่อทูตของพระเจ้า กลับบ้านไปอธิษฐานต่อพระต่างชาติ แล้วถูกลูกชายของตัวเองสังหาร ส่วนเฮเซคียาห์สิ้นพระชนม์ท่ามกลางการไว้ทุกข์ของประชาชน เทพแห่งพลังและอำนาจยังอยู่กับเราทุกวันนี้ คำถามคือคุณไว้ใจพระเจ้าของใคร

    “ฉะนั้นบัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยพวกข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะทราบว่า พระองค์คือพระยาห์เวห์ ทรงเป็นพระเจ้าแต่องค์เดียว” (2 พงศ์กษัตริย์ 19:19)
  151. ตอนที่ 136
    กำลังของศัตรูของคุณ
    11 ธ.ค. 2566 · 5:42 · ยากอบ 4:14
    หลังจากกษัตริย์เฮเชคียาห์ทำลายรูปเคารพ เปิดพระวิหาร และรื้อฟื้นการนมัสการด้วยพระราชทรัพย์ของพระองค์เอง เซนนาเคอริบกษัตริย์อัสซีเรียก็ยกทัพมาบุกยูดาห์ ทหารอัสซีเรียขึ้นชื่อว่าเหี้ยมโหดและเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุดในโลก แต่เฮเชคียาห์เคยเผชิญศัตรูมาหลายครั้ง และรู้ว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่กำลังของศัตรู แต่คือความแข็งแกร่งของเกราะป้องกัน ซึ่งก็คือพระเจ้า ท่านเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ คือเสริมกำแพง สร้างอาวุธ หนุนใจทหาร แล้วร่วมกับอิสยาห์อธิษฐานอย่างขมักเขม้น และพระเจ้าก็ประทานการช่วยเหลืออย่างอัศจรรย์ พระเจ้าองค์เดียวกันยังช่วยเหลือผู้ที่วางใจพระองค์อยู่ในทุกวันนี้

    “แต่ว่าท่านไม่รู้เรื่องของพรุ่งนี้ ชีวิตของท่านเป็นเช่นใดเล่า ท่านก็เป็นเช่นหมอกที่ปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป” (ยากอบ 4:14)
  152. ตอนที่ 135
    เรื่องราวเบื้องหลังเรื่องเล่า
    4 ธ.ค. 2566 · 6:16 · 2 พงศาวดาร 31:20-21
    เบื้องหลังข้อพระคำที่บอกว่าเฮเซคียาห์ทำสิ่งที่ดีและถูกต้องเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า มีเรื่องราวมากกว่านั้น ท่านขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 25 ปี เปิดและซ่อมประตูพระนิเวศ เรียกปุโรหิตกลับมา และจัดเทศกาลปัสกาครั้งยิ่งใหญ่ แล้วกองทัพของเซนนาเคอริบก็บุกเข้ามา แทนที่จะบ่นว่าทำทุกอย่างเพื่อพระเจ้าแล้วยังเจอแบบนี้ ท่านเสริมกำแพง ผลิตอาวุธ และบอกประชาชนว่าผู้ที่อยู่กับเราใหญ่กว่าผู้ที่อยู่กับเขา พระเจ้าส่งทูตสวรรค์องค์เดียวสู้กับทหาร 185,000 นาย ส่วนบันทึกของเซนนาเคอริบกลับไม่พูดถึงความพ่ายแพ้ที่เยรูซาเล็มเลย พระเจ้าจะประทานชัยชนะแก่คุณเช่นกันเมื่อศัตรูชีวิตจู่โจม

    “เฮเซคียาห์ทรงทำดังนี้ทั่วยูดาห์ และพระองค์ทรงทำสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องและที่ซื่อสัตย์เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ และการทุกอย่างที่พระองค์ทรงเริ่มต้นทั้งการปรนนิบัติ ในพระนิเวศของพระเจ้า และการทำตามธรรมบัญญัติและพระบัญญัติ เพื่อแสวงหาพระเจ้าของพระองค์ พระองค์ทรงทำด้วยเต็มพระทัย และพระองค์ทรงเจริญขึ้น” (2 พงศาวดาร 31:20-21)
  153. ตอนที่ 134
    วิธีที่พระเจ้าใช้ปัญหา
    27 พ.ย. 2566 · 6:47 · ยากอบ 1:2-3
    เอลิซาเบธ เอลเลียต เขียนคำอธิษฐานมอบชีวิตทั้งหมดแด่พระเจ้าไว้หลังปกพระคัมภีร์ตั้งแต่อายุ 16 ปี ในปีแรกของการเป็นมิชชันนารีในเอกวาดอร์ กระเป๋าที่ใส่งานภาษาตลอดทั้งปีถูกขโมย ผู้ช่วยด้านภาษาถูกฆ่า และโครงการก่อสร้างของจิม เอลเลียต ถูกไฟไหม้ เธอเชื่อว่าพระเจ้ากำลังเตรียมใจเธอก่อนที่จะสูญเสียสามี คอรรี่ เท็น บูม ผู้ช่วยชีวิตชาวยิวจนถูกส่งไปค่ายกักกันราเวินส์บรึค ก็พูดว่าในพระเจ้าไม่มีปัญหา มีแต่แผนการ พระเจ้าใช้ปัญหาให้เรารู้ถึงความอ่อนแอของเราและความแข็งแกร่งของพระองค์ และใช้มันสร้างวินัยในชีวิต เหมือนนักกีฬาที่ฝึกหนักจนแข็งแกร่ง

    “พี่น้องทั้งหลายเมื่อใดที่ท่านเผชิญความทุกข์ยากนานาประการ จงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ เพราะท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้นทำให้เกิดความอดทนบากบั่น” (ยากอบ 1:2-3)
  154. ตอนที่ 133
    เผชิญหน้ากับเรื่องลองใจทางเพศ
    20 พ.ย. 2566 · 6:13 · 1 โครินธ์ 10:12-13
    ในวินาทีแห่งการทดลองทางเพศ สมองอาจไม่ทำงาน มีแต่ความรู้สึกที่เป็นใหญ่ จนเราไม่ทันคิดว่ากำลังทำลายหน้าที่การงานและชีวิตคู่ แม้แต่กษัตริย์ดาวิดผู้ที่พระเจ้าทรงชอบพระทัยก็ล้มลง ส่วนโยเซฟยืนหยัดได้ มีห้าแนวทางที่ช่วยได้ คือตัดสินใจล่วงหน้าเหมือนที่ผู้ประกาศปฏิเสธหญิงสาวในซิดนีย์โดยนึกถึงลูกสาวของเขา อย่าอยู่ผิดที่ผิดเวลา หล่อเลี้ยงความคิดด้วยสิ่งที่บริสุทธิ์ตามฟีลิปปีบทที่ 4 พร้อมรับการตรวจสอบจากเพื่อนกลุ่มเล็ก และรักษาชีวิตฝ่ายวิญญาณให้มีชีวิตชีวาเสมอ สงครามนี้คุ้มค่าที่จะต่อสู้และคุ้มค่าที่จะเอาชนะ

    “ดังนั้นถ้าท่านคิดว่าตนยืนหยัดมั่นคงดีแล้ว ก็จงระวังให้ดีเพื่อท่านจะไม่ล้มลง! ไม่มีการทดลองใดๆ มาถึงท่านนอกจากการทดลองที่เกิดกับมนุษย์ทั่วไป และพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ท่านถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ แต่เมื่อท่านถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้ท่านมีทางออกด้วยเพื่อท่านจะยืนหยัดได้ภายใต้การทดลอง” (1 โครินธ์ 10:12-13)
  155. ตอนที่ 132
    เขาห้ามใจไม่อยู่
    13 พ.ย. 2566 · 5:49 · เอเสเคียล 18:20
    ชายคนหนึ่งบอกศาลว่าเขาคุมตัวเองไม่ได้เพราะเป็นโรคไทรอยด์ แต่ศาลไม่รับฟังและตัดสินว่าเขามีความผิด หลายคนเชื่อว่าผู้ชายควบคุมธรรมชาติทางเพศของตัวเองไม่ได้ แล้วโยนความผิดให้ผู้หญิง เหมือนที่อาดัมบอกพระเจ้าว่าหญิงนั้นเก็บผลไม้มาให้ ชายคนหนึ่งยังบอกลูกสาวที่โกรธเขาว่า แม่ของลูกก็น่าจะรู้ว่าพ่อเป็นผู้ชาย แต่ผู้ชายถูกสร้างตามพระลักษณะของพระเจ้า รู้จักคิด ใช้เหตุผล ตัดสินใจ และต้องรับผลที่ตามมา คนที่ละเลยคำปฏิญาณชีวิตคู่อาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เมื่อภรรยาปิดประตูหัวใจลง อย่าลืมคิดว่าคุณจะต้องเสียอะไรเพื่อแลกกับความเร้าใจชั่วครู่

    “ชีวิตที่กระทำบาปจะต้องตาย บุตรไม่ต้องรับโทษความชั่วของบิดา บิดาก็ไม่ต้องรับโทษความชั่วของบุตร คนชอบธรรมจะรับกรรมชอบของตัว และคนอธรรมจะรับกรรมชั่วของตน” (เอเสเคียล 18:20)
  156. ตอนที่ 131
    ความรักราคาแพง
    6 พ.ย. 2566 · 5:42 · สุภาษิต 16:32
    สามีวัย 37 ปีในกัมพูชาเผาบ้านจนวอดเพราะกลับมาไม่เจออาหารกลางวัน เขาบอกตำรวจว่าต้องการสั่งสอนภรรยา แต่กลับถูกจับขังเสียเอง ความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ทำลายความรักที่ยังเหลืออยู่ ผู้ชายหลายคนมองภรรยาเป็นแม่บ้านที่มีหน้าที่ทำอาหาร ทำความสะอาด และสนองความต้องการของเขา เหมือนที่ปาปัวนิวกินีซึ่งใช้หมู 15 ถึง 20 ตัวแลกเจ้าสาว แต่เปาโลสอนว่าสามีต้องเลี้ยงดูทะนุถนอมภรรยาเหมือนร่างกายของตัวเอง เหมือนที่พระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร เป็นการอุทิศตนอย่างไม่มีเงื่อนไข ราคาแพง แต่นำมาซึ่งรางวัลและความยินดีมากมาย

    “บุคคลผู้โกรธช้าก็ดีกว่าคนมีกำลังมากและบุคคลผู้ปกครองจิตใจตนเองก็ดีกว่าผู้ที่ตีเมืองได้” (สุภาษิต 16:32)
  157. ตอนที่ 130
    ความผิดพลาดที่คุณซ่อนไม่ได้
    30 ต.ค. 2566 · 5:34 · กันดารวิถี 32:23
    วิศวกรลิฟต์จากเจเนอรัล อีเล็คทริค ตรวจปล่องลิฟต์ในตึกระฟ้าที่ฮ่องกงแล้วพบว่าทั้งตึกเอียง ผู้รับเหมา สถาปนิก และการเคหะต่างโทษกันไปมา จนพบว่ามีการสั่งใช้เสาเข็มคอนกรีตแทนเหล็กบีมทรงเอชเพื่อประหยัดงบ ผู้คนเรียกตึกนี้ว่า หอเอนแห่งเทียนซุยเหว และสิ่งที่คิดว่าประหยัดกลับกลายเป็นโครงการที่แพงลิ่ว สถาปนิกชั้นนำคนหนึ่งในเอเชียบอกว่า ความสูงของตึกสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งของฐานราก เช่นเดียวกับชีวิตสมรส ธุรกิจ และชีวิตทั้งหมดของเรา ความไม่ซื่อสัตย์อาจซ่อนไว้ได้สักพัก แต่เหมือนปลวกที่กัดกินเงียบๆ จนวันที่บ้านพัง

    “แต่ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้ทำเช่นนี้ นี่แน่ะ ท่านทั้งหลายก็ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ จงรู้แน่เถิดว่า บาปของท่านจะตามทัน” (กันดารวิถี 32:23)
  158. ตอนที่ 129
    คุณเป็นภาพวาดที่มีชีวิต
    23 ต.ค. 2566 · 6:02 · 2 โครินธ์ 3:3
    ภัณฑารักษ์คนหนึ่งเขียนไว้ว่า ทุกคนล้วนทำอะไรบางอย่างกับร่างกายเพื่อสื่อสารว่าพวกเขาเป็นใคร แม้แค่การหวีผม สิ่งที่เราสวมใส่และวิธีนำเสนอตัวเองจึงบอกถึงภาพลักษณ์ที่เราอยากให้คนอื่นเห็น ถ้าพระเยซูอยู่ในยุคนี้ พระองค์จะแต่งตัวอย่างไร ไม่มีที่ไหนบันทึกว่าพระองค์สื่อสารด้วยชุดที่สวมใส่ พระองค์สื่อสารด้วยชีวิต เปาโลสอนทิตัสว่าให้แสดงว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้ เพื่อทำให้คำสอนเรื่องพระเจ้าน่าเลื่อมใสในทุกทาง พระเจ้าประทับใจริ้วรอยบนใบหน้าที่นิ่งสงบมากกว่าลิปสติกสีใหม่ล่าสุด ถ้าคุณให้ความสำคัญกับสิ่งที่ชีวิตคุณบอกคนอื่น ก็ต้องคิดถึงวิธีที่คุณนำเสนอตัวเองด้วย

    “ท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเป็นจดหมายจากพระคริสต์ เป็นผลจากพันธกิจของเรา ไม่ใช่เขียนด้วยหมึกแต่เขียนขึ้นด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ไม่ได้จารึกบนแผ่นศิลาแต่จารึกบนดวงใจมนุษย์” (2 โครินธ์ 3:3)
  159. ตอนที่ 128
    เมื่อคุณเผชิญกับสถานการณ์อับจนหนทาง
    16 ต.ค. 2566 · 6:22 · สดุดี 61:2
    โจเซฟ เฮลเลอร์ เคยถูกเศษกระสุนยิงโดนเครื่องบินทิ้งระเบิดเหนือฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 ประสบการณ์นั้นกลายเป็นนิยาย Catch-22 ที่ตัวละครอยากถูกวินิจฉัยว่าบ้าเพื่อไม่ต้องบิน แต่ใครที่กลัวอันตรายอย่างมีเหตุผลก็แปลว่าไม่บ้า สถานการณ์อับจนหนทางแบบนี้เกิดกับชาวอิสราเอลหน้าทะเลแดง ดาเนียลที่ต้องเลือกระหว่างกราบรูปปั้นกับถูกโยนให้สิงโต และเยโฮชาฟัทที่เผชิญกองทัพโมอับและเอโดม เราก็เจอในชีวิตคู่ที่มีปัญหาหรือเมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมงานโกงบริษัท พระเจ้าอนุญาตให้เราเจอทางตัน เพื่อให้รู้ว่าพระองค์แหวกทะเลแดงได้ ปิดปากสิงโตได้ และทำให้ชีวิตคู่กลับมาดีได้

    “ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์จากสุดปลายแผ่นดินโลก ข้าพระองค์ร้องทูลยามจิตใจอ่อนระโหย ขอทรงนำข้าพระองค์มายังศิลาซึ่งสูงกว่าข้าพระองค์” (สดุดี 61:2)
  160. ตอนที่ 127
    คุณมีวันนี้
    9 ต.ค. 2566 · 6:06 · อิสยาห์ 38:18-19
    เมื่อประมาณ 2700 ปีก่อน กษัตริย์เฮเซคียาห์ประชวรหนัก ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์มาบอกให้จัดการบ้านเมืองให้เรียบร้อยเพราะเขากำลังจะตาย เขาหันหน้าเข้ากำแพง อธิษฐานและร่ำไห้ แล้วพระเจ้าตรัสว่า เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้าและได้เห็นน้ำตาของเจ้าแล้ว พระองค์ประทานเวลาอีก 15 ปี เฮเซคียาห์ปฏิญาณว่าจะเดินกับพระเจ้าด้วยความถ่อมใจและสรรเสริญพระองค์ แต่เมื่อชีวิตกลับสู่ภาวะปกติ ความเย่อหยิ่งก็เข้ามาแทนที่ อย่ารอจนหมอบอกว่าหมดหวังแล้วจึงตัดสินใจว่าอะไรสำคัญ วันนี้คือวันเดียวที่เป็นของคุณจริงๆ

    “เพราะแดนคนตายขอบพระคุณพระองค์ไม่ได้ ความมรณาก็สรรเสริญพระองค์ไม่ได้ บรรดาคนที่ลงไปยังหลุมนั้น จะหวังในความซื่อสัตย์ของพระองค์ไม่ได้ คนมีชีวิต คนมีชีวิต เขาขอบพระคุณพระองค์เหมือนอย่างที่ข้าพระองค์ทำอยู่ในเวลานี้ บิดาจะบอกบุตรทั้งหลายให้รู้ ถึงความซื่อสัตย์ของพระองค์” (อิสยาห์ 38:18-19)
  161. ตอนที่ 126
    เมื่อยังมีเวลา
    2 ต.ค. 2566 · 6:17 · เอเฟซัส 5:15-16
    ในปี 2014 เซลีน ดิออน ซูเปอร์สตาร์ที่ขายอัลบั้มได้กว่า 220 ล้านชุด หันหลังให้อาชีพเมื่อเรเน แองเจลิล สามีและผู้จัดการของเธอป่วยเป็นมะเร็งในลำคอ เธอบอกว่ามะเร็งทำให้คุณเรียงลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง เออร์มา บอมเบ็ค ก็เขียนไว้เมื่อรู้ว่ากำลังจะแพ้มะเร็งว่า ถ้าได้ใช้ชีวิตใหม่ เธอจะพูดน้อยลง ฟังมากขึ้น นั่งบนสนามหญ้ากับลูกๆ และพูดคำว่ารักนะกับขอโทษให้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร ไม่มีอะไรรับประกันว่าคุณจะมีชีวิตอีกปีหรืออีกสิบปี ลองอ่านพระกิตติคุณแล้วดูว่าพระเยซูทรงให้ความสำคัญกับผู้คน ไม่ใช่อำนาจ แล้วตัดสินใจเปลี่ยนตอนที่ยังมีเวลาอยู่

    “เพราะฉะนั้น จงระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา จงใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์ เพราะว่าทุกวันนี้เป็นยุคสมัยที่ชั่วร้าย” (เอเฟซัส 5:15-16)
  162. ตอนที่ 125
    ซื่อสัตย์ร้อยละ 87
    25 ก.ย. 2566 · 5:57 · โยชูวา 24:15
    ถ้าคุณไม่ทำในสิ่งที่คนทั่วไปทำกัน คุณก็จะแปลกแยก ไม่โกงเมื่อคนอื่นโกง พูดความจริงเมื่อคนอื่นโกหกเพื่อก้าวหน้า ทำงานเต็มที่เมื่อคนอื่นฆ่าเวลาบนโลกออนไลน์ คุณอาจรู้สึกโดดเดี่ยว แต่ไม่ได้มีแค่คุณ คนที่กล้าสวนกระแสในยุคของตัวเองมักเป็นคนกลุ่มน้อย และมักมีราคาที่ต้องจ่าย ตั้งแต่ผู้ที่ไม่ยอมพูดว่าซีซาร์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จนถึงมาร์ติน ลูเธอร์ คุณธรรมไม่ได้วัดกันด้วยปริมาณ ผู้ชายที่นอกใจภรรยาแม้เพียงร้อยละสองของเวลาก็ยังผิดศีลธรรม จงเลือกไปเลยเหมือนโยชูวาที่ประกาศว่า ข้าพเจ้ากับครอบครัวจะปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า

    “แต่หากท่านไม่เต็มใจที่จะปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็จงเลือกในวันนี้ว่าท่านจะปรนนิบัติใคร จะเป็นพระต่างๆ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านปรนนิบัติที่ฟากข้างโน้นของแม่น้ำยูเฟรติส หรือพระต่างๆ ของชาวอาโมไรต์ในดินแดนซึ่งท่านอาศัยอยู่ขณะนี้ แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าเองกับครอบครัวจะปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า” (โยชูวา 24:15)
  163. ตอนที่ 124
    การจุดประกายไฟแห่งความรักอีกครั้ง
    18 ก.ย. 2566 · 5:54 · เยเรมีย์ 32:27
    แลร์รี่ ครันซินสกี ประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนบาทหลวงมาอ่านคำอธิษฐานครั้งสุดท้าย แต่ภรรยาเฝ้าเขาทุกวันทุกคืนและอธิษฐานไม่หยุด เมื่อเขาลืมตา เขาจำพ่อแม่และเพื่อนได้ แต่จำเธอและชีวิตคู่สามปีไม่ได้เลย เธอไม่เคยยอมแพ้ จนวันหนึ่งเขาบอกว่าผมก็รักคุณเช่นกัน เขาตกหลุมรักเธอเป็นครั้งที่สอง คนส่วนใหญ่ยอมแพ้ในชีวิตคู่ก่อนที่มันจะจบ สิ่งที่ยังซ่อมได้กลับถูกโยนทิ้ง สูตรที่พระเจ้าให้ฟื้นความรักครั้งแรกคือ กลับจำถึงวันเวลาที่ชื่นชมยินดี กลับใจด้วยการเลิกคิดว่าเราดีกว่า และกลับมาทำสิ่งที่ทำในตอนแรก

    “นี่แน่ะ เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของมนุษย์และสัตว์ทั้งสิ้น มีสิ่งใดที่ยากเกินสำหรับเราหรือ?” (เยเรมีย์ 32:27)
  164. ตอนที่ 123
    เมื่อรักกลับเย็นชาลง
    11 ก.ย. 2566 · 6:54 · เยเรมีย์ 31:3-4
    สามีภรรยาคู่หนึ่งมีลูกชายชื่อยิสเรเอล แต่การมีลูกกลับทำให้ชีวิตคู่ตึงเครียด สามีเอาแต่ทำงาน ทั้งคู่เหินห่างกัน จนภรรยาตั้งครรภ์กับชายอื่น ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกยืนหยัดข้างเธอและเป็นพ่อของเด็ก นี่คือเรื่องของโฮเชยากับโกเมอร์ในพระธรรมโฮเซยาเมื่อ 2600 ปีก่อน ภาวะหมดไฟในชีวิตคู่เกิดจากความเครียด ภารกิจยุ่งเหยิง และการจัดลำดับความสำคัญผิด สามคำที่พระเจ้าให้ไว้ในพระธรรมวิวรณ์ใช้กับชีวิตคู่ได้ด้วย คือกลับจำถึงความรักในวันก่อน กลับใจด้วยการก้าวข้ามความดื้อรั้น และกลับมาสู่ความรักแบบที่เคยเป็น จับมือกันอธิษฐานขอการฟื้นฟู และบอกใครสักคนว่าคุณกำลังมีปัญหา

    “เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เราได้โน้มนำเจ้าเข้ามาหาเราด้วยความรักความเอ็นดู อิสราเอลพรหมจารีเอ๋ย เราจะสร้างเจ้าขึ้นมาอีก” (เยเรมีย์ 31:3-4)
  165. ตอนที่ 122
    ไม่มีวันไกลเกินเอื้อม
    4 ก.ย. 2566 · 6:19 · วิวรณ์ 2:4
    ลองนึกภาพเมืองเอเฟซัสโบราณ เมืองที่เรืองอำนาจซึ่งมีหอสมุดเซลซุสและโรงมหรสพจุคนได้ 25,000 คน เปาโลเทศนาที่นั่นจนเกิดคริสตจักรที่ดี แต่เมื่อคนรุ่นนั้นผ่านไป ความกระตือรือร้นก็จางหาย พระเจ้าตรัสผ่านนิมิตของยอห์นว่าพวกเขาได้ละทิ้งความรักดั้งเดิม ความรักดั้งเดิมคือความอบอุ่นที่คุณสัมผัสครั้งแรกเมื่อมอบชีวิตให้พระคริสต์ ตอนที่ตั้งใจอ่านพระคัมภีร์สิบนาทีแต่เผลอดื่มด่ำไปเป็นชั่วโมง ทางกลับมีสามคำ คือกลับจำว่าพระเจ้าช่วยคุณจากอะไร กลับใจ และกลับมาทำสิ่งที่เคยทำตั้งแต่แรก พระเจ้าต้องการให้คุณเดินไปกับพระองค์ และคุณจุดไฟให้ติดใหม่ได้จริงๆ

    “แต่เรามีข้อติติงเจ้าคือ เจ้าได้ละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า” (วิวรณ์ 2:4)
  166. ตอนที่ 121
    ทำไมเราถึงไม่อ่านพระคัมภีร์
    28 ส.ค. 2566 · 5:56 · สดุดี 119:105
    ช่วงที่ประเทศจีนเพิ่งเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนหนึ่งถูกวัยรุ่นชาวจีนถามหาพระคัมภีร์ เมื่อเขายอมรับอายๆ ว่ามีแต่ไม่ได้อ่าน เด็กหนุ่มก็ถามด้วยความประหลาดใจว่า ถ้ามี ทำไมไม่อ่าน เราหลายคนก็เป็นแบบนั้น ตั้งใจจะอ่านแต่ความวุ่นวายแต่ละวันก็กลบไปหมด แล้วค่อยหยิบพระคัมภีร์มาปัดฝุ่นเมื่อเจอวิกฤต พระเจ้าประทานหนังสือเล่มนี้เพื่อให้เรารู้ว่าจะใช้ชีวิต จัดลำดับความสำคัญ และดูแลครอบครัวอย่างไร บางทีคำตอบที่แท้จริงคือเราได้ละทิ้งความรักดั้งเดิมเหมือนชาวเอเฟซัส ขอพระเจ้าช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง

    “พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับย่างก้าวของข้าพระองค์ เป็นแสงสว่างส่องทางของข้าพระองค์” (สดุดี 119:105)
  167. ตอนที่ 120
    เคยอ่านพระคัมภีร์ไหม
    21 ส.ค. 2566 · 6:06 · โฮเซยา 4:6
    เฮนรี่ แอลลาน ไอรอนไซด์ กำพร้าพ่อตั้งแต่สองขวบ แม่ต้องเย็บผ้าเลี้ยงลูก บางวันไม่มีอาหาร แต่แม่ยังจัดโต๊ะ เทน้ำ แล้วพาลูกขอบพระคุณพระเจ้า จนมีชายที่ติดเงินเธอมาเคาะประตูพร้อมมันฝรั่งเต็มตะกร้า แม่ได้มอบมรดกทางจิตวิญญาณคือความหิวกระหายพระคำ เมื่ออายุ 14 ปี เขาอ่านพระคัมภีร์จบถึง 14 ครั้ง และต่อมาเป็นนักเทศน์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุคของเขา วันนี้พระคัมภีร์เข้าถึงง่ายกว่าที่เคย แต่หลายคนกลับเมินเฉย ถ้าคุณอยากรู้จักพระเจ้า จงอ่านหนังสือเล่มนี้ แค่วันละ 15 นาทีก็อ่านจบได้ภายในหนึ่งปี

    “ประชากรของเราถูกทำลายเพราะขาดความรู้ เพราะเจ้าเองปฏิเสธความรู้ เราก็ปฏิเสธเจ้าไม่ให้เป็นปุโรหิตของเรา” (โฮเซยา 4:6)
  168. ตอนที่ 119
    การรับใช้จากที่ที่ปลอดภัย
    14 ส.ค. 2566 · 6:11 · เอเฟซัส 2:10
    ขณะที่อาร์ต แคทซ์ หนุ่มชาวยิวผู้มีปัญญา กำลังดิ้นรนค้นหาตัวตน เพื่อนคนหนึ่งบอกเขาว่าเราต้องเรียนรู้ที่จะล้างเท้าของกันและกัน คำตอบนี้ช่วยให้เขาค้นพบทั้งตัวตนของเขาและพระเยซูผู้ทรงล้างเท้าสาวก พระเยซูทรงทราบว่าพระบิดาประทานทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ ทรงรู้ว่ามาจากไหนและจะไปที่ไหน ความมั่นคงนี้ทำให้พระองค์เป็นผู้รับใช้ได้โดยไม่กระทบคุณค่าของพระองค์ เมื่อเรารู้ว่าเรามีคุณค่าในสายพระเนตรพระเจ้าและเป็นลูกของพระราชาโดยความเชื่อในพระคริสต์ เราก็หยิบผ้ามาทำหน้าที่ผู้รับใช้ได้ ต่อมาอาร์ต แคทซ์ ได้เป็นนักเขียนและวิทยากรคริสเตียน

    “เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม” (เอเฟซัส 2:10)
  169. ตอนที่ 118
    เหนือสิ่งอื่นใดคือความห่วงใย
    7 ส.ค. 2566 · 6:16 · สุภาษิต 19:17
    ซาลานั่งแท็กซี่กับคิม วิคส์ นักร้องชาวเกาหลีผู้พิการทางสายตา ในกรุงมะนิลา เมื่อขอทานตาบอดกับเด็กนำทางมาเคาะกระจก ซาลาให้เงินไม่กี่เปโซ แต่คิมส่งแบงก์ที่มากกว่าหลายเท่าพร้อมบอกว่า ตอนเด็กเธอคงหิวตายไปหลายรอบแล้วถ้าไม่มีคนให้อาหาร คนหนึ่งให้เพราะความใส่ใจ อีกคนให้เพราะความรักเมตตา เส้นทางสู่ความรักเมตตาเริ่มจากเลิกมองที่ตัวเองแล้วมองผู้คนรอบตัว ตระหนักว่าคนอื่นสำคัญ และเข้าไปมีส่วนร่วมกับเขา เหมือนเด็กหญิงที่ช่วยเพื่อนซึ่งแมวตายด้วยการร้องไห้เป็นเพื่อน

    “คนที่เมตตาคนยากจนก็ให้พระยาห์เวห์ทรงยืม และพระองค์จะทรงตอบแทนการกระทำของเขา” (สุภาษิต 19:17)
  170. ตอนที่ 117
    ความห่วงใยติดต่อกันได้
    31 ก.ค. 2566 · 6:22 · โคโลสี 3:16
    วิคเตอร์ แฟรงเคิล จิตแพทย์ที่เคยอยู่ในค่ายกักกันในเยอรมนี พบว่าสถานการณ์เดียวกันทำให้บางคนกลายเป็นเหมือนสัตว์ร้ายที่เห็นแก่ตัว แต่อีกคนกลับห่วงใยผู้อื่นจนแทบเป็นนักบุญ สิ่งที่เปลี่ยนคนได้คือการพบกับคนที่มีความรักและห่วงใย เหมือนมารีย์ชาวมักดาลา ศักเคียสที่ยอมคืนสี่เท่า และมัทธิวที่ละทิ้งตำแหน่งเพื่อติดตามพระเยซู พวกเขาเลิกเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางแล้วหันมาห่วงใยคนอื่น พระเจ้าจะมีอิทธิพลต่อชีวิตเราได้มากเท่าที่เรายอมให้พระองค์ทำงานในใจ และตราบใดที่ตัวเองยังเป็นใหญ่ เราจะสัมผัสชีวิตใครด้วยความเห็นอกเห็นใจไม่ได้เลย

    “จงให้พระวจนะของพระคริสต์เปี่ยมล้นอยู่ในท่านขณะที่ท่านสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น” (โคโลสี 3:16)
  171. ตอนที่ 116
    การเรียนรู้ที่จะเอาใจใส่
    24 ก.ค. 2566 · 6:15 · ฟีลิปปี 2:2-4
    เมื่อโครงสร้างครอบครัวเปลี่ยนไป นักสังคมศาสตร์สงสัยว่าใครจะดูแลผู้สูงวัยที่มีมากขึ้น งานวิจัยพบว่าเมื่ออายุครบ 5 ขวบ ความสามารถในการเอาใจใส่จะถูกดับลงหรือได้รับการส่งเสริมจากสภาพแวดล้อม และพ่อแม่มีอิทธิพลมากกว่าคนรอบตัวทั่วไป มาร์ก ฮอลล์ ชี้ว่าการเอาใจใส่ไม่ใช่สิ่งที่มีโดยธรรมชาติ ปัญหาแท้จริงอยู่ที่จิตใจ การเปลี่ยนแค่การกระทำของลูกไม่ได้ช่วยให้เขาใกล้พระเยซูมากขึ้น เขาเรียนรู้การใส่ใจจากการดูพ่อที่ตั้งใจพูดคุยและถามไถ่ผู้อื่น ในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 6 พระเจ้าเน้นว่าบ้านคือที่เรียนรู้ที่ดีที่สุด การใส่ใจปู่ย่าตายายวันนี้อาจส่งผลต่อคนรุ่นต่อไป และยังไม่สายเกินไปที่จะเป็นแบบอย่าง

    “ก็ขอให้ท่านทั้งหลายทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน มีความรักอย่างเดียวกัน มีจิตใจและความคิดเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่าทำสิ่งใดด้วยการชิงดีหรือถือดี แต่จงถือว่าคนอื่นดีกว่าตัวด้วยใจถ่อม อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆ ด้วย” (ฟีลิปปี 2:2-4)
  172. ตอนที่ 115
    การเอาใจใส่
    17 ก.ค. 2566 · 6:53 · สุภาษิต 22:6
    ดร.เกล เมลสัน แห่งมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน 71 คน โดยพาเข้าห้องที่มีเด็กทารกนั่งอยู่กับแม่ เด็กหนึ่งในสามเข้าไปหาทารกทันทีพร้อมรอยยิ้มและยื่นของเล่นให้ ก่อนอายุ 5 ขวบ เด็กหญิงและเด็กชายสนใจดูแลทารกเท่ากัน หลังจากนั้นเด็กชายมักสนใจผู้คนน้อยลง เรื่องนี้สำคัญเพราะความโหดร้ายในสังคมเพิ่มขึ้น และผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลก็มีมากขึ้น การเรียนรู้ที่จะเอาใจใส่มาจากการดูพ่อแม่ ผู้ปกครองที่อ่อนโยนจะบ่มเพาะลักษณะเดียวกันในลูก และแม้ไม่เคยได้รับการเอาใจใส่ในวัยเด็ก เราก็ยังเรียนรู้ได้เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ลองคิดถึงครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนบ้านที่ต้องการถ้อยคำหนุนใจหรือความช่วยเหลือ

    “จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเติบใหญ่ เขาจะไม่พรากจากทางนั้น” (สุภาษิต 22:6)
  173. ตอนที่ 114
    พระเจ้าสูงสุด
    10 ก.ค. 2566 · 8:18 · 1 พงศาวดาร 29:11
    มีไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่มีอำนาจจะเรียกตัวเองว่าผู้นำสูงสุด แต่อำนาจของมนุษย์ก็มีขีดจำกัด เขามีวันเกิดและสักวันก็ต้องตาย แต่พระเจ้าไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง มีบางสิ่งที่พระเจ้าผู้สูงสุดทำไม่ได้ คือมุสา ละเมิดธรรมชาติของพระองค์เอง และสร้างความชั่วร้าย การนิยามพระเจ้าก็เหมือนวาดวงกลมกักพระองค์ไว้ เพราะพระองค์ยิ่งใหญ่กว่าความเข้าใจของเราเสมอ สิ่งที่น่าตะลึงคือพระเจ้าผู้สูงสุดนี้เลือกที่จะรักและอภัยเรา และไม่เคยยุ่งเกินกว่าจะยื่นพระหัตถ์มาสัมผัสชีวิตเราเมื่อเราหลงทาง อย่ายอมรักสิ่งที่เล็กกว่า ในเมื่อเรานมัสการพระเจ้าผู้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกได้

    “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ความยิ่งใหญ่ ฤทธานุภาพ สง่าราศี ชัยชนะ และความโอ่อ่าตระการเป็นของพระองค์ เพราะทุกสิ่งที่มีอยู่ในฟ้าสวรรค์ และในแผ่นดินโลกเป็นของพระองค์” (1 พงศาวดาร 29:11)
  174. ตอนที่ 113
    พระพิโรธ
    3 ก.ค. 2566 · 6:17 · ลูกา 3:7
    ผู้ฟังรายการคนหนึ่งเติบโตในคริสตจักรแบ๊บติสต์ เขียนถึง ดร.ซาลา ว่าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าจะให้คนถูกเผาอยู่ตลอดกาล แก่นของคำถามคือ พระเจ้าแห่งความรักจะส่งคนไปลงนรกได้อย่างไร ยอห์น 3:16 บอกว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนประทานพระบุตร และข้อ 17 บอกว่าพระองค์ส่งพระบุตรมาเพื่อช่วยโลกให้รอด แต่อาร์เธอร์ พิ้งก์ ชี้ว่าพระคำกล่าวถึงพระพิโรธของพระเจ้ามากกว่าความรักและความอ่อนโยนของพระองค์ ความอดทนของพระเจ้ามีวันสิ้นสุด และพระพิโรธไม่ได้เทลงบนผู้อ่อนแอหรือโศกเศร้า แต่บนคนบาปและชั่วร้าย ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือมีสถานะสูงเพียงใด สำหรับลูกของพระเจ้าไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ผู้ที่ยังอยู่ภายนอกควรวิ่งเข้าหาพระองค์และขอพระเมตตา

    “ยอห์นกล่าวกับฝูงชนที่ออกมารับบัพติศมาจากท่านว่า “พวกชาติงูร้าย ใครเตือนพวกท่านให้หนีจากพระพิโรธที่จะมานั้น”” (ลูกา 3:7)
  175. ตอนที่ 112
    ความยุติธรรมของพระเจ้า
    26 มิ.ย. 2566 · 6:16 · วิวรณ์ 20:12
    ลองนึกภาพจำเลยยากจนที่มีเพียงทนายที่ศาลจัดให้ ถูกตัดสินลงโทษอย่างหนักแทบทันที ขณะที่จำเลยร่ำรวย มีการศึกษา และมีเส้นสาย มักได้ลอยนวล เราร้องว่าต้องการความยุติธรรม แต่ความสำนึกเรื่องความยุติธรรมนั้นมาจากการที่เราถูกสร้างตามพระลักษณะของพระเจ้า พระองค์เป็นทั้งพระเจ้าแห่งพระเมตตาและแห่งความยุติธรรม และไม่ทรงเห็นแก่หน้าใคร ความจริงนี้นำทั้งการปลอบโยนและความกังวล ปลอบโยนเมื่อเห็นความอยุติธรรมในโลก และเตือนว่าเราเองต้องรับผิดชอบต่อพระองค์ผู้รู้ความคิดเราดีกว่าเรา ตารางเวลาของพระเจ้าต่างจากของเรา อย่างที่ลองเฟลโลว์เขียนว่าโม่ของพระเจ้าบดอย่างช้าๆ แต่บดได้ละเอียดเหลือเกิน

    “ข้าพเจ้ายังเห็นบรรดาคนตาย ทั้งคนใหญ่โตและคนเล็กน้อยยืนอยู่หน้าพระที่นั่งนั้น แล้วหนังสือต่างๆ ก็ถูกเปิดออก และหนังสืออีกเล่มหนึ่งก็ถูกเปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต คนตายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของเขาทั้งหลายที่เขียนไว้ในหนังสือเหล่านั้น” (วิวรณ์ 20:12)
  176. ตอนที่ 111
    พระเจ้าผู้แสนดี
    19 มิ.ย. 2566 · 5:58 · 2 เปโตร 1:5
    เมื่อมองลายไม้บนเฟอร์นิเจอร์ เราเห็นเพียงพื้นผิวของไม้ทั้งแผ่น การมองพระเจ้าก็เช่นกัน เราเห็นเพียงส่วนเล็กน้อยของพระลักษณะของพระองค์ ธรรมชาติบอกถึงฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า แต่ไม่ได้บอกถึงความดีของพระองค์ พระคัมภีร์ต่างหากที่ตอบได้ดีที่สุด และกล่าวถึงความดีของพระเจ้ามากกว่า 100 ครั้ง นาฮูมร้องว่า “พระยาห์เวห์ประเสริฐ ทรงเป็นที่กำบังแข็งแกร่งในวันยากลำบาก” ความดีของพระเจ้าไม่ใช่อารมณ์อ่อนไหว แต่สะท้อนความบริสุทธิ์และความเมตตา เปาโลเปรียบความดีของพระองค์ที่มีต่อผู้วางใจ กับความเข้มงวดต่อผู้ชั่วร้าย พระเจ้าไม่ใช่ซานตาคลอส แต่เป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สัมผัสและเปลี่ยนชีวิตเราไปในทางที่ดีขึ้น

    “ด้วยเหตุนี้เอง พวกท่านจงพยายามอย่างที่สุดที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อของพวกท่าน เอาความรู้เพิ่มคุณธรรม” (2 เปโตร 1:5)
  177. ตอนที่ 110
    พระเจ้าทรงรู้ทุกสิ่ง
    12 มิ.ย. 2566 · 5:54 · ฮีบรู 4:13
    รอน เมห์ล เล่าในหนังสือ “พระเจ้าทำงานกะดึก” ถึงเกมบาสเก็ตบอลกับทีมจากแคลเทค เมื่อโค้ชของเขาขอดูแผนภูมิการทำคะแนน นักศึกษาที่รับผิดชอบตอบว่ายังไม่ได้วาด เพราะเขาบันทึกทุกแต้มไว้ในหัวแล้ว ถ้ามนุษย์ทำได้ขนาดนี้ จะแปลกอะไรที่พระเจ้าทรงจดจำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก พระคัมภีร์บอกว่าไม่มีสิ่งทรงสร้างใดถูกปิดซ่อนไว้จากพระองค์ ชาร์ลส์ วูดบริดจ์ กล่าวว่าพระเจ้าทรงรู้ความคิด คำพูด การกระทำของเรา และยังคงรักเรา ความจริงนี้อาจน่ากลัว ถ้าไม่มีอีกความจริงหนึ่ง คือพระองค์มีการอภัย และพระองค์ยังทรงรู้ความจำเป็น ความปวดใจ และความกังวลของเรา ทรงจำได้แม้ทุกครั้งที่คนอื่นลืมและไม่เห็นคุณค่าของเรา

    “ไม่มีสิ่งทรงสร้างใดใดถูกปิดซ่อนไว้จากพระองค์ แต่ตรงกันข้าม ทุกสิ่งก็ปรากฏแจ้งต่อพระเนตรของพระองค์ผู้ซึ่งเราจะต้องถวายรายงานด้วย” (ฮีบรู 4:13)
  178. ตอนที่ 109
    พระเจ้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
    5 มิ.ย. 2566 · 6:12 · ยากอบ 1:17
    เราถูกการเปลี่ยนแปลงข่มขู่อยู่เสมอ ตั้งแต่เด็กที่ย้ายไปโรงเรียนใหม่ จนถึงคุณยายที่ต้องจากบ้านที่อยู่มา 80 ปีไปอยู่บ้านพักคนชรา เราเองก็เปลี่ยนเร็ว ผู้เขียนไปพบเพื่อนร่วมชั้นเก่าที่สนามบิน แต่ทั้งสองจำกันไม่ได้เลย ในโลกที่ทุกอย่างผันแปร พระเจ้าตรัสว่า “เพราะว่าเราคือพระยาห์เวห์ ไม่มีผันแปร” พระองค์จะไม่มีวันเป็นน้อยกว่าที่ทรงเป็นอยู่ ทรงไม่เปลี่ยนแปลงในความสัตย์ซื่อ พระปัญญา และความรักที่มีต่อเรา เอ.ดับบลิว.โทเซอร์ เขียนว่าพระเจ้าไม่เคยเปลี่ยนอารมณ์ หรือลดความรักของพระองค์ ความจริงนี้เป็นทั้งหายนะสำหรับผู้ปฏิเสธความรักของพระบิดา และพระพรที่ใหญ่หลวงสำหรับผู้ที่รักพระองค์

    “ของประทานที่ดีและเลิศทุกอย่างนั้นมาจากเบื้องบน คือมาจากพระผู้สร้างแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระองค์ไม่มีการแปรปรวนหรือเงาของการเปลี่ยนแปลง” (ยากอบ 1:17)
  179. ตอนที่ 108
    พระองค์เป็น...(จบนะ)
    29 พ.ค. 2566 · 5:33 · ฟีลิปปี 3:10
    ไม่นานก่อนเสียชีวิต เอ.ดับบลิว.โทเซอร์ เขียนถึงคริสเตียนที่หิวกระหายพระเจ้าและจะไม่อิ่มจนกว่าได้ดื่มจากแหล่งน้ำแห่งชีวิต วันนี้ผู้คนมากขึ้นกำลังพูดว่า “ฉันต้องการรู้จักพระเจ้า” ขณะที่บางคนอยากอยู่ในโลกที่ไม่มีพระองค์ แต่แว่นตาดำทำได้แค่บดบังแสงแดด ไม่มีวันทำให้มันหายไป พระลักษณะแรกของพระเจ้าคือทรงดำรงอยู่นิรันดร์ ไม่มีเบื้องต้นและเบื้องปลาย ดาวที่ใกล้โลกที่สุดอยู่ไกลกว่าสี่ปีแสง แต่พระผู้สร้างทรงเป็นอยู่ก่อนทุกสิ่ง เมื่อมีคนเขียนบนกำแพงว่า “พระเจ้าตายแล้ว” ลงชื่อนิทเช่ ไม่กี่วันต่อมามีคนขีดฆ่าแล้วเขียนว่า “ฟรีดริช นิทเช่ ตายแล้ว” ลงชื่อ พระเจ้า

    “ข้าพเจ้าต้องการจะรู้จักพระองค์ คือรู้จักฤทธิ์เดชแห่งการคืนพระชนม์ของพระองค์และรู้จักการมีส่วนร่วมในความทุกข์ของพระองค์ และเป็นเหมือนกับพระองค์ในความตายนั้น” (ฟีลิปปี 3:10)
  180. ตอนที่ 107
    พระเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร
    22 พ.ค. 2566 · 5:50 · สดุดี 2:7
    เด็กหญิงที่กำลังวาดภาพพระเจ้าตอบครูอย่างมั่นใจว่า “พอหนูวาดรูปเสร็จ ทุกคนก็จะรู้เองค่ะ” ศาสนาต่างๆ มีภาพของพระเจ้าต่างกัน แต่พระเยซูตรัสว่าพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ พระคัมภีร์กล่าวถึงพระเจ้าว่าเป็นบุคคลที่มีความนึกคิด ความรู้สึก และพระประสงค์ ทรงรักและเกลียดชัง สำแดงพระเมตตา และความคิดของพระองค์ไม่ใช่ความคิดของเรา ดร.กาย ดัฟฟิลด์ สอนว่า “คุณไม่มีวันนมัสการสิ่งที่คุณเข้าใจ คุณจะนมัสการต่อเมื่อมาถึงจุดที่มันเกินความเข้าใจของคุณแล้ว” พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้รู้จักได้ เพราะพระเยซูเสด็จมาบังเกิดที่เบธเลเฮ็ม และผ่านชีวิต คำสอน การสละชีวิต และการฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ได้สำแดงว่าพระบิดาทรงเป็นอย่างไร

    “ข้าพเจ้าจะบอกถึงกฎเกณฑ์ของพระยาห์เวห์ พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าเป็นบุตรของเรา วันนี้เราให้กำเนิดเจ้าแล้ว”” (สดุดี 2:7)
  181. ตอนที่ 106
    การสัมภาษณ์กับพระเจ้า
    15 พ.ค. 2566 · 6:07 · ยอห์น 17:3
    เมื่อเขื่อนที่อ่างเก็บน้ำเซาท์ฟอร์กแตกในปี 1889 บรรณาธิการในพิตต์สเบิร์กส่งนักข่าวหนุ่มไปทำข่าว เขาส่งข้อความกลับมาว่า “พระเจ้านั่งครุ่นคิดอยู่บนเนินเขา มองดูหายนะของเมืองจอห์นสทาวน์...” บรรณาธิการตอบทันทีว่า “ไม่ต้องสนใจเรื่องน้ำท่วมแล้ว สัมภาษณ์พระเจ้าเลย” เรื่องนี้เตือนว่าเราไม่ค่อยคิดถึงพระเจ้าเลย นอกจากเวลาจวนตัว พระเจ้าได้สำแดงพระองค์ด้วยถ้อยคำเรียบง่ายในพระคัมภีร์ จดหมายรักที่ทรงเขียนถึงมนุษย์ แต่การสัมภาษณ์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ การรู้เรื่องพระเจ้าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การรู้จักพระองค์คือการสื่อสาร การตอบโต้ และความมุ่งมั่น การรู้จักพระเจ้าคือความรู้ที่สำคัญที่สุดที่เราจะมีได้

    “และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือการที่พวกเขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา” (ยอห์น 17:3)
  182. ตอนที่ 105
    ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
    8 พ.ค. 2566 · 6:10 · เอเฟซัส 6:4
    ดร.นิโคลัส คริสเตนเฟลด์ ให้คน 122 คนจับคู่ภาพเด็กกับภาพพ่อ และพบว่าคนจับคู่ภาพเด็กวัย 1 ขวบกับพ่อได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ความคล้ายระหว่างพ่อกับลูกไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าตา ยังสะท้อนออกมาในนิสัย พฤติกรรม และการเรียนรู้ เด็กได้รับความรู้ครึ่งหนึ่งก่อนอายุ 3 ขวบ และสามในสี่เมื่ออายุ 7 ขวบ พ่อที่ถูกแยกจากลูกเพราะงานจึงพลาดส่วนสำคัญของการสอน ให้เลือกอยู่กับลูกเมื่อทำได้ ไตร่ตรองสิ่งสำคัญในชีวิต และให้ครอบครัวมาก่อนงาน เพราะเขาจะได้ประโยชน์อะไรถ้าได้เป็นประธานบริษัท แต่ต้องเสียครอบครัวของตน

    “ส่วนท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา อย่ายั่วบุตรของท่านให้เกิดโทสะ แต่จงเลี้ยงดูพวกเขาด้วยการสั่งสอนและการเตือนสติตามหลักขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (เอเฟซัส 6:4)
  183. ตอนที่ 104
    เมื่อคุณใส่ใจไปมากเกินกว่าที่จะเลิกได้
    1 พ.ค. 2566 · 7:11 · ฟีลิปปี 4:6
    บางครั้งเราต้องรับผิดชอบคนที่เรารัก ทั้งลูกวัยรุ่น พ่อแม่ที่ชรา หรือธุรกิจครอบครัวที่ไม่ค่อยดี แม้พยายามเต็มที่ก็ยังดูไม่พอ หญิงคนหนึ่งที่ดูแลพ่อแม่ชราเขียนว่า ความรักและความรับผิดชอบรวมกันกลายเป็นความเป็นห่วง แล้วกลายเป็นความวิตกกังวลเต็มรูปแบบ ลองถามตัวเองว่า หน้าที่ที่พระเจ้ามอบให้คืออะไร ทำเพราะความรักหรือเพราะหน้าที่ ต้องการคำชื่นชมหรือไม่ ส่วนไหนต้องมอบให้พระเจ้า ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นได้ไหม และอธิษฐานด้วยการขอบพระคุณหรือยัง การละความกังวลไว้กับพระเจ้าเป็นทั้งคำสั่งและสิทธิพิเศษ เพราะเรามอบไว้กับพระองค์ผู้ทรงพลานุภาพ เปี่ยมด้วยความรัก และทรงควบคุมสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

    “อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ” (ฟีลิปปี 4:6)
  184. ตอนที่ 103
    เดินต่อไปถึงคุณจะรู้สึกว่าไม่อยากทำ
    24 เม.ย. 2566 · 5:46 · เพลงคร่ำครวญ 3:22
    ช่วงที่ยากที่สุดของชีวิตคริสเตียนคือเวลาที่ฟ้าเหมือนจะถล่ม คุณไม่ได้กำลังถูกลงโทษ และพระเจ้าไม่ได้ปิดประตูใส่คุณ แต่เมื่อเจ็บปวด เช่นสูญเสียลูก เราอาจรู้สึกโดดเดี่ยวและห่างจากพระเจ้า ทางออกคือปฏิเสธที่จะเชื่อสิ่งที่รู้ว่าไม่จริง ไม่ว่าอารมณ์จะบอกอย่างไร อย่าวัดความดีของพระเจ้าด้วยสิ่งไม่ดีที่เกิดกับเรา หรือสิ่งดีที่เกิดกับคนอื่น แต่วัดด้วยพระสัญญาที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระองค์ บางวันแค่ตื่นมาแล้ว “สตาร์ทเครื่อง” ให้ตัวเอง ส่งลูกไปโรงเรียน ตอบอีเมล รับมือกับลูกค้า ทีละอย่าง นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้ทำในเวลานั้น บางสิ่งเราต้องรับไว้ด้วยความเชื่อ

    “ความรักมั่นคงของพระยาห์เวห์ไม่เคยหยุดยั้ง และพระกรุณาของพระองค์ไม่มีสิ้นสุด เป็นของใหม่ทุกเวลาเช้า ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก” (เพลงคร่ำครวญ 3:22)
  185. ตอนที่ 102
    เมื่อมองย้อนกลับไป
    17 เม.ย. 2566 · 5:39 · ฟีลิปปี 3:13-14
    วินสตัน เชอร์ชิล กล่าวว่า “ตราบใดที่ปัจจุบันยังคงสู้รบกับอดีต ก็ไม่มีความหวังสำหรับอนาคต” การขับรถโดยมองจากกระจกมองหลังนั้นเสี่ยงอันตราย ไมค์ ฟาบาเรซ บอกว่าพระเจ้าไม่ชอบกระจกมองหลัง เพราะเราเก่งในการซ้ำเติมตัวเองกับความผิดเก่าๆ และคิดว่าการจมอยู่ในความรู้สึกผิดคือการชดใช้ คนที่ไม่มีอดีตมารบกวนการนอนในค่ำคืนที่มืดมิด ถ้าไม่โกหก ไม่ความจำเสื่อม ก็คือได้พบพระคุณของพระเจ้าที่นำการอภัยมา พระเจ้าทรงให้พระคริสต์เป็นผู้มีบาปแทนเรา เพื่อเราจะเป็นคนชอบธรรมในพระองค์ และพระองค์ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง พระสัญญาของพระองค์ล้างหนี้ของเราจนหมด

    “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าฉวยไว้ได้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา แล้วโน้มตัวไปยังสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า” (ฟีลิปปี 3:13-14)
  186. ตอนที่ 101
    การตีความของความจริง
    10 เม.ย. 2566 · 6:10 · เอเฟซัส 4:15
    โอลิเวอร์ สโตน ผู้สร้างภาพยนตร์ ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าบิดเบือนเรื่องราวชีวิตของอดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน และตอบว่าเขาแค่ “ตีความ” ความจริง แต่ความจริงต้องการการตีความด้วยหรือ การตีความความจริงคือสิ่งที่สามีทำเมื่อปกปิดว่าแวะนั่งดื่มกับเลขา หรือนักการเมืองที่ปฏิเสธต่อหน้ากล้อง และมีมาตั้งแต่อาดัมในสวนเอเดน ความจริงถูกบิดเบือนได้ทั้งโดยจงใจปิดบังและโดยแต่งเติมข้อมูลที่ไม่จริง สังคมเรายังตั้งชื่อไพเราะอย่าง “การสื่อสารข้อมูลผิดพลาด” มากลบเกลื่อนการโกหก แต่ความซื่อสัตย์คือปัจจัยหลักของความไว้วางใจ คนที่ตรงไปตรงมาอาจทำให้เราไม่พอใจบ้าง แต่เราไม่ต้องคอยสงสัยว่าเขาคิดอย่างไร

    “แต่ให้เรายึดถือความจริงด้วยความรัก เพื่อจะเจริญขึ้นในทุกด้านสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์” (เอเฟซัส 4:15)
  187. ตอนที่ 100
    อารมาเกดดอน
    3 เม.ย. 2566 · 6:09 · วิวรณ์ 16:16
    ต้นปี 1990 รับบี เมนาเคม ชเนอสัน ผู้มีอิทธิพลในหมู่ชาวยิวออร์โธดอกซ์ กล่าวว่าการปะทะกันในอ่าวเปอร์เซียจะจบลงด้วยการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ ทุกวันนี้ผู้คนยังถามว่าเรากำลังเข้าใกล้วันสิ้นโลกหรือไม่ อารมาเกดโดนมาจากคำฮีบรู “ฮาร์” และ “เมกิดโด” แปลว่าเนินเขาแห่งเมกิดโด เป็นหุบเขาที่ทวีปยุโรป แอฟริกา และเอเชียมาบรรจบกัน จึงกลายเป็นสนามรบธรรมชาติ กิเดโอน บาราค กษัตริย์โยสิยาห์ และซาอูล ล้วนเคยรบที่นี่ นโปเลียนเองยังกล่าวว่ากองทัพทั้งโลกมารบกันที่นี่ได้ อารมาเกดโดนยังเป็นสัญลักษณ์ของการปะทะครั้งสุดท้ายของบรรดาชนชาติ และเมื่อถึงจุดที่ย่ำแย่ที่สุด พระเยซูคริสต์เองจะเสด็จกลับมา

    “และวิญญาณทั้งสามได้รวบรวมกษัตริย์ทั้งหลายไปยังสถานที่หนึ่ง ซึ่งเรียกตามภาษาฮีบรูว่าอารมาเกดโดน” (วิวรณ์ 16:16)
  188. ตอนที่ 99
    เมื่อคุณกำลังถูกข่มเหง
    27 มี.ค. 2566 · 5:37 · มัทธิว 5:10
    คนที่ยืนหยัดทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการไม่ยอมปกปิดเพื่อนที่โกงบัตรลงเวลา หรือการรักษาศีลธรรม จะพบว่าไม่ใช่ทุกคนเห็นคุณค่า บางครั้งถึงขั้นถูกประสงค์ร้าย พระเยซูตรัสว่าคนที่ถูกข่มเหงเพราะความชอบธรรมก็เป็นสุข เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา เราจะรับมืออย่างไร ให้อธิษฐานเผื่อศัตรู อย่างที่เซาโลแห่งทาร์ซัส ศัตรูตัวฉกาจของคริสตจักร กลายมาเป็นอัครสาวกเปาโล ตระหนักว่าซาตานกำลังใช้ผู้ที่ต่อต้านเรา จำไว้ว่าไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป เหมือนอาจารย์ใหญ่ที่เคยขวางการแจกพระคัมภีร์กิเดียน แต่ผู้มาแทนกลับยินดีอนุญาต และชื่นชมยินดีเพราะพระคุณของพระเจ้าเพียงพอ อยู่ฝ่ายที่แพ้การต่อสู้แต่ชนะสงคราม ย่อมดีกว่า

    “คนที่ถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ก็เป็นสุขเพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขาทั้งหลาย” (มัทธิว 5:10)
  189. ตอนที่ 98
    คนที่สร้างสันติก็เป็นสุข
    20 มี.ค. 2566 · 5:54 · มัทธิว 5:9
    การรักษาสันติว่ายากแล้ว การสร้างสันติในที่ที่ไม่มีนั้นยากยิ่งกว่า ยากอบถามว่าอะไรเป็นสาเหตุของสงครามและการทะเลาะวิวาท แล้วตอบว่ามาจากความปรารถนาชั่วที่ต่อสู้อยู่ภายในเรา ความขัดแย้งเองไม่ได้ทำลายครอบครัวหรือส่งกองทัพไปรบ แต่เป็นการปฏิเสธอย่างดื้อดึงที่จะมองจากมุมของอีกฝ่าย ก่อนจะขีดเส้นแบ่งเขตกับสามี ลูกชาย คู่แข่ง หรือศัตรู ให้คิดถึงราคาที่ต้องจ่าย ถามแม่ที่ลูกชายกลับบ้านมาในถุงห่อศพ หรือสามีที่สูญเสียภรรยาและลูกเพราะตัณหาของตัวเอง ความจริงคือไม่มีผู้ชนะ มีแต่ผู้แพ้ พระเจ้าแห่งสันติทรงต้องการให้ลูกของพระองค์เป็นผู้สร้างสันติด้วย

    “คนที่สร้างสันติก็เป็นสุขเพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาทั้งหลายว่าเป็นลูก” (มัทธิว 5:9)
  190. ตอนที่ 97
    พระเจ้าผู้ทรงประทานใจใหม่
    13 มี.ค. 2566 · 5:39 · มัทธิว 5:8
    สมองอาจเป็นห้องควบคุมของร่างกาย แต่สิ่งที่เปิดเผยตัวตนแท้จริงของเราคือหัวใจ พระเยซูตรัสว่า “คนที่มีใจบริสุทธิ์ ก็เป็นสุข เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า” ในโลกที่ศีลธรรมเสื่อมโทรม เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ เยเรมีย์ยอมรับว่าจิตใจเป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใด แต่พระเจ้าไม่ได้แค่ชี้ปัญหา พระองค์สัญญาจะให้ใจใหม่และวิญญาณใหม่ ไม่ใช่หัวใจมือสองที่เสียหาย แต่เป็นการสร้างใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคิด การประพฤติ และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การเปลี่ยนหัวใจเป็นงานของพระเจ้า ส่วนหน้าที่ของเราคือเลือกอยู่กับความชอบธรรมและความดีงาม

    “คนที่มีใจบริสุทธิ์ ก็เป็นสุข เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า” (มัทธิว 5:8)
  191. ตอนที่ 96
    พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา
    6 มี.ค. 2566 · 5:56 · มัทธิว 5:7
    หญิงที่หยิ่งยโสคนหนึ่งไม่พอใจรูปที่ยังไม่ได้ตกแต่ง และกล่าวหาช่างภาพว่าไม่ยุติธรรม ช่างภาพตอบว่า “ที่คุณต้องการในตอนนี้ มันไม่ใช่ความยุติธรรม แต่เป็นความเมตตา” พระคัมภีร์กล่าวถึงความเมตตามากกว่า 370 ครั้ง พระเจ้าของเราทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ต่างจากพระอื่นๆ และต่างจากชาวโรมันที่ไม่เคยนับความเมตตาเป็นคุณธรรม เมื่อพระเจ้าเติมเต็มหัวใจผู้เชื่อ ความเมตตาจะกลายเป็นนิสัยของเขา เราไม่มีใครหวังได้มากกว่าความเมตตาจากพระเจ้า จึงต้องสะท้อนท่าทีนี้กับลูกหลาน เพื่อน และคนที่ติดต่อด้วย แม้พระเมตตาจะมีวันสิ้นสุด แต่วันนี้ประตูยังเปิดอยู่ ทุกคนที่ร้องขอในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับความรอด

    “คนที่มีใจเมตตา ก็เป็นสุข เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับพระเมตตาตอบ” (มัทธิว 5:7)
  192. ตอนที่ 95
    กระหายหาพระเจ้า
    27 ก.พ. 2566 · 5:42 · มัทธิว 5:6
    มนุษย์ทุกคนมีแรงขับที่จะมีชีวิต อาหารและน้ำเป็นแรงขับทางกายที่แรงที่สุด และพระเยซูใช้ภาพนี้เปรียบถึงจิตวิญญาณที่หิวกระหายหาพระเจ้า “คนที่หิวและกระหายความชอบธรรมก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่ม” คำว่าอิ่มนี้เป็นคำเดียวกับที่ใช้กับวัวที่ยืนเคี้ยวเอื้องอย่างมีความสุขในทุ่งหญ้าสมบูรณ์ ดาวิดตอนหนีซาอูลในทะเลทรายใกล้เอนเกดี กระหายหาพระเจ้ายิ่งกว่ากระหายน้ำ ถ้าให้คะแนน 1 ถึง 10 ความหิวกระหายพระเจ้าของคุณอยู่ระดับไหน พระเยซูไม่ได้ตั้งเงื่อนไขในพระสัญญานี้ ผู้ที่หิวกระหายพระเจ้าจะพบพระองค์

    “คนที่หิวและกระหาย ความชอบธรรมก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงให้อิ่ม” (มัทธิว 5:6)
  193. ตอนที่ 94
    วิธีเอาชนะการทดลองใจ
    20 ก.พ. 2566 · 5:55 · 1 โครินธ์ 10:13
    เคยไหมที่อยากทำเรื่องไม่ซื่อสัตย์ แล้วบอกตัวเองว่า “ไม่มีใครรู้หรอก แค่หนนี้หนเดียวเอง” ตั้งแต่สวนเอเดน มนุษย์ทุกวัยต้องต่อสู้กับสิ่งล่อใจ การยอมแพ้เป็นเรื่องง่าย แล้วเราก็หาเหตุผลมาปลอบจิตสำนึกว่าใครๆ ก็ทำกัน แต่ทางออกมีอยู่จริง รับมือกับการทดลองใจตั้งแต่วันนี้ เพราะข้ออ้างว่า “ครั้งสุดท้าย” ทำให้คนผิดพลาดมากที่สุด จำไว้ว่ามีคนอื่นที่เจอแบบเดียวกันและเอาชนะได้ และที่สำคัญที่สุดคือทูลขอกำลังจากพระเจ้า การถูกทดลองไม่ใช่ความบาป และพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อที่จะประทานกำลังให้เราทำสิ่งที่ถูกต้อง

    “ไม่มีการทดลองใดๆ มาถึงท่าน นอกจากการทดลองที่เกิดกับมนุษย์ทั่วไป และพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ท่านถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ แต่เมื่อท่านถูกทดลอง พระองค์จะทรงให้ท่านมีทางออกด้วยเพื่อท่านจะยืนหยัดได้ภายใต้การทดลอง” (1 โครินธ์ 10:13)
  194. ตอนที่ 93
    ตอบว่าจริงทั้งที่ใจร้องว่าไม่
    13 ก.พ. 2566 · 4:29 · มัทธิว 5:37
    ดร.วิลเลียม กลาสเซอร์ นักจิตวิทยาชื่อดัง ต้องอุ้มลูกชายวัย 5 ขวบที่ร้องโวยวายไปอาบน้ำในอ่างเล็กตามที่ลูกยืนกรานเอง แล้วสอนเขาว่า “อย่าบอกว่า ‘ไม่’ เมื่อลูกหมายความว่า ‘จริง’” ในชีวิตจริงเราก็มักตอบรับคำเชิญทั้งที่ใจอยากปฏิเสธ ถ้าจะปฏิเสธก็ให้ทำทันทีโดยไม่ลังเล เพราะการบ่ายเบี่ยงมักถูกเข้าใจว่าตกลง แบ่งเวลาให้ครอบครัวไว้ในปฏิทินล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องตอบรับทุกคำเชิญหรืออธิบายตัวเองทุกครั้ง และอาจเสนอทางเลือกอื่นเพื่อแสดงเจตนาดี เช่น “รอบนี้ผมไปไม่ได้จริงๆ แต่สัปดาห์หน้าผมสะดวกครับ”

    “จริงก็จงว่าจริง ไม่ก็ว่าไม่ คำพูดที่เกินกว่านี้มาจากความชั่ว” (มัทธิว 5:37)
  195. ตอนที่ 92
    ความจำเป็นหลักของคุณ
    6 ก.พ. 2566 · 5:00 · ฟีลิปปี 2:3-4
    คุณพ่อลูกสี่เลิกไปโบสถ์เพราะคิดว่าพระเจ้าไม่ตอบสนองความจำเป็น นักธุรกิจอธิษฐานขอให้ได้สัญญางานมากกว่าคู่แข่ง คนรุ่นนี้หมกมุ่นกับ “ความจำเป็น” จนพระสัญญาว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่าน” ถูกบิดเบือนบ่อยมาก ลองเทียบความจำเป็นของเรากับพี่น้องชาวเกาหลีที่อธิษฐานตอนตีห้าก่อนออกไปไร่นา หรือนักโทษทางการเมืองในค่ายกักกัน ความจำเป็นแท้มีสามระดับ คือร่างกายต้องการอากาศ น้ำ อาหาร ที่พัก ด้านอารมณ์ต้องการให้และรับความรัก และจิตวิญญาณต้องรู้ว่าได้รับการอภัยและมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าผ่านพระเยซูคริสต์ ท่าทีว่า “ฉันจะต้องได้” เป็นความเห็นแก่ตัวที่อันตราย

    “อย่าทำสิ่งใดด้วยการชิงดีหรือถือดี แต่จงถือว่าคนอื่นดีกว่าตัวด้วยใจถ่อม อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆ ด้วย” (ฟีลิปปี 2:3-4)
  196. ตอนที่ 91
    วิธีพูดสิ่งที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม
    30 ม.ค. 2566 · 6:00 · ยากอบ 3:1-2
    สุภาษิตบอกว่า “ถ้อยคำที่พูดถูกกาลเทศะ เหมือนผลแอปเปิ้ลทองคำล้อมด้วยเงิน” คำพูดเหมือนน้ำที่ซึมลงทราย เมื่อพูดออกไปแล้วก็นำกลับคืนมาไม่ได้ บางคนอย่างวินสตัน เชอร์ชิล มีของประทานในการพูดถูกกาลเทศะ แต่ทุกคนก็ฝึกได้ อย่างแรกคือมีวินัย เพราะหลายอย่างที่พูดออกไปไม่ควรพูดตั้งแต่แรก พระคริสต์ตรัสว่ามนุษย์ต้องรับผิดชอบทุกคำที่ไม่เป็นสาระในวันพิพากษา อย่างที่สองคือฝึกพูดหนุนใจทุกคนที่พบ เพราะถ้อยคำไม่กี่คำที่พูดอย่างเร่งรีบอาจทำลายความสัมพันธ์ที่สร้างมาหลายปี และสุดท้ายคือแบ่งปันเรื่องความดีงามของพระเจ้าด้วยใจถ่อม

    “พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าเป็นอาจารย์กันมากนักเลย เพราะท่านทั้งหลายก็รู้ว่าเราที่เป็นคนสอนนั้น จะต้องถูกพิพากษาที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพราะว่าเราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน ถ้าใครไม่เคยทำผิดทางคำพูด คนนั้นก็เป็นคนดีพร้อมและสามารถบังคับทั้งตัวได้ด้วย” (ยากอบ 3:1-2)
  197. ตอนที่ 90
    ศีลธรรมที่เสื่อมโทรมและจุดจบของมัน
    23 ม.ค. 2566 · 5:52 · โรม 6:23
    อาร์โนลด์ ทอยน์บี ผู้เขียนหนังสือ A Study of History จำนวน 12 เล่ม ศึกษาการเกิดและการล่มสลายของอารยธรรม และพบว่า 19 จาก 21 อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ล่มสลายจากความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมและจิตวิญญาณจากภายใน มัลคอล์ม มักเกอร์ริดจ์ นักข่าวชาวอังกฤษที่เคยเหยียดหยามศาสนาคริสต์แล้วกลับใจ ก็เห็นเช่นเดียวกัน และกล่าวว่า “ถ้าหากดับแสงสว่างแห่งข่าวประเสริฐแล้ว ก็จะเหลือเพียงความมืดอันน่ารังเกียจที่หลงเหลืออยู่” ประวัติศาสตร์ยืนยันว่าใจมนุษย์มีความบาป แต่ก็แสดงให้เห็นว่าใจที่บาปนั้นเปลี่ยนแปลงได้โดยการทรงสถิตของพระเยซูคริสต์ และการเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลต่ออนาคตของมนุษย์ไปตลอดกาล

    “เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (โรม 6:23)
  198. ตอนที่ 89
    คำอธิษฐานสำหรับชีวิตประจำวัน
    16 ม.ค. 2566 · 6:17 · มัทธิว 6:13
    ฮาเวิร์ด รัทเลดจ์ เริ่มอธิษฐานอีกครั้งหลังเครื่องบินถูกยิงตกที่เวียดนาม เขาเขียนว่าสำหรับคนที่กำลังจะอดตาย ผักสีเขียวที่ปลูกในท่อระบายน้ำสักชามก็เป็นของขวัญจากพระเจ้า พระเยซูสอนให้เราทูลขออาหารประจำวัน เพราะพระเจ้าทรงห่วงใยแม้สิ่งจำเป็นพื้นฐาน และเมื่อเราทูลขอ เราจะรู้ว่าคำตอบมาจากพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์ยังสอนให้เราขอการอภัยบาปและให้อภัยผู้อื่น ขอให้พ้นจากการทดลองที่จะทำลายเรา และให้พ้นจากมารร้าย อย่ารอให้เจอปัญหาหนักก่อน เริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยคำว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์” แล้วระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

    “และขออย่าให้ข้าพระองค์ทั้งหลายล้มลงเมื่อถูกทดลอง แต่ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้นจากมารร้าย” (มัทธิว 6:13)
  199. ตอนที่ 88
    6 สิ่งที่ควรขอจากพระเจ้า
    9 ม.ค. 2566 · 6:26 · มัทธิว 6:11
    เด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดถึงพ่ออย่างภูมิใจว่า “เวลาพ่อมีปัญหา พ่อมักจะอธิษฐานเสมอ” เราหลายคนก็เป็นแบบนั้น และมักขอแต่สิ่งที่เราต้องการ คำอธิษฐานของพระเยซูมีคำขอ 6 อย่าง สามอย่างแรกมุ่งไปที่การครอบครองของพระเจ้า คือขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้อาณาจักรของพระองค์มาตั้งอยู่ และขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ อีกสามอย่างเป็นเรื่องส่วนตัว คืออาหารประจำวัน การอภัยโทษ และการทรงนำ เหมือนพิธีราชาภิเษกที่อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีเสนอพระราชาโดยชอบธรรมต่อที่ประชุม ลูกพระเจ้าแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจเองให้พระเจ้าเป็นกษัตริย์ในใจ พระองค์ไม่ยัดเยียดพระองค์เองให้เรา แต่ทรงต้องการกระทำตามน้ำพระทัยในชีวิตเรา

    “ขอโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในวันนี้” (มัทธิว 6:11)
  200. ตอนที่ 87
    คำอธิษฐานของฉันไปถึงสวรรค์จริงไหม
    2 ม.ค. 2566 · 5:24 · มัทธิว 6:10
    เมื่ออธิษฐานว่า "พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์" สวรรค์อยู่ที่ไหน ยานวอยเอจเจอร์ 2 เดินทางนานหลายปีกว่าจะถ่ายภาพดาวเนปจูนที่อยู่ห่างไปราว 2.79 พันล้านไมล์ แต่ฟ้าสวรรค์ยังกว้างใหญ่กว่านั้นมาก สวรรค์เป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง เป็นท้องพระโรงที่พระเจ้าทรงครอบครองกิจการของมนุษย์ และพระเยซูไปเตรียมที่ไว้สำหรับเรา บางคนหาสวรรค์ไม่เจอเพราะมองผิดที่ เหมือนที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งมีธงชาติและตัวแทนรัฐบาล ที่ไหนมีคนของพระเจ้าสองสามคนชุมนุมกันในพระนามของพระองค์ พระเจ้าก็นำบางส่วนของสวรรค์ลงมาอวยพรโลกที่เหนื่อยล้านี้

    “ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก” (มัทธิว 6:10)
  201. ตอนที่ 86
    อธิษฐานต่อพระบิดาของเรา
    26 ธ.ค. 2565 · 6:05 · มัทธิว 6:9
    บ่อยแค่ไหนที่เราท่อง "ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย" โดยไม่ได้คิดถึงความหมาย พระเยซูทรงเลือกเรียกพระเจ้าว่า "พระบิดา" ซึ่งบอกถึงความสัมพันธ์ เพราะทุกคำอธิษฐานขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบุตรกับพระบิดา คำนี้ยังบอกถึงความมั่นใจ เหมือนตอนที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้หยุดแถลงข่าวเมื่อลูกชายวัยสี่ขวบเดินเข้ามา พระบิดาในสวรรค์ก็ไม่เคยยุ่งจนไม่ได้ยินลูก และคำนี้แสดงถึงความเคารพ ไม่ใช่การเรียกพระเจ้าอย่างไม่ยำเกรง จอห์น แม็กนีล เคยกลัวเสียงฝีเท้าที่ตามมาบนภูเขา จนได้ยินว่า "จอห์น นี่พ่อเอง" เมื่อตั้งใจฟัง คุณก็จะได้ยินเสียงของพระองค์เช่นกัน

    “เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า ‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์...” (มัทธิว 6:9)
  202. ตอนที่ 85
    จะอธิษฐานอย่างไรดี
    19 ธ.ค. 2565 · 6:50 · มัทธิว 6:9
    คำอธิษฐานของพระเยซูในภาษากรีกดั้งเดิมมีเพียง 57 คำ แต่ละวลีเป็นเหมือนเมนูคอมพิวเตอร์ที่เปิดไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เหล่าสาวกประทับใจที่พระเยซูอธิษฐานอย่างอบอุ่นและเป็นส่วนตัว ต่างจากฟาริสี จึงทูลขอให้พระองค์สอน ทุกวันนี้การอธิษฐานเป็นสิ่งที่เราละเลยที่สุดในความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรามักอธิษฐานยาวต่อหน้าคนอื่น แต่สั้นมากเมื่ออยู่ลำพัง วลี "พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย" เตือนว่าเราไม่ได้อธิษฐานเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ได้เข้าร่วมกับผู้ได้รับการไถ่ทุกยุคสมัย เพราะคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ข้ามวัฒนธรรม ภาษา และพรมแดน

    “เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า ‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์...” (มัทธิว 6:9)
  203. ตอนที่ 84
    ฉันควรเอาเงินให้ใคร
    12 ธ.ค. 2565 · 6:25 · 2 โครินธ์ 9:7
    ผู้ฟังคนหนึ่งเขียนมาว่า เธอมีใจให้งานพันธกิจและคนยากไร้ แต่คริสตจักรไม่ค่อยสนับสนุนพันธกิจ และบางครั้งก็บริหารเงินใหญ่โตเกินเหตุ วันนี้มีมือยื่นมาขอความช่วยเหลือมากกว่าเดิม และเราช่วยทุกคนไม่ได้ ทศางค์เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า คริสตจักรท้องถิ่นควรได้รับการสนับสนุน และพันธกิจอื่นที่เป็นส่วนสำคัญของคริสตจักรก็สมควรได้รับเช่นกัน การถวายแล้วไม่ได้หมายความว่าหมดความรับผิดชอบ เราต้องแน่ใจว่าเงินถูกใช้อย่างชาญฉลาด เหมือนอับราฮัมที่ถวายแก่เมลคีเซเดค เราควรถวายให้ที่ซึ่งเราได้รับพร และที่สำคัญยิ่งคือให้ด้วยใจยินดี

    “แต่ละคนควรให้ตามที่คิดหมายไว้ในใจ ไม่ใช่อย่างลังเลหรือเพราะถูกผลักดัน เพราะพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี” (2 โครินธ์ 9:7)
  204. ตอนที่ 83
    มีหมดทุกอย่าง
    5 ธ.ค. 2565 · 5:58 · 2 โครินธ์ 9:6
    จอห์น เวสเลย์ เคยสอนว่า "หาให้ได้มากที่สุด เก็บให้ได้มากที่สุด แล้วก็ให้ ให้ได้มากที่สุด" แต่ทุกวันนี้คริสเตียนโดยเฉลี่ยให้การกุศลไม่ถึงร้อยละ 2 ของรายได้ พระคัมภีร์สอนว่าส่วนของพระเจ้าต้องจัดให้พระองค์ก่อน ไม่ใช่ของที่เหลือ และในเรื่องเงิน พระเจ้าตรัสว่า "จงลองดูเรา" หลายคนเหมือนเด็กที่กำเหรียญไว้ในแจกันจนแม่ต้องทุบแจกันทิ้ง อลัน โกลด์ เขียนว่าการตระหนักว่าพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกอย่าง ปลดปล่อยเราจากการยึดครองและความวิตกกังวล เมื่อบ้านของเวสเลย์ถูกไฟไหม้ เขาจึงพูดว่า "บ้านของพระเจ้าถูกไฟไหม้ไปแล้ว"

    “จงจำไว้ว่าผู้ที่หว่านอย่างตระหนี่ก็จะเก็บเกี่ยวได้น้อย ผู้ที่หว่านด้วยใจกว้างขวางก็จะเก็บเกี่ยวได้มาก” (2 โครินธ์ 9:6)
  205. ตอนที่ 82
    ทำไมเราต้องให้
    19 พ.ย. 2565 · 6:04 · ยอห์น 3:16
    ในหมู่บ้านชนเผ่าทางตอนเหนือของเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ ผู้คนนั่งฟังข่าวประเสริฐผ่านล่ามจนดึก แล้วชายคนหนึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าหรือตู้เย็นใช้ก็ถามว่า ทำไมคนที่มีเพียงเล็กน้อยต้องถวายให้พระเจ้าผู้มีทรัพย์สินมากมาย มีเหตุผลสามข้อ หนึ่ง การให้คือการเชื่อฟังพระวจนะ ทั้งเป็นเรื่องส่วนตัว ทำเป็นประจำ และตามสัดส่วนรายได้ สอง การให้เป็นทางที่พระเจ้าเทพระพรลงมา ดอน ฟินนีย์ ยืนยันจากสมุดบัญชีย้อนหลังสี่สิบปีว่า เราเอาชนะพระเจ้าเรื่องการให้ไม่ได้ สาม เงินถวายช่วยให้ข่าวประเสริฐไปถึงคนเกือบสามพันล้านคนที่ยังไม่เคยได้ยินมากพอ

    “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์...” (ยอห์น 3:16)
  206. ตอนที่ 81
    ทำความเข้าใจสิ่งที่คุณติดหนี้พระเจ้า
    12 พ.ย. 2565 · 6:15 · 2 โครินธ์ 8:9
    เงินมีทางไปแค่สามทาง คือเก็บไว้ ใช้ไป หรือให้ออกไป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีมากหรือน้อย แต่อยู่ที่เราใช้มันอย่างไร มาร์ติน ลูเธอร์ กล่าวว่าการเปลี่ยนความเชื่อเกิดขึ้นในความคิด จิตใจ และกระเป๋าเงิน ซึ่งเปลี่ยนเป็นที่สุดท้าย พระเยซูทรงชมฟาริสีที่ถวายสิบลด แต่ทรงท้าทายผู้ติดตามให้ปฏิเสธตนเองและแบกกางเขนทุกวัน ธรรมบัญญัติให้ถวายหนึ่งในสิบ แต่พระคุณทำให้เราถวายทั้งหมดด้วยความจงรักภักดี ไม่ได้หมายถึงต้องแจกเงินทั้งหมด แต่เหมือนชาวนาที่เก็บเมล็ดไว้สำหรับฤดูหน้า เราต้องใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานอย่างมีสติปัญญาเพื่อพระสิริของพระองค์

    “เพราะท่านย่อมทราบถึงพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราว่า แม้พระองค์ทรงมั่งคั่งก็ทรงยอมยากไร้ เพราะเห็นแก่พวกท่านเพื่อว่าท่านจะได้มั่งคั่งโดยทางความยากไร้ของพระองค์” (2 โครินธ์ 8:9)
  207. ตอนที่ 80
    สิบลดที่ฉันถวายเป็นของใคร
    5 พ.ย. 2565 · 6:45 · เลวีนิติ 27:30
    ผู้ฟังรายการคนหนึ่งเขียนมาว่า เธออยากเชื่อฟังพระคำเรื่องสิบลด จึงถวายครึ่งหนึ่งให้คริสตจักร อีกครึ่งให้งานพันธกิจ แต่บางครั้งไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินของคริสตจักร ธรรมเนียมการถวายหนึ่งในสิบย้อนไปอย่างน้อย 3,000 ปี อับราฮัมถวายหนึ่งในสิบแก่เมลคีเซเดค ยาโคบสัญญาที่เบธเอลว่าจะถวายหนึ่งในสิบ และโมเสสบันทึกว่าหนึ่งในสิบของผลผลิตเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า ฮักกัยและมาลาคีก็เตือนเรื่องนี้ไว้ ความคาดหวังของพระเจ้าไม่เคยลดลง และเมื่อเราเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ต่อเงินทองของเรา เราจะรู้ว่าพระเจ้าไม่เคยเป็นหนี้ใคร

    “หนึ่งในสิบของผลผลิตจากแผ่นดิน.....เป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (เลวีนิติ 27:30)
  208. ตอนที่ 79
    ทำเท่าที่ทำได้
    29 ต.ค. 2565 · 5:57 · มาระโก 14:8
    ความคิดที่ว่าโลกมีความต้องการมากเกินกว่าเราจะแก้ไขได้ ทำให้ความตั้งใจดีของเรากลายเป็นอัมพาต เด็กชายที่โยนปลาดาวกลับลงทะเลทีละตัวรู้ดีว่า อย่างน้อยก็สร้างความแตกต่างให้ตัวที่ช่วยไว้ เริ่มจากตรวจสอบว่าคุณมีอะไรอยู่ แล้วก้าวเล็กๆ จากสิ่งที่มีตอนนี้ มองหาความต้องการรอบตัว เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว และใช้ความสามารถของคุณ แม้แค่รับโทรศัพท์หรือพูดให้กำลังใจ เจน ไวเบ คุณแม่ลูกสาม ถูกขอให้ช่วยส่งอาหารให้ผู้ลี้ภัยสงครามบอสเนีย แล้วตอบรับทันทีด้วยสิ่งที่เธอทำได้ เมื่อคุณทำเท่าที่ทำได้ มันก็มากเกินพอแล้ว

    “หญิงคนนี้ทำเท่าที่นางทำได้ นางรินน้ำหอมลงบนกายของเราเป็นการเตรียมสำหรับพิธีศพของเราไว้ล่วงหน้า” (มาระโก 14:8)
  209. ตอนที่ 78
    ลงทุนในชีวิตผู้คน
    22 ต.ค. 2565 · 5:36 · มัทธิว 25:40
    เราลงทุนในสกุลเงินสวรรค์เพียงน้อยนิด เพราะสวรรค์ดูไกลและเราอยากได้ผลตอบแทนตอนนี้ จิม โทวีย์ ได้ไปเยี่ยมบ้านรอมรณาที่กัลกัตตา ซิสเตอร์ลูคไม่สนใจชุดเชิ้ตขาวผูกไทของเขา แต่ยื่นสำลีกับยาฆ่าเชื้อให้ไปทำความสะอาดชายที่เป็นโรคผิวหนังและกำลังจะตายบนเตียงสี่สิบหก ทั้งที่ไม่เคยอยากสัมผัสคนป่วยที่ใกล้ตาย ประสบการณ์นั้นทำให้เขาละทิ้งอาชีพที่ร่ำรวยไปรับใช้ผู้ที่ทุกข์ทรมาน และบอกว่าเขาเห็นพระเยซูที่ปลอมตัวมาในสภาพคนยากจน เมื่อเราทำตามสิ่งที่พระเยซูทรงทำ และยอมแตะต้องคนที่ไม่อยากสัมผัส เรากำลังสะสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์

    “องค์ราชันจะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่าสิ่งใดที่ท่านทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรา ท่านก็ได้ทำให้เราด้วย’” (มัทธิว 25:40)
  210. ตอนที่ 77
    การลงทุนในธนาคารสวรรค์
    15 ต.ค. 2565 · 5:38 · โคโลสี 3:1
    ในเรื่องเปรียบเทียบตะลันต์ ชายสองคนนำเงินไปลงทุนจนได้เพิ่มเป็นสองเท่าและได้รับการยกย่อง ส่วนคนที่สามขุดหลุมฝังเงินไว้ด้วยความกลัวและถูกตำหนิอย่างรุนแรง พระเยซูต้องการให้เรารู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของสิ่งที่เรามี และวันหนึ่งเราต้องรายงานว่าทำอะไรกับมัน เมื่อธนาคารมีปัญหาหรือตลาดหุ้นตก หลายคนตื่นตระหนกเพราะใจผูกอยู่กับทรัพย์สมบัติ แต่ทรัพย์ในสวรรค์ไม่ขึ้นกับเศรษฐกิจ การลงทุนในธนาคารสวรรค์ไม่ได้มีแค่ใส่เงินในถุงถวาย แต่รวมถึงการให้เวลาและความสามารถ เช่น หมอที่ไปช่วยงานต่างประเทศ หรือวัยรุ่นที่ทำงานกับเด็กๆ หลังเลิกเรียน

    “ในเมื่อทรงให้ท่านทั้งหลายเป็นขึ้นกับพระคริสต์แล้ว ก็จงให้ใจของท่านจดจ่อกับสิ่งที่อยู่เบื้องบนที่ซึ่งพระคริสต์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า” (โคโลสี 3:1)
  211. ตอนที่ 76
    ลงทุนในสิ่งที่เป็นนามธรรม
    8 ต.ค. 2565 · 5:24 · 2 โครินธ์ 4:18
    จิม เอเลียต และเพื่อนอีกสี่คน ถูกคนเผ่าออก้าในเอควาดอร์ฆ่าตายเมื่อปี 1956 ทั้งที่มีปืนอยู่ในเครื่องบินแต่ไม่ใช้ เขาเคยเขียนว่า "ผู้ที่ยอมสละสิ่งที่ไม่สามารถรักษาไว้ได้ เพื่อจะได้สิ่งที่เขาไม่ควรสูญเสีย ไม่ใช่คนโง่" ทุกวันเราลงทุนชีวิตไปกับบางสิ่ง ในเรื่องตะลันต์ที่พระเยซูเล่า บ่าวสองคนแรกนำเงินไปลงทุนจนได้เพิ่ม แต่คนที่สามกลัวจึงฝังเงินไว้และไม่ได้อะไรเลย สิ่งที่เรามีเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นของที่ยืมมาและถูกเรียกคืนได้ทุกเมื่อ เราจึงต้องลงทุนเวลาและความสามารถอย่างชาญฉลาด รวมทั้งในชีวิตของผู้อื่น เพราะวันหนึ่งต้องรายงานต่อพระองค์

    “ดังนั้นเราจึงไม่จับจ้องอยู่กับสิ่งที่มองเห็น แต่อยู่กับสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะสิ่งที่เรามองเห็นนั้นไม่จีรังยั่งยืน แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็นนั้นถาวรนิรันดร์” (2 โครินธ์ 4:18)
  212. ตอนที่ 75
    การลงทุนของคุณ
    1 ต.ค. 2565 · 5:08 · มัทธิว 6:19
    พอพูดถึงการลงทุน เรามักนึกถึงหุ้น พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่เงินเป็นเพียงทรัพยากรหนึ่งที่พระเจ้าประทานไว้ในมือเรา หลายคนไม่มีเงินเหลือพอจะลงทุน แต่เรื่องเวลาเราเท่าเทียมกันหมด ทุกคนมี 168 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนพรสวรรค์และความสามารถก็มีอยู่ทั้งในคนรวยและคนจน แม้คนที่ไม่เคยเรียนหนังสือก็สร้างสรรค์งานงดงามได้ ปี 1989 ขณะตลาดหุ้นอเมริกันคลอนแคลน มีคนถามว่าลงทุนอะไรไว้บ้าง คำตอบคือชี้ขึ้นไปบนสวรรค์ ที่ปลอดภัยและไม่เคยถูกตลาดหุ้นกระทบเลย แล้วคุณลงทุนไว้ที่ไหน

    “อย่าสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตนในโลกที่ซึ่งแมลงและสนิมอาจทำลายได้และที่ซึ่งโจรอาจงัดแงะเข้าไปขโมยได้” (มัทธิว 6:19)
  213. ตอนที่ 74
    ช่วยโดยไม่ต้องช่วยอะไร
    24 ก.ย. 2565 · 5:07 · ฮีบรู 12:10
    ริช บูเลอร์ อธิบายเรื่องการพึ่งพากันว่า เหมือนคนอายุ 26 ที่ยังนั่งเก้าอี้สูงสำหรับเด็ก เมื่อเราแบกความรับผิดชอบที่คนอื่นควรแบกเอง เขาก็ไม่รู้จักรับผิดชอบชีวิตตัวเอง พ่อแม่ที่ส่งเงินให้ลูกชายทั้งที่เขาเอาไปซื้อยาเสพติด หรือภรรยาที่คอยหาข้ออ้างให้สามีที่ติดเหล้า ล้วนทำให้ปัญหาลึกลงไป ต่างจากพ่อของชัค ที่ปล่อยให้ลูกอยู่ในคุกสามวันเพื่อเรียนรู้ผลจากการขับรถเร็ว การช่วยเหลือมีเวลาและที่ที่เหมาะสม แต่บางครั้งการลดแรงค้อนที่พระเจ้ากำลังใช้แกะสลักชีวิตใครสักคน กลับขวางพระประสงค์ของพระองค์

    “บิดาของเราตีสอนเราชั่วระยะหนึ่งตามที่คิดเห็นว่าดีที่สุด แต่พระเจ้าทรงตีสอนเราเพื่อประโยชน์ของเรา เพื่อเราจะได้มีส่วนในความบริสุทธิ์ของพระองค์” (ฮีบรู 12:10)
  214. ตอนที่ 73
    พระเยซู ผู้ล้างเท้า
    17 ก.ย. 2565 · 5:56 · มัทธิว 25:40
    เอช เอ ฮอดเจส อาจารย์หนุ่มผู้ปราดเปรื่องแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เคยวางตัวเป็นกลางเรื่องพระเจ้า จนวันหนึ่งได้เห็นภาพวาดพระเยซูล้างเท้าเหล่าสาวก แล้วบอกว่า "ถ้าพระเจ้าเป็นอย่างนั้น พระองค์ก็จะได้เป็นพระเจ้าของฉันด้วย" การล้างเท้าเป็นงานของคนรับใช้ แต่พระเยซูทรงทำเพื่อวางแบบอย่างให้เรา ทุกวันนี้อาจหมายถึงการทำความสะอาดให้คนป่วย หรือช่วยซื้อของให้พ่อแม่ที่อายุมาก ดร.เวอร์นอน กราวด์ส มอบผ้าเช็ดมือธรรมดาให้ผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน เพื่อเตือนว่าพวกเขาต้องไปเป็นผู้รับใช้ ไม่ใช่เจ้านาย

    “องค์ราชันจะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่าสิ่งใดที่ท่านทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรา ท่านก็ได้ทำให้เราด้วย’” (มัทธิว 25:40)
  215. ตอนที่ 72
    ตอบสนองความเจ็บปวดของผู้ทนทุกข์
    10 ก.ย. 2565 · 6:29 · มัทธิว 25:40
    "ที่บ้านเรามีคนขัดสนไม่พอหรือ ถึงต้องไปช่วยที่อื่น" เป็นคำถามที่มักได้ยินเมื่อออกไปทำพันธกิจต่างประเทศ แต่พระเยซูทรงคุยกับหญิงชาวสะมาเรียที่สังคมไม่ต้อนรับ ยอมรับเธอในฐานะคนที่มีคุณค่า และสั่งให้สาวกนำการเยียวยาไปยังคนป่วยและคนที่ถูกทอดทิ้ง ลูกของพระเจ้าเป็นครอบครัวที่ไม่แบ่งเชื้อชาติหรือสัญชาติ เมื่อบ็อบ เพียร์ซ พาเด็กกำพร้าในเกาหลีไปฝาก พี่เลี้ยงวางเด็กบนตักเขาและถามว่า "คุณจะทำอย่างไรกับเขา" คำตอบนั้นทำให้เกิดองค์กรศุภนิมิต เมื่อเราถามตัวเองว่า "ฉันจะทำอะไรได้บ้าง" และตอบคำถามนั้น เราก็ได้มีส่วนร่วมแล้ว

    “องค์ราชันจะตรัสตอบว่า ‘เราบอกความจริงแก่ท่านว่าสิ่งใดที่ท่านทำให้แก่ผู้เล็กน้อยที่สุดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรา ท่านก็ได้ทำให้เราด้วย’” (มัทธิว 25:40)
  216. ตอนที่ 71
    วิธีรับมือกับมนุษย์เจ้าปัญหาในแบบต่างๆ
    3 ก.ย. 2565 · 4:59 · กิจการ 24:26
    ใครบ้างที่ไม่เคยเจอมนุษย์เจ้าปัญหา เมื่ออะดรีนาลีนสูบฉีด เรามักโต้ตอบจนดูเป็นคนมีปัญหาไม่ต่างจากเขา ขั้นแรกคือพยายามเข้าใจว่าอะไรทำให้เขาเป็นแบบนั้น ดร.คาร์ล เมนินเจอร์ เปรียบกับปลาที่ติดเบ็ดแล้วดิ้นไปมา จนปลาตัวอื่นคิดว่ามันเพี้ยน โดยไม่เห็นสายเบ็ดที่ดึงมันอยู่ พนักงานที่บ่นว่าหัวหน้าเป็นมนุษย์เจ้าปัญหา เปลี่ยนใจทันทีเมื่อรู้ว่าหัวหน้าเพิ่งเสียแม่ เป็นมะเร็ง และถูกสามีทิ้ง ขั้นต่อมาคืออธิษฐานเผื่อเขาและความสัมพันธ์ ขอให้พระเจ้าไม่เพียงเปลี่ยนแปลงเขา แต่เปลี่ยนแปลงเราด้วย

    “ขณะเดียวกันเฟลิกส์ก็หวังว่าเปาโลจะให้สินบนจึงเรียกตัวเขามาสนทนาบ่อยๆ” (กิจการ 24:26)
  217. ตอนที่ 70
    กอดกันวันละ 4 ครั้ง
    27 ส.ค. 2565 · 6:03 · ลูกา 8:46
    ดร.แฮโรลด์ โวธ จิตแพทย์อาวุโส มักพูดว่า "การกอดเป็นยาชูกำลังชั้นเลิศ" ช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้าและทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น ส่วน ดร.เดวิด เบรสเลอร์ ถึงกับเขียนใบสั่งยาว่า "กอดวันละ 4 ครั้ง" พระเยซูก็มักยื่นมือสัมผัสผู้คน ทั้งขอทานตาบอดและคนโรคเรื้อน และประทานการรักษาที่มากกว่าเรื่องทางกาย เปาโลเองก็เขียนให้ทักทายกันด้วยการจุมพิตอันบริสุทธิ์ ในมือสัมผัสและอ้อมกอดอันอบอุ่นมีการเยียวยารักษาอยู่ และพระเจ้าต้องการให้เราเป็นผู้ที่เก่งในการรักษาและฟื้นฟู

    “แต่พระเยซูตรัสว่า “มีคนแตะเรา เรารู้ว่าฤทธิ์อำนาจซ่านออกจากตัวเรา”” (ลูกา 8:46)
  218. ตอนที่ 69
    รู้ว่าควรหยุดเมื่อไหร่
    20 ส.ค. 2565 · 5:40 · ปัญญาจารย์ 3:1 และ 6
    ทอมมี่ ลาซอร์ดา ดูแลทีมเบสบอลดอดเจอร์สมานานถึงสองทศวรรษ เขาเขียนไว้ว่าวันที่ต้องถอดเครื่องแบบที่รักเป็นครั้งสุดท้ายคงเจ็บปวดที่สุด สิบเอ็ดปีต่อมา หลังเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการหัวใจวาย เขาแถลงด้วยเสียงสั่นเครือว่าการก้าวลงจากตำแหน่งคือสิ่งที่ดีที่สุด ขณะที่หลายคนผลีผลามลาออกก่อนเวลาอันควร แนวคิดสี่ข้อช่วยให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด คือเมื่อการตัดสินใจไม่ได้มาจากอารมณ์ เมื่อเห็นแนวโน้มชัดเจน เมื่อเพื่อนที่เป็นกลางและจริงใจยืนยัน และเมื่ออธิษฐานอย่างจริงใจจนใจสัมผัสได้ถึงการยืนยันจากพระเจ้า

    “มีเวลาสำหรับทุกสิ่ง มีกำหนดเวลาสำหรับกิจกรรมทุกอย่าง ภายใต้ฟ้าสวรรค์นี้ ….เวลาค้นหา เวลาเลิกรา” (ปัญญาจารย์ 3:1 และ 6)
  219. ตอนที่ 68
    การอธิษฐานเมื่อชีวิตกำลังแย่
    13 ส.ค. 2565 · 6:03 · ลูกา 22:42
    ถ้าชีวิตกำลังย่ำแย่ คุณจะอธิษฐานว่าอย่างไร หลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าทิ้งพระเจ้าไปแล้ว เพราะขอให้ถูกลอตเตอรี่ ขอเงิน หรือขอให้หายป่วย แต่ไม่ได้ เราอาจเข้าใจผิดว่าการอธิษฐานคือการสั่งการ ถ้าใช้คำพูดถูกก็จะได้ทุกอย่าง แต่การอธิษฐานมีพื้นฐานจากความสัมพันธ์แบบลูกกับพ่อ คือการขอต่อพระบิดาด้วยความเชื่อแบบเด็กน้อย พระเจ้าตอบคำอธิษฐานได้สี่แบบ คือตอบตรงไปตรงมา ตอบช้าตามเวลาของพระองค์ ตอบแบบแฝงตัวซึ่งดีกว่าที่เราขอ และตอบว่า "ไม่" เพราะพระองค์รักเรามากเกินกว่าจะให้ทุกอย่างที่ขอ

    “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอทรงเอาถ้วยนี้ไปจากข้าพระองค์ อย่างไรก็ตามอย่าให้เป็นไปตามใจของข้าพระองค์ แต่ขอให้สำเร็จดังพระประสงค์ของพระองค์” (ลูกา 22:42)
  220. ตอนที่ 67
    ความทุกข์ยากที่สูญเปล่า
    6 ส.ค. 2565 · 5:05 · 1 เปโตร 2:21
    ในหนังสือ ทำไมต้องเป็นเรา (Why Us?) วอร์เรน เวียร์สบี เล่าว่าไปเยี่ยมเพื่อนสนิทที่สามีตาบอด ตัวเธอเองป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายและเป็นโรคหลอดเลือดสมองอีก เมื่อเขาบอกว่าอธิษฐานเผื่อ เธอถามว่าเขาขอให้พระเจ้าทำอะไร แล้วขอให้อธิษฐานว่าเธอจะไม่ปล่อยให้ความทุกข์ยากนี้สูญเปล่า ความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่พระเจ้าลงทุนในชีวิตเรา บางคนได้กำไรน้อยนิด แต่บางคนได้กำไรมหาศาล เหมือนผู้ฟังหลายคนที่เขียนมาเล่าว่าความทุกข์ดึงพวกเขาให้ใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น เมื่อเจอความทุกข์ ลองอธิษฐานว่า "ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าให้สิ่งนี้สูญเปล่าในชีวิตข้าพระองค์"

    “พระองค์ทรงเรียกพวกท่านมาสู่สภาพการณ์เช่นนี้ เพราะพระคริสต์ได้ทรงทนทุกข์เพื่อท่าน ทรงวางแบบอย่างไว้ให้ท่านดำเนินตามรอยพระบาท” (1 เปโตร 2:21)
  221. ตอนที่ 66
    อยู่กับอดีตให้ได้
    30 ก.ค. 2565 · 6:00 · ยอห์น 12:24-25
    เวลาเป็นเหมือนสายน้ำที่ไม่ไหลกลับ เด็กชายวัยหกขวบคลานเข้าไปนอนในรถบ้านระหว่างครอบครัวไปเที่ยว ไม่นานเพลารถขาด รถพลิกคว่ำ และเขาเสียชีวิตในอ้อมแขนของพ่อ หลายเดือนต่อมาแม่ของเด็กโทษบริษัทที่สลับประวัติจนไม่อนุมัติเงินกู้ซื้อรถคันใหม่ แต่ไม่ว่าจะโทษใคร เราจะยิ่งขมขื่นใจ บางครั้งเราทำได้เพียงหันไปหาพระเจ้าเพื่อรับพระคุณและกำลัง แล้วใช้ชีวิตไปทีละวัน พระเจ้ารู้จักการสูญเสียเพราะพระองค์เคยสูญเสียพระบุตร เราเปลี่ยนอดีตไม่ได้ แต่พระคุณของพระเจ้าจะช่วยให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้

    “เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวสาลีไม่ได้ตกลงไปในดินและตายไปก็จะคงอยู่เพียงเมล็ดเดียว แต่ถ้าตายแล้วก็จะเกิดผลให้มีเมล็ดอื่นๆ มากมาย ผู้ที่รักชีวิตจะสูญเสียชีวิต ส่วนผู้ที่ชังชีวิตของตนในโลกนี้ก็จะรักษาชีวิตไว้และมีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 12:24-25)
  222. ตอนที่ 65
    4 แนวทางสู่ความเชื่อที่แข็งแกร่งขึ้น
    23 ก.ค. 2565 · 5:19 · เอเฟซัส 6:12-13
    วีรบุรุษฝ่ายวิญญาณที่เราชื่นชมเป็นคนธรรมดาเหมือนเรา ต่างกันที่พวกเขาไม่ยอมแพ้เมื่อสะดุดล้ม ความเชื่อของเราหยั่งรากลึกได้ด้วยสี่แนวทาง หนึ่ง อ่านรายละเอียดในสัญญา คืออ่านพระคัมภีร์ ขีดเขียนเน้นข้อความ และเชื่อสิ่งที่อ่าน สอง ไตร่ตรองว่าพระเจ้าไม่ลำเอียง สิ่งที่ทรงทำเพื่อคนอื่นก็จะทรงทำเพื่อคุณ สาม ทบทวนกลยุทธ เหมือนดาวิดที่นึกถึงชัยชนะเหนือสิงโตและหมีก่อนเผชิญโกลิอัท สี่ ขุดหลุมหลบภัย เพราะความล้มเหลวที่แย่ที่สุดของเราคือการยอมแพ้เร็วเกินไป

    “เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเหล่าเทพผู้ครอง เทพผู้ทรงอำนาจ เทพผู้ทรงเดชานุภาพของโลกอันมืดมนนี้ และต่อสู้กับเหล่าวิญญาณชั่วในย่านฟ้าอากาศ ฉะนั้นจงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อท่านจะยืนหยัดรับมือได้เมื่อถึงวันอันชั่วร้าย และหลังจากท่านได้ผ่านทุกอย่างแล้ว ท่านก็ยังยืนหยัดอยู่ได้” (เอเฟซัส 6:12-13)
  223. ตอนที่ 64
    สิ่งที่พระเจ้าเห็นเมื่อมองมาที่คุณ
    16 ก.ค. 2565 · 4:58 · ฮีบรู 4:13
    เครื่องสแกนแบบคลื่นมิลลิเมตรที่สนามบินถ่ายภาพให้เห็นรูปร่างของผู้โดยสารราวกับไม่ได้สวมเสื้อผ้า เวลาที่พระเจ้ามองเรา พระองค์ก็ทรงเห็นเราแบบนี้ ไม่มีสิ่งใดซ่อนจากพระเนตรของพระองค์ได้ ความจริงนี้ทำให้เกิดการตอบสนองสองแบบ บางคนหวั่นกลัว เพราะพระเจ้ารู้ว่าเราพิมพ์อะไรในอีเมล์และไปที่ไหนโดยไม่บอกใคร แต่อีกกลุ่มชื่นชมยินดี เพราะพระเจ้ารู้เมื่อเราพยายามเต็มที่แต่ไม่มีใครเห็น หรือถูกเข้าใจผิด และเมื่อพระองค์ให้อภัยแล้ว พระองค์จะไม่จดจำบาปของเราอีกต่อไป

    “ไม่มีสิ่งใดที่ทรงสร้างไว้จะซ่อนเร้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้ ทุกสิ่งถูกเปิดเผยและถูกตีแผ่ต่อพระเนตรของพระองค์ผู้ซึ่งเราทั้งหลายต้องกราบทูลรายงาน” (ฮีบรู 4:13)
  224. ตอนที่ 63
    ในอ้อมแขนของพระองค์
    9 ก.ค. 2565 · 5:05 · สดุดี 103:13-14
    "พระเจ้าอยู่ที่ไหนเมื่อฉันเจ็บปวด" เราอยู่ในโลกที่บอบช้ำ และแบบฝึกหัดที่ยากที่สุดคือการยึดความจริงไว้ให้มั่นเมื่ออารมณ์บอกให้เลิกเชื่อ พระคัมภีร์ใช้ภาพพ่ออุ้มลูก คนเลี้ยงแกะที่โอบอุ้มแกะ และนกอินทรีที่ประคองลูกหัดบิน เพื่อบอกถึงความห่วงใยของพระเจ้า โมเสสเตือนประชากรที่เสียความกล้าว่า พระเจ้าทรงโอบอุ้มพวกเขาดั่งพ่อโอบอุ้มลูกตลอดทางในถิ่นกันดาร แม้พวกเขาไม่รู้และเอาแต่บ่น พระเยซูทรงสัญญาว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งเรา และจะอยู่กับเราเสมอไปตราบจนสิ้นยุค

    “บิดาเอ็นดูสงสารบุตรของตนฉันใด องค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงเอ็นดูสงสารผู้ที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น เพราะพระองค์ทรงทราบว่าเราถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร พระองค์ทรงระลึกว่าเราเป็นธุลีดิน” (สดุดี 103:13-14)
  225. ตอนที่ 62
    พระเจ้าที่เราสร้างเอง
    2 ก.ค. 2565 · 5:12 · สดุดี 71:16
    พระเจ้าเป็นแค่ที่พักใจที่เราสร้างขึ้นเพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเองหรือเปล่า กาย ดัฟฟีลด์ เขียนว่า หลายคนมองพระเจ้าเป็นซานตาคลอสของมนุษยชาติ เชื่อเมื่อพระองค์ทำให้พอใจ และถอยห่างเมื่อพระองค์ขอสิ่งที่ไม่ตรงใจ หลายคนไปคริสตจักรและอ่านพระคัมภีร์ แต่พระเจ้าของเขาไม่ใช่พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ เป็นพระเจ้าที่ออกแบบขึ้นเอง ทั้งที่สิ่งที่เราควบคุมได้จริงมีน้อยมาก พระประสงค์ของพระเจ้าถูกต้องเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และมาจากพระลักษณะแห่งความรักของพระองค์ เมื่อเรายอมรับความจริงนี้ ความจริงจะทำให้เราเป็นไท

    “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ข้าพระองค์จะมาประกาศพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ข้าพระองค์จะป่าวร้องความชอบธรรมของพระองค์แต่ผู้เดียว” (สดุดี 71:16)
  226. ตอนที่ 61
    พระเจ้ารู้ไหมว่าคุณอยู่ไหน
    25 มิ.ย. 2565 · 6:12 · อิสยาห์ 42:22
    "ตอนนี้อยู่ไหนเหรอ" เป็นคำถามที่เราถามกันทุกครั้งที่รับโทรศัพท์ และในวันที่เจอโศกนาฏกรรมหรือความสูญเสีย เราก็ถามพระเจ้าว่า "พระองค์รู้ไหมว่าข้าพระองค์อยู่ที่ไหน" ไม่ใช่แค่คนที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณที่ถามแบบนี้ โจเซฟ พาร์คเกอร์ ศิษยาภิบาลชาวอังกฤษ จมอยู่ในความสิ้นหวังหลายวันเมื่อภรรยาเสียชีวิตด้วยมะเร็ง เมื่อถูกถามว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหนตอนชาวยิวหกล้านคนเสียชีวิตในค่ายนาซี คำตอบคือพระองค์อยู่ในที่เดียวกับวันที่พระบุตรสิ้นพระชนม์นอกกำแพงเยรูซาเล็ม พระเจ้าไม่เคยสัญญาว่าจะช่วยเราให้พ้นจากชีวิตจริงในโลกที่ชั่วร้าย แต่พระองค์รู้จักชื่อคุณ รู้ว่าคุณอยู่ไหน และเจ็บปวดตรงไหน

    “แต่นี่เป็นชนชาติที่ถูกปล้นและตกเป็นเชลย พวกเขาล้วนตกอยู่ในหลุมพราง หรือหลบซ่อนอยู่ในคุก พวกเขาถูกปล้น โดยไม่มีใครช่วย พวกเขาตกเป็นเชลย โดยไม่มีใครพูดว่า “ปล่อยพวกเขากลับไป”” (อิสยาห์ 42:22)
  227. ตอนที่ 60
    คำถามที่จะถามพระเจ้า
    18 มิ.ย. 2565 · 6:14 · โรม 11:22
    ถ้าถามพระเจ้าได้หนึ่งข้อ หลายคนคงถามว่า "ทำไม" ในสัปดาห์เดียวกับที่ครอบครัวบอกลาพ่อตาวัยเกือบ 89 ปี โจเอล อิงแลนด์ วัย 24 ปี ผู้เพิ่งจบจากสถาบันพระคริสตธรรมมูดดี้ เพิ่งแต่งงานได้สี่อาทิตย์ และซื้อบ้านไว้ให้คนรายได้น้อยเช่า กลับถูกฆ่าโดยคนที่เขาพยายามช่วย เมื่อคำถาม "ทำไม" เกิดขึ้นในใจ ให้จำสามข้อ คือพระลักษณะของพระเจ้าคือความรักและกรุณา พระเจ้าทรงสูงส่งเพราะเราเป็นดินเหนียวและพระองค์ทรงเป็นช่างปั้น และพระเจ้าใส่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของพระองค์ พระองค์เคยอยู่ที่จุดนั้นเมื่อพระบุตรเผชิญความตายที่โกละโกธา และตอนนี้พระองค์ก็อยู่กับคุณ

    “ฉะนั้นจงพิจารณาทั้งความกรุณาและความเข้มงวดของพระเจ้าคือ ทรงเข้มงวดกับพวกนั้นที่ล้มไป แต่ทรงกรุณาท่านก็ต่อเมื่อท่านคงอยู่ในความกรุณาของพระองค์ มิฉะนั้นท่านก็จะถูกตัดออกด้วย” (โรม 11:22)
  228. ตอนที่ 59
    การล้างแค้น พระองค์ทำได้
    11 มิ.ย. 2565 · 6:34 · โรม 12:19 The Message
    เพื่อนผู้ฟังคนหนึ่งจากจีนแผ่นดินใหญ่เล่าว่า คำสอนของพระเยซูเรื่องการรักศัตรูดูเป็นไปไม่ได้ เพราะวัฒนธรรมของเขาสอนให้เอาคืนแบบตาแทนตา ฟันแทนฟัน เมื่อหญิงสาวที่เขาเลิกสนใจคอยพูดจาดูถูก และเพื่อนร่วมงานพากันเยาะเย้ย เขาจึงอยากแก้แค้นเพื่อทวงความนับถือตัวเองคืน พระคัมภีร์ย้ำถึงสามครั้งว่าการแก้แค้นเป็นของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงยุติธรรมและเที่ยงธรรม ส่วนการแก้แค้นของเราไม่มีวันจบสิ้น การให้อภัย ทิ้งความขมขื่น และมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า จึงเป็นทางที่ทวงคืนคุณค่าของเราได้จริง

    “อย่าฝืนจะเอาคืน มันไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า พระเจ้าบอกว่า “เราจะตัดสินเอง”” (โรม 12:19 The Message)
  229. ตอนที่ 58
    ให้การแก้แค้นเป็นของพระเจ้า
    4 มิ.ย. 2565 · 6:17 · มัทธิว 7:12
    ในสมัยโมเสส กฎหมายของชนชาติรอบข้างมักลงโทษรุนแรงเกินความผิด เช่น ขโมยขนมปังก้อนเดียวอาจต้องเสียมือ บัญญัติ “ตาแทนตา ฟันแทนฟัน” จึงมีไว้กำหนดว่าค่าเสียหายต้องไม่สูงกว่าความผิด เหมือนคนที่ถอยรถมาชนเราต้องจ่ายค่าเสียหาย แต่เราไม่มีสิทธิ์ยึดเงินบำนาญของเขา พระเยซูทรงสอนให้สร้างสันติกับศัตรู ถ้าทหารโรมันบังคับให้ขนของไปหนึ่งไมล์ ก็จงไปให้ครบสองไมล์ ใช้หนี้ให้หมดและอย่าอยู่อย่างผูกใจเจ็บ เพราะพระเจ้าตรัสว่า “เราจะจัดการเอง” และพระองค์ทำได้ดีกว่าเรา

    “ฉะนั้นในทุกสิ่งจงทำต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านอยากให้เขาทำต่อท่าน เพราะนี่สรุปสาระของหนังสือบทบัญญัติและหนังสือผู้เผยพระวจนะ” (มัทธิว 7:12)
  230. ตอนที่ 57
    ยารักษาความสัมพันธ์แตกร้าว
    28 พ.ค. 2565 · 6:17 · มัทธิว 18:21
    บางคนแก้ปัญหาด้วยการโทษคนอื่น ทำตัวเป็นอัยการที่ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ผิด บางคนเติบโตในบ้านที่ไม่เคยขอโทษหรือยกโทษกัน เรื่องเก่าจึงถูกขุดขึ้นมาจุดไฟความโกรธอีก การเยียวยาใจก็เหมือนรักษาแผล ต้องล้าง ห้ามเลือด และปิดแผลไว้ การยอมรับผิดช่วยล้างแผล ส่วนการให้อภัยทำให้เกิดการรักษาและฟื้นสภาพ เมื่อแผลหายแล้วก็ต้องกล้าเอาผ้าพันแผลออก ไม่แบกบาดแผลในอดีตไปเล่าให้ใครต่อใครฟัง เพราะความสัมพันธ์มีค่าเกินกว่าจะเสียไปเพราะความขัดแย้ง

    “แล้วเปโตรมาทูลถามพระเยซูว่า “พระองค์เจ้าข้า หากพี่น้องทำบาปต่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์ควรจะยกโทษให้เขากี่ครั้งดี? สักเจ็ดครั้งหรือ?”” (มัทธิว 18:21)
  231. ตอนที่ 56
    เป็นอิสระจากอดีตที่ฉุดรั้ง
    21 พ.ค. 2565 · 6:09 · โรม 8:1
    บทบัญญัติเป็นเหมือนกระจกที่ส่องให้เห็นความผิด แต่ลบล้างความผิดนั้นไม่ได้ สิ่งที่พระเยซูทำบนกางเขนที่โกละโกธาคือการใช้หนี้ที่เป็นบทลงโทษของเรา เราจึงเป็นไท เชอร์แมน วิลเลี่ยมส์ ชายร่างใหญ่กำยำ นำเงินที่เตรียมไว้จ่ายค่าบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้ามาให้ พร้อมบอกว่าไม่ต้องรับการบำบัดแล้วเพราะมาเป็นคริสเตียน เมื่อพระวิญญาณของพระองค์ผู้ทรงให้พระเยซูเป็นขึ้นจากตายสถิตในเรา เราก็มีชีวิตใหม่ และเป็นอิสระจากอดีตที่คอยฉุดรั้ง หัวใจจึงร้องได้ว่า “ฉันเป็นอิสระ ฉันเป็นไทแล้ว”

    “เพราะฉะนั้นไม่มีการลงโทษคนที่อยู่ในพระเยซูคริสต์” (โรม 8:1)
  232. ตอนที่ 55
    คืนดีกับพระเจ้า
    13 พ.ค. 2565 · 5:47 · โรม 5:8
    พอล อีแวนส์ เล่าเรื่องพ่อที่ล็อคประตูเมื่อลูกชายกลับบ้านเกินเที่ยงคืน แล้วออกไปนอนในโรงนากับลูก นี่คือภาพของสิ่งที่พระเจ้าทำ มนุษย์เพิกเฉยต่อการทรงนำของพระองค์ และความบาปแยกเราออกจากพระบิดา แต่พระเจ้าเสด็จมาหาเราทางพระเยซู จอห์น สตอต บอกว่าการคืนดีเป็นหนึ่งในสี่ภาพที่ไม้กางเขนสื่อถึง เหมือนพ่อลูกที่เคยเป็นศัตรูกลับมาคืนดีกันเพราะพ่อทำให้เกิดการอภัย เปาโลเขียนว่าเราได้คืนดีกับพระเจ้าโดยการสิ้นพระชนม์ของพระบุตร ขณะที่เรายังเป็นศัตรูกับพระองค์ และวันนี้เราเข้าหาพระบิดาโดยผ่านทางพระบุตรได้

    “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์เองแก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)
  233. ตอนที่ 54
    การฟื้นคืนพระชนม์และคนไม่เชื่อพระเจ้า
    7 พ.ค. 2565 · 7:07 · 1 โครินธ์ 15:3-4
    ในการถกเถียงกับศาสตราจารย์แอนโตนี ฟลูว์ ซึ่งยืนยันว่าการฟื้นคืนพระชนม์เป็นไปไม่ได้เพราะฝืนกฎธรรมชาติ แกรี่ แฮเบอร์มัส ตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง 12 ข้อ ซึ่ง 11 ข้อนักวิชาการเกือบทุกคนยอมรับ เช่น พระเยซูสิ้นพระชนม์และถูกฝัง เหล่าสาวกเชื่อว่าได้พบพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนจากความขี้ขลาดเป็นความกล้าหาญ และยากอบน้องชายของพระเยซูก็หันมาเชื่อ ก่อนเสียชีวิตในวัย 87 ฟลูว์เขียนหนังสือ “พระเจ้ามีอยู่จริง” และจากไปโดยยอมรับว่าชีวิตไม่มีความหมายแท้จริงใดเลยนอกจากการดำรงอยู่ของพระเจ้า

    “เพราะเรื่องที่ข้าพเจ้าได้รับมานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และข้าพเจ้าได้ถ่ายทอดให้ท่านคือ พระคริสต์ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ ทรงถูกฝังไว้และในวันที่สามพระเจ้าทรงให้พระองค์เป็นขึ้นจากตายตามที่พระคัมภีร์ระบุไว้” (1 โครินธ์ 15:3-4)
  234. ตอนที่ 53
    ทำไมจึงเป็นไม้กางเขน
    30 เม.ย. 2565 · 6:38 · เอเฟซัส 1:7-8
    ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ที่ดูแปลกของศาสนาที่มีผู้เชื่อกว่า 1.5 พันล้านคน ดร.วิลเลียม เอ็ดเวิร์ดส์ นักพยาธิวิทยา อธิบายว่าชาวโรมันถือว่าการตรึงกางเขนเป็นวิธีทรมานและประหารที่สมบูรณ์แบบ ให้ตายช้าๆ อย่างเจ็บปวดและน่าอับอาย ใช้กับทาสและอาชญากรโหดเหี้ยมเท่านั้น แต่การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือเคราะห์กรรม ลูกแกะปัสกา พระธรรมสดุดีบทที่ 22 และ 69 และอิสยาห์บทที่ 53 ล้วนชี้ถึงเหตุการณ์นี้ล่วงหน้า พระคริสต์ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเรา และในพระองค์ เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์

    “ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการยกโทษจากการละเมิดโดยพระคุณอันอุดมของพระเจ้า ซึ่งประทานแก่เราอย่างเหลือล้นด้วยปัญญาและความเข้าใจทุกอย่าง” (เอเฟซัส 1:7-8)
  235. ตอนที่ 52
    การชำระให้บริสุทธิ์สำหรับทุกคน
    23 เม.ย. 2565 · 6:38 · สดุดี 51:7
    โรนัลด์ เรแกน เคยอยากเชิญคนไม่เชื่อพระเจ้ามากินอาหารรสเลิศ แล้วถามว่าเขาเชื่อไหมว่ามีพ่อครัวอยู่จริง เมื่อต้องเผชิญความจริงเรื่องชีวิตนิรันดร์ หลายคนอยากรู้ทันทีว่าพระเจ้ายกโทษให้แล้วหรือยัง ดาวิดล่วงประเวณีกับนางบัทเชบาและวางแผนให้อุรียาห์สามีของเธอต้องตาย ภายหลังเขาตระหนักว่าได้ทำบาปต่อพระเจ้า และอธิษฐานขอให้พระองค์ชำระเขาให้ขาวยิ่งกว่าหิมะ เขาต้องจ่ายราคาสูงสำหรับความผิดนั้น แต่การชำระให้บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นทำได้ และพระองค์ยังคงมอบให้แก่ทุกคนที่ทูลขอ

    “ขอทรงชำระข้าพระองค์ด้วยกิ่งหุสบเพื่อข้าพระองค์จะสะอาด ขอทรงล้างข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะขาวยิ่งกว่าหิมะ” (สดุดี 51:7)
  236. ตอนที่ 51
    ศาสนา VS ความสัมพันธ์
    16 เม.ย. 2565 · 6:28 · ทิตัส 3:5
    ผู้ฟังคนหนึ่งถามว่า “คริสเตียนคืออะไร?” คำตอบส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องไปโบสถ์ หรือไม่โกงภาษี แต่สิ่งเหล่านี้เป็นผลของการเป็นคริสเตียน ไม่ใช่เหตุ คริสเตียนคือผู้ที่มีประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์ ต้อนรับพระองค์เข้าในชีวิต และติดตามพระองค์ มนุษย์แยกจากพระเจ้าเพราะอยากไปตามทางของตัวเอง และความดีที่สุดของเราก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ของพระเจ้า พระคริสต์จึงเสด็จมาเป็นสะพานเชื่อม และสิ้นพระชนม์แทนเรา เพื่อเราจะได้รับการอภัยและมีความสัมพันธ์ใหม่กับพระเจ้า

    “พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดไม่ใช่เพราะความชอบธรรมที่เราได้ทำ แต่เพราะพระเมตตาของพระองค์ พระองค์ทรงช่วยเราให้รอดผ่านทางการชำระแห่งการบังเกิดใหม่ และการทรงสร้างขึ้นใหม่โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์” (ทิตัส 3:5)
  237. ตอนที่ 50
    ราชาแห่งอาณาจักรที่ไม่สั่นคลอน
    9 เม.ย. 2565 · 6:27 · ฮีบรู 12:28
    ทุกวันนี้แทบไม่มีอะไรที่ไม่สั่นคลอน แต่ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูบอกว่าเรากำลังได้รับอาณาจักรอันไม่อาจสั่นคลอนได้ คำนี้ในภาษากรีกใช้กับเรือของเปาโลที่หัวเรือกระแทกโขดหินจนติดแน่นขยับไม่ได้ ไม่มีอาณาจักรใดที่ไม่มีกษัตริย์ และกษัตริย์ของอาณาจักรนี้คือพระเยซู ผู้สืบเชื้อสายจากดาวิด ผู้ทรงมุ่งพระพักตร์ไปยังกรุงเยรูซาเล็มอย่างแน่วแน่ ประชากรของพระองค์ก็ไม่สั่นคลอน ใช้ความรักเป็นอาวุธ อธิษฐานเผื่อศัตรู ดูแลคนหิวโหยและเจ็บป่วย และเอาชนะความชั่วด้วยความดี

    “เพราะฉะนั้นในเมื่อเรากำลังได้รับอาณาจักรอันไม่อาจสั่นคลอนได้ ก็ให้เราขอบพระคุณและนมัสการพระเจ้าอย่างที่ทรงพอพระทัย ด้วยความยำเกรงและด้วยความครั่นคร้าม” (ฮีบรู 12:28)
  238. ตอนที่ 49
    คำมั่นสัญญา
    2 เม.ย. 2565 · 5:44 · เยเรมีย์ 29:11
    พระเจ้าทรงสัญญากับยาโคบที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดว่า “เราอยู่กับเจ้า” ทรงยืนยันกับโยชูวาว่าจะอยู่กับเขาเหมือนที่อยู่กับโมเสส และย้ำกับเยเรมีย์อย่างน้อยหกครั้ง แต่ชีวิตของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความทุกข์ ยาโคบถูกพ่อตาหลอก เยเรมีย์ถูกโบยตี และเปาโลเผชิญทั้งเรืออับปางและการเฆี่ยนตี แต่มีคนที่เห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าทั้งในยามดีและยามร้าย ไม่เพียงเมื่อพระองค์ปล่อยคนของพระองค์ให้อยู่ในเตาไฟ แต่ยังทรงปกป้องพวกเขาในไฟนั้นด้วย พระเจ้าไม่ได้ให้เรายอมอ่อนข้อต่อความชั่วร้าย แต่ให้เผชิญหน้ากับมัน

    “เพราะเรารู้แผนการที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนการเพื่อทำให้เจ้ารุ่งเรืองไม่ใช่เพื่อทำร้ายเจ้า เป็นแผนการเพื่อให้ความหวังและอนาคตแก่เจ้า” (เยเรมีย์ 29:11)
  239. ตอนที่ 48
    พระองค์อยู่ที่ไหน
    26 มี.ค. 2565 · 6:05 · อิสยาห์ 44:22
    เมื่อเผชิญโศกนาฏกรรม เราถามพระเจ้าว่า “พระองค์อยู่ที่ไหน?” ซึ่งที่จริงคือถามว่าพระองค์ทรงควบคุมทุกอย่างได้จริงหรือ โจเซฟ พาร์คเกอร์ จมอยู่กับความสิ้นหวังหลายวันหลังภรรยาเสียชีวิต เพื่อนที่เติบโตในความเชื่อมาหลายปีก็ร้องถามเช่นกันเมื่อสูญเสียภรรยา เมื่อชาวยิวคนหนึ่งถามว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหนตอนคนยิว 6 ล้านคนเสียชีวิตในค่ายกักกัน คำตอบคือพระองค์ทรงอยู่ที่เดียวกับวันที่พระบุตรของพระองค์สิ้นพระชนม์นอกกำแพงกรุงเยรูซาเล็ม พระเจ้าไม่เคยสัญญาว่าจะปลดปล่อยเราจากชีวิตจริงในโลกที่บาปนี้ แต่พระองค์รู้ว่าเราอยู่ที่ไหนและเจ็บตรงไหน

    “เราได้กวาดการกบฏของเจ้าทิ้งไปเหมือนลมพัดเมฆไป และกวาดความบาปของเจ้าทิ้งไปเหมือนหมอกปลิวไป กลับมาหาเราเถิด เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว” (อิสยาห์ 44:22)
  240. ตอนที่ 47
    พระเจ้าเป็นคริสเตียนหรือเปล่า
    19 มี.ค. 2565 · 6:25 · มัทธิว 28:19-20
    น้องเจฟฟรีย์ เพื่อนวัยแปดขวบ ถามคำถามลึกซึ้งว่าพระเยซูและพระเจ้าเป็นคริสเตียนหรือเปล่า พระเจ้าในพระคัมภีร์คือผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเป็นอยู่ก่อนอับราฮัม และทรงเปิดเผยพระองค์ผ่านสองช่องทาง คือธรรมชาติที่เป็นระเบียบแม่นยำจนไม่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และพระเยซูคริสต์พระบุตรผู้ทรงเป็นพระฉายาของพระบิดา ผู้เชื่อถูกเรียกว่า “คริสเตียน” ครั้งแรกที่เมืองอันทิโอก กว่า 30 ปีหลังการฟื้นคืนพระชนม์ และเป็นชื่อล้อเลียนที่หมายถึง “พระคริสต์น้อย” เราเป็นคริสเตียนแท้เมื่อติดตามพระเยซูและรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัวของเรา

    “ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาใน พระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค” (มัทธิว 28:19-20)
  241. ตอนที่ 46
    เห็นชีวิตในความตาย
    12 มี.ค. 2565 · 6:02 · 2 โครินธ์ 12:3-4
    ปี 1975 นายแพทย์เรย์มอนด์ มูดี้ ตีพิมพ์หนังสือที่บันทึกประสบการณ์ของ 150 คนที่เฉียดตายแล้วกลับมามีชีวิต หลายคนกลายเป็นคนที่เห็นแก่ผู้อื่นมากขึ้น เห็นแก่วัตถุน้อยลง และมีความรักมากขึ้น ไดแอน คอมพ์ กุมารแพทย์ด้านเนื้องอกวิทยาที่เคยไม่เชื่อพระเจ้า เปลี่ยนใจหลังได้ยินเด็กๆ ที่กำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งพูดถึงทูตสวรรค์และพระเยซู เปาโลเองก็เขียนถึงชายที่ถูกรับขึ้นไปถึงเมืองบรมสุขเกษม แต่ไม่ได้ใช้เรื่องนี้คุยอวด และคนที่อยากพูดถึงประสบการณ์เช่นนี้น้อยที่สุด มักน่าเชื่อถือที่สุด

    “ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเขาไปในกายนี้หรือนอกกาย พระเจ้าทรงทราบ แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าชายผู้นี้ ถูกรับขึ้นไปถึงเมืองบรมสุขเกษม เขาได้ยินสิ่งต่างๆ ซึ่งไม่อาจจะพรรณนาได้ สิ่งซึ่งไม่อนุญาตให้มนุษย์บอกเล่า” (2 โครินธ์ 12:3-4)
  242. ตอนที่ 45
    การจากไปครั้งสุดท้าย
    5 มี.ค. 2565 · 6:17 · ฟีลิปปี 1:23
    เปาโลเขียนถึงคริสตจักรในเมืองฟีลิปปีว่า ใจหนึ่งอยากจากไปอยู่กับพระคริสต์ คำว่า “จากไป” ในศตวรรษแรกใช้กับเรือที่ค่อยๆ หลุดจากท่าออกสู่ทะเล ประตูคุกที่ถูกเหวี่ยงเปิดออก และแขกที่แยกย้ายจากงานเลี้ยงอาหารค่ำ ภาพเหล่านี้ตรงกับการจากไปของผู้คน ทั้งการเสียชีวิตกะทันหัน การค่อยๆ ล่องลอยไปสู่หาดแห่งสวรรค์ หรือการอำลาครอบครัวหลังชีวิตที่ยืนยาว แต่ประเด็นสำคัญคือการจากลาและการไปถึงจุดหมายเกิดขึ้นพร้อมกัน ลูกของพระเจ้าไม่ต้องเสียเวลารอ ลมหายใจต่อไปคืออากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ปอดเคยสัมผัส

    “ใจหนึ่งอยากจากไปเพื่ออยู่กับพระคริสต์” (ฟีลิปปี 1:23)
  243. ตอนที่ 44
    ต้องดีแค่ไหนให้พระเจ้ารัก
    26 ก.พ. 2565 · 5:28 · โรม 5:8
    “จะต้องดีขนาดไหนพระเจ้าถึงจะรักคุณ” โมเสสเคยฆ่าชาวอียิปต์ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เซาโลแห่งเมืองทาร์ซัสทำให้คริสเตียนหลายคนต้องเสียชีวิต และราหับเป็นหญิงค้าประเวณี แต่พระเจ้าทรงรักพวกเขา พระองค์ใช้โมเสสอย่างยิ่งใหญ่ เปลี่ยนเซาโลเป็นอัครทูตเปาโล และราหับก็อยู่ในเชื้อสายของพระคริสต์ ความดีหรือบาปของเราไม่เกี่ยวกับความรักยิ่งใหญ่ที่พระเจ้ามีให้ เราไม่มีวันดีพอ แต่เราตอบสนองความรักของพระองค์ได้ และรับการยกโทษบาปกับการทรงสถิตของพระคริสต์ในชีวิต

    “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์เองแก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)
  244. ตอนที่ 43
    จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังตกหลุมรัก
    19 ก.พ. 2565 · 5:46 · 1 โครินธ์ 13:6-8
    ความรักมีมาตรวัดที่ช่วยให้สังเกตได้ ความสัมพันธ์กำลังก้าวสู่ความรักเมื่อคุณนึกถึงการเป็นฝ่ายให้มากกว่าฝ่ายรับ เมื่อคิดแบบ “เรา” และ “ของเรา” มากกว่า “ฉัน” และ “ของฉัน” และเมื่อรู้สึกว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิมถ้าไม่มีเขา คู่ที่รักกันจริงก็มีความเห็นไม่ตรงกัน แต่จะมุ่งจู่โจมที่ปัญหา ไม่ใช่โจมตีกันเอง ส่วนความรักแบบผู้ใหญ่คือการพูดคุยกันได้อย่างเปิดอก เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องเสแสร้ง และตระหนักว่าทั้งสองต้องการการทรงนำและความช่วยเหลือจากพระเจ้า

    “ความรักทนได้ทุกอย่าง เชื่ออยู่เสมอ มีความหวังและความทรหดอดทนอยู่เสมอ... ความรักไม่มีวันเสื่อมสูญ” (1 โครินธ์ 13:6-8)
  245. ตอนที่ 42
    เคล็ดลับความรักที่ยั่งยืน
    12 ก.พ. 2565 · 5:53 · เอเฟซัส 5:17-21
    แฮโรลด์และดาร์ลีน ผู้ก่อตั้งรายการ เล่าเคล็ดลับชีวิตคู่ 58 ปี ทั้งคู่ใช้ชีวิตเพื่อกันและกันและเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดของชีวิตคู่คือ “ฉันก่อน แล้วค่อยเธอ” พวกเขามองที่จุดแข็งของอีกฝ่าย ให้อีกฝ่ายเป็นตัวของตัวเองตาม “หลักลัปปิโดท” สามีผู้สนับสนุนเดโบราห์ภรรยาที่เป็นผู้นำอิสราเอล และอดทนกับ “เรื่องไม่คาดคิด” อย่างวันที่ลืมพาสปอร์ตไว้ในตู้เซฟ เคล็ดลับที่สำคัญที่สุดคือรักษาการติดสนิทด้านจิตวิญญาณ ด้วยการอ่านพระคำและอธิษฐานด้วยกันทุกเช้า

    “จงยอมเชื่อฟังกันและกันเนื่องด้วยใจเคารพยำเกรงพระคริสต์” (เอเฟซัส 5:17-21)
  246. ตอนที่ 41
    เรื่องราวความรัก
    5 ก.พ. 2565 · 5:49 · สุภาษิต 18:22
    บอนนี่ ซาลา ชวนพ่อแม่ของเธอ แฮโรลด์และดาร์ลีน ผู้ก่อตั้งองค์กร Guidelines มาเล่าเส้นทางชีวิตคู่ 58 ปี แฮโรลด์เห็นบางสิ่งในตัวดาร์ลีนที่สะท้อนถึงพระคริสต์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเธอนั่งเล่นเปียโน หลังคบกันสามปี เขาขอเธอแต่งงานริมมหาสมุทรแปซิฟิก แต่เธอปฏิเสธเพราะยังไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึก หกเดือนต่อมา เมื่อเขากลับจากงานไว้อาลัยพี่สาว ทั้งคู่ได้คุยกันอย่างเปิดใจ ดาร์ลีนได้รู้ว่าเธอพูดกับเขาได้ทุกเรื่อง และวัฒนธรรมการสื่อสารของแต่ละครอบครัวเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเมื่อคนสองคนจะแต่งงานกัน

    “ผู้ที่พบภรรยาก็พบของดีและได้รับความโปรดปรานจากองค์พระผู้เป็นเจ้า” (สุภาษิต 18:22)
  247. ตอนที่ 40
    การเลือกที่จะรัก
    29 ม.ค. 2565 · 8:17 · โคโลสี 3:14
    มีคนพูดว่าไม่มีใครบังเอิญรักษาความรักไว้ได้ และไม่มีใครบังเอิญหมดรัก แต่เพราะตัดสินใจเลิกรักต่างหาก บอนนี่ ซาลา เล่าถึงพ่อของเธอที่มักพูดว่า “เราเลือกรักเฉพาะบางส่วนของเขาไม่ได้” ความรักทำให้เราต้องเลือก ทั้งมองส่วนดีของอีกฝ่ายทุกวัน มองข้ามเสียงกรนหรือเสื้อผ้าที่กองทิ้งไว้ ทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือพึ่งพระเจ้า เพราะความรักแบบใน 1 โครินธ์ 13 ต้องอาศัยพลังการเปลี่ยนแปลงจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อมีพระเจ้ามากขึ้น เราก็เลือกที่จะรักคนอื่นได้มากขึ้น

    “และจงสวมความรักทับคุณความดีทั้งหมดนี้ ความรักผูกพันสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์” (โคโลสี 3:14)
  248. ตอนที่ 39
    ยาคลายเครียด 7 ชนิด
    22 ม.ค. 2565 · 5:56 · วิวรณ์ 22:13
    ยาคลายเครียดมีอยู่ 7 ชนิด เริ่มจากรับมุมมองของพระเจ้า เพราะเรามองพรมประดับผนังผิดด้าน เห็นแต่เส้นด้ายยุ่งเหยิง แต่พระเจ้าเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงรังสรรค์ในชีวิตเรา มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่มั่นคงดุจสมอเรือ หยุดแบกภาระที่ควรวางไว้ที่พระบาทของพระองค์ และจัดชีวิตให้สอดคล้องกับพระประสงค์ เพราะแม้แต่พระเยซูก็ไม่เคยวิ่งจากประชุมหนึ่งไปอีกประชุมหนึ่ง จากนั้นกล้าเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” บริหารเวลาให้ดี และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเครียดในครอบครัว

    “เราคืออัลฟาและโอเมกา เป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย เป็นปฐมและอวสาน” (วิวรณ์ 22:13)
  249. ตอนที่ 38
    ความเครียดในมุมมองของพระเจ้า
    15 ม.ค. 2565 · 5:31 · ดาเนียล 6:23
    วิธีจัดการความเครียดแบบทางโลกมีสามทาง คือเปลี่ยนสถานการณ์หรือมุมมอง ผ่อนคลาย หรือใช้ยา ล้วนเป็นเทคนิคที่ดี แต่คำถามคือพระเจ้าอยู่ที่ไหนเวลาที่เราเผชิญความเครียด แนวทางแรกคือละวางความเครียดด้วยมุมมองของพระเจ้า เหมือนสิ่งสูงที่ดูธรรมดาเมื่อมองจากระยะไกล แต่ดูสูงเสียดฟ้าเมื่อยืนชิดฐาน ดาวแอลฟาคนครึ่งม้าอยู่ห่างเรา 4.50 ปีแสง แต่พระเจ้ารู้เรื่องที่ทำให้เราเครียดก่อนแสงดาวนั้นจะเริ่มเดินทางเสียอีก สิ่งที่ดูสำคัญวันนี้ ในอีกร้อยปีก็จะไม่สำคัญเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวเรื่องนี้ก็จะผ่านไป

    “กษัตริย์ทรงยินดีเป็นล้นพ้น ตรัสสั่งให้ดึงดาเนียลขึ้นจากถ้ำ เมื่อดาเนียลขึ้นมาแล้วปรากฏว่าเขาไม่มีบาดแผลใดๆ เพราะเขาไว้วางใจพระเจ้าของเขา” (ดาเนียล 6:23)
  250. ตอนที่ 37
    ความเครียดในสายตาคุณ
    8 ม.ค. 2565 · 6:14 · ดาเนียล 6:10
    หากมีเหรียญทองสำหรับผู้เผชิญความเครียดยอดเยี่ยม อัครสาวกเปาโลคงได้ไป เขาขัดแย้งกับบารนาบัสเพื่อนสนิท อยากไปบิธีเนียแต่โอกาสไม่เปิด และเมื่อถึงฟิลิปปีก็ถูกเฆี่ยนตีและจำคุก แต่เขายังเขียนว่า “เราถูกบีบคั้นอย่างหนักทุกด้าน แต่ไม่ถึงกับถูกบดขยี้” วิธีที่คริสเตียนมองสถานการณ์ตึงเครียดมีผลอย่างมากต่อการรับมือกับมัน เมื่อเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงกระทำให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ เหตุการณ์ตึงเครียดก็กลายเป็นเครื่องมือในพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรัก ที่ช่วยขัดเกลาชีวิตเรา

    “เมื่อดาเนียลทราบว่าพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้แล้ว เขาก็กลับบ้านและขึ้นไปยังห้องชั้นบนซึ่งหน้าต่างเปิดไปทางกรุงเยรูซาเล็ม เขาคุกเข่า อธิษฐานขอบพระคุณพระเจ้าของเขาวันละสามครั้งตามที่เคยปฏิบัติเสมอมา” (ดาเนียล 6:10)
  251. ตอนที่ 36
    ร่างกายของคุณกับความเครียด
    1 ม.ค. 2565 · 5:53 · สดุดี 23:1-2
    ความเครียดทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และปัญหาทางอารมณ์ เมื่อเครียด เราหงุดหงิด ฉุนเฉียว และคนที่เรารักที่สุดมักกลายเป็นเหยื่อ ดร.แจ็ค มอร์ริส อธิบายว่าความเหนื่อยล้านำไปสู่ภาวะตึงเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในที่สุด ความเครียดยังกระทบชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณจนรู้สึกว่าพระเจ้าอยู่ห่างไกล หญิงสาวคนหนึ่งเขียนมาว่าเธออาจเป็นแผลในกระเพาะ และคิดว่าคนที่เชื่อพระเจ้าไม่น่าจะเป็นแบบนี้ แต่เหมือนโต๊ะที่พังเพราะรับน้ำหนักเกิน ประเด็นไม่ใช่เรื่องจิตวิญญาณ แต่เป็นความเครียดที่เกินขีดจำกัด

    “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดั่งเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน พระองค์ทรงให้ข้าพเจ้านอนลงในทุ่งหญ้าเขียวสด” (สดุดี 23:1-2)
  252. ตอนที่ 35
    (ตึง)เครียด
    25 ธ.ค. 2564 · 6:17 · ยอห์น 16:33
    อาการปวดหัวอาจเป็นสัญญาณว่าระบบประสาทกำลังร้องว่า “ช่วยด้วย! ฉันทำงานหนักเกินไป” คนงานร้อยละแปดสิบบอกว่าเครียดกับงาน แต่ความตึงไม่ได้เลวร้ายทั้งหมด มันยึดสะพานแขวนไว้ ทำให้สายไวโอลินเกิดท่วงทำนอง และทำให้กลองมีเสียง จะขาดก็ต่อเมื่อตึงเกินไป คำว่า “ความทุกข์ยาก” ที่พระเยซูใช้ในยอห์น 16:33 คือคำว่า “ธลิปซิส” ในภาษากรีก ซึ่งหมายรวมถึงความเครียดด้วย บางครั้งพระเจ้าใช้ความเครียดเรียกความสนใจของเรา หรือช่วยให้เราจัดลำดับความสำคัญใหม่ จงวิ่งไปหาพระองค์ผู้ทรงแบกรับภาระหนักของเราทุกวัน

    “โลกนี้พวกท่านจะมีความทุกข์ยากแต่จงชื่นใจเถิด! เราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)
  253. ตอนที่ 34
    เมื่อพระเจ้าเป็นผู้ประพันธ์
    18 ธ.ค. 2564 · 6:24 · ยอห์น 15:16
    ชองกา พูไดทิ จากเขตฮมาร์ ประเทศอินเดีย ได้รู้จักพระเยซูจากวอทกิ้น โรเบิร์ตส์ และอธิษฐานขอให้ลูกชายนำพระคัมภีร์กลับไปยังบ้านเกิด โรชังกา ลูกชายของเขา ทำงานถูพื้นและสับท่อนไม้แลกค่าเทอม จนได้ทุนการศึกษาที่รัฐบาลอินเดียมอบให้นักเรียนจากชนเผ่าเป็นครั้งแรก เขาเกือบเลือกเส้นทางนักการเมือง แต่กลับไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกาและแปลพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เป็นภาษาฮมาร์ ต่อมา ดร.โร ก่อตั้งโครงการ “พระคัมภีร์เพื่อโลก” ที่แจกจ่ายพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่มากกว่า 20 ล้านเล่ม เขาไม่ได้ยกความสำเร็จให้การศึกษา แต่ให้กับประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์

    “พวกท่านไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกพวกท่านและแต่งตั้งให้พวกท่านไปและเกิดผล เป็นผลซึ่งจะอยู่ถาวร แล้วสิ่งใดที่พวกท่านทูลขอในนามของเรา พระบิดาจะประทานแก่พวกท่าน” (ยอห์น 15:16)
  254. ตอนที่ 33
    พระเจ้าจะยกโทษให้เราในทุกเรื่องไหม
    11 ธ.ค. 2564 · 5:50 · สดุดี 130:3-4
    คนที่ไม่สามารถอภัยให้ผู้อื่นได้ ก็เหมือนคนที่เผาสะพานที่วันหนึ่งตนอาจต้องใช้ทิ้งไป พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมใช้สามคำพูดถึงความผิดของมนุษย์ คือ “ล่วงละเมิด” การทำผิดโดยเจตนา “ความชั่วช้า” บาปที่ออกมาเป็นการกระทำ และ “ความบาป” ซึ่งหมายถึงการพลาดเป้าเหมือนธนูที่ยิงไม่โดน ดาวิดใช้ทั้งสามคำบรรยายความผิดเรื่องนางบัทเชบา เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมา แล้วแสวงหาและได้พบการให้อภัยจากพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงมีพระคุณที่จะอภัยได้มากกว่าเรา

    “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ถ้าพระองค์จะทรงบันทึกความชั่วไว้ ข้าแต่องค์เจ้านาย ผู้ใดจะยืนอยู่ได้? แต่พระองค์มีการอภัย เพื่อคนจะยำเกรงพระองค์” (สดุดี 130:3-4)
  255. ตอนที่ 32
    สิ่งเดียวที่ไม่มีวันเปลี่ยน
    4 ธ.ค. 2564 · 5:49 · สุภาษิต 28:13
    ทุกสิ่งเปลี่ยนไป แต่ธรรมชาติมนุษย์แทบไม่เปลี่ยนเลย รายการนี้มีมาตั้งแต่ปี 1963 และเรื่องที่ผู้ฟังตอบกลับมา ไม่ว่าจากมะนิลา ลอสแอนเจลิส หรือกรุงเคียฟ ก็ยังเป็นประเด็นเดิมๆ ปีแล้วปีเล่า ทุกวันนี้หลายคนคิดว่าศีลธรรมเป็นเรื่องส่วนตัว ดาวิดเมื่อสามพันปีก่อนก็คิดเช่นนั้น จนนาธันผู้รับใช้พระเจ้าเปิดเผยบาปของเขา และบาปนั้นก็ทำลายครอบครัวของเขา ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจ ฉ้อโกง หรือหนีภาษี บาปจะตามสนองเราในที่สุด ทางออกที่ยั่งยืนคือสารภาพและละทิ้งบาป

    “ผู้ที่ปกปิดบาปของตนจะไม่เจริญ แต่ผู้ที่สารภาพผิดและละทิ้งบาปจะพบความเมตตากรุณา” (สุภาษิต 28:13)
  256. ตอนที่ 31
    ยิ่งน้อยยิ่งมาก
    27 พ.ย. 2564 · 6:14 · ลูกา 12:15
    จอร์จ แมคโดนัลด์ เคยกล่าวว่าไม่ใช่แค่เศรษฐีเท่านั้นที่ถูกครอบงำด้วยสิ่งของ กระแสมินิมอลนิยมทำให้บางคนลองใช้ชีวิตด้วยของเพียง 100 ชิ้น พลเรือเอกเบิร์ดเรียนรู้ระหว่างอยู่ลำพังในแถบอาร์กติกว่ามนุษย์อยู่ได้สบายโดยไม่ต้องมีสิ่งของมากมาย ส่วนโซลเชนิทซินที่ถูกยึดทุกอย่างในคุกโซเวียต พบว่ามนุษย์แข็งแกร่งที่สุดเมื่อไม่มีอะไรเลยนอกจากสมบัติในใจ พระเยซูทรงบอกชายหนุ่มผู้มั่งคั่งให้ขายทุกสิ่งแล้วตามพระองค์มา เพราะพระองค์ทรงต่อต้านทุกสิ่งที่มาแทนที่พระเจ้า

    “จงระวังให้ดี! จงระวังตนจากความโลภทุกชนิด ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่ที่การมีทรัพย์สิ่งของเหลือเฟือ” (ลูกา 12:15)
  257. ตอนที่ 30
    ทางนั้นอยู่ที่นี่
    20 พ.ย. 2564 · 6:19 · 1 ทิโมธี 6:8
    มาร์ค ทเวน เคยเขียนว่าความศิวิไลซ์คือการเพิ่มพูนอย่างไร้ขีดจำกัดของสิ่งเกินจำเป็น ทุกวันนี้เรามีของเล่นมากมายในยุคดิจิตอล แต่กลับต้องกินยาแก้ปวดหัวและยาแก้ซึมเศร้ามากกว่าเดิม พระเยซูคริสต์ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ไหนเลย สิ่งเดียวที่รู้แน่ว่าพระองค์ทรงครอบครองคือเสื้อคลุมที่ไม่มีรอยตะเข็บ แต่พระองค์ทรงมีสันติสุขและความเรียบง่าย ความเรียบง่ายช่วยให้เรานิ่งสงบ ปิดกั้นความวุ่นวายของความเครียดและการเฝ้าดูแลทรัพย์สมบัติ เพื่อจะได้ยินเสียงพระองค์ตรัสว่า “ทางนั้นอยู่ที่นี่ มาทางนี้”

    “แต่ถ้าเรามีอาหารและเสื้อผ้าก็ให้เราพอใจกับสิ่งเหล่านั้น” (1 ทิโมธี 6:8)
  258. ตอนที่ 29
    เมื่อความละอายใจนั้นถูกต้อง
    13 พ.ย. 2564 · 5:35 · 1 โครินธ์ 6:5
    เมื่อเราทำสิ่งที่รู้ว่าไม่ถูกต้อง มโนธรรมจะร้องเตือน ทุกวันนี้เราพูดถึงความอายที่ไม่สมควรกันมาก แต่กลับมองข้ามผลดีของความละอายที่เกิดจากการแยกแยะถูกผิด ในสังคมที่แทบไม่มีอะไรผิดศีลธรรม ความละอายใจจึงหมดพลังลง เยเรมีย์ตำหนิคนในยุคของเขาที่ไม่รู้เลยว่าการมียางอายเป็นอย่างไร และเปาโลเขียนถึงชาวโครินธ์ว่า “ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้เพื่อให้ท่านละอายใจ” ในขณะเดียวกัน ผู้ที่เชื่อในพระคริสต์ยืนต่อพระพักตร์พระเจ้าได้โดยไม่ต้องละอาย เพราะพระเยซูคริสต์ทรงชดใช้ความผิดบาปของเราแล้ว

    “ข้าพเจ้าพูดเช่นนี้เพื่อให้ท่านละอายใจ” (1 โครินธ์ 6:5)
  259. ตอนที่ 28
    ความอายที่ไม่ถูกต้อง
    6 พ.ย. 2564 · 5:59 · โรม 9:33
    คำพูดของพ่อที่ว่าแอชลีย์มีเลือดชั่วอยู่ในตัว ฝังใจเธอจนโตเป็นผู้ใหญ่ เธอมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์ และกลัวจะถูกปฏิเสธ นักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่าความอาย คือความเชื่ออันเจ็บปวดว่าตัวเองบกพร่อง ซึ่งต่างจากความละอายใจที่เกิดจากการทำผิด และมักมาจากคำพูดของพ่อแม่ เพื่อน หรือครู ทางออกจากกำแพงนี้มีสามข้อ คือหาที่มาของความอาย มองตัวเองด้วยมุมมองของพระเจ้า ผู้ไม่เคยทำให้เรารู้สึกไร้ค่า และเชื่อในคุณค่าที่พระคัมภีร์บอกเรา แล้วเราจะเข้าใจความรักอันยิ่งใหญ่ ที่กำจัดความอายที่ไม่ถูกต้องออกไปได้

    “และผู้ที่วางใจในพระองค์จะไม่ได้รับความอับอายเลย” (โรม 9:33)
  260. ตอนที่ 27
    เป็นคนใหม่
    30 ต.ค. 2564 · 6:04 · ลูกา 9:23-24
    การรู้จักตนเองคือการประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าเราเป็นใคร และยอมรับสิ่งที่เห็นแทนที่จะหลีกเลี่ยง แต่หลายครั้งเมื่อรู้แล้ว เราก็ไม่พอใจ เหมือนเปาโลที่ยอมรับว่า สิ่งดีที่อยากทำกลับไม่ได้ทำ แต่สิ่งชั่วที่ไม่อยากทำกลับทำเรื่อยไป หลักจิตวิทยาสมัยใหม่บอกให้เราสบายใจกับตัวตนที่เป็นอยู่ แต่พระเยซูทรงเห็นเราอย่างที่เราเป็นจริงๆ และตรัสว่า ให้ปฏิเสธตนเอง รับกางเขนแบกทุกวัน และตามพระองค์มา เมื่อเรามอบตัวเองแด่พระเจ้าก่อน แล้วมอบให้ผู้อื่น ตัวตนเก่าของเราก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ฉาบทาทับ แต่กลายเป็นคนใหม่ในพระเยซูคริสต์

    “ถ้าใครต้องการจะมาติดตามเรา ให้คนนั้นปฏิเสธตนเอง รับกางเขนของตนแบกทุกวันและตามเรามา เพราะว่าใครต้องการจะเอาชีวิตรอด คนนั้นจะเสียชีวิต แต่ใครยอมเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา คนนั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:23-24)
  261. ตอนที่ 26
    รู้จักตัวเอง
    23 ต.ค. 2564 · 5:57 · โรม 7:24-25
    โสเครติสถูกผู้นำในยุคของเขาเกลียดชัง เพราะชอบเปิดโปงความหน้าซื่อใจคด แต่คำแนะนำของเขาที่ว่า “จงรู้จักตนเอง” ยังคงถูกพูดถึงมาจนทุกวันนี้ ถ้าอยากรู้จักตัวเองจริงๆ มีเจ็ดคำถามที่ต้องถาม คุณอยากได้อะไรจากชีวิต คุณคิดถึงเรื่องอะไรมากที่สุด คุณใช้เงินอย่างไร ใช้เวลาว่างอย่างไร ชอบอยู่กับคนแบบไหน ชื่นชมใคร และหัวเราะให้กับเรื่องอะไร พระเยซูตรัสว่า สิ่งที่ออกจากปากก็ออกมาจากใจ ความคิดของเราจึงควบคุมชีวิตเรา คำตอบของคำถามเหล่านี้อาจไม่น่ายินดีเสมอไป แต่จะเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเรา

    “ข้าพเจ้าเป็นคนน่าสังเวชอะไรเช่นนี้! ใครจะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากกายแห่งความตายนี้ได้? ขอบพระคุณพระเจ้า ข้าพเจ้าพ้นได้โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา!” (โรม 7:24-25)
  262. ตอนที่ 25
    วิ่งให้ดี
    16 ต.ค. 2564 · 4:50 · 1 โครินธ์ 9:24
    ทุกวันนี้เด็กๆ ถูกสอนว่า “ขอให้ชนะ” ไม่ว่าจะได้มาด้วยการโกง การโกหก หรือการใช้สารกระตุ้นก็ตาม แต่ชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญเพียงอย่างเดียวจริงหรือ เปาโลเขียนถึงชาวโครินธ์ โดยนึกถึงการแข่งขันกีฬาอิสช์เมียน ว่า “จงวิ่งอย่างนั้นเพื่อให้ได้รางวัลมา” การวิ่งก็เหมือนการดำเนินชีวิต มีกฎที่ทำได้และทำไม่ได้ และการละเมิดกฎทำให้ถูกตัดสิทธิ์ เปาโลจึงฝึกฝนตนเองให้อยู่ในการควบคุม เพื่อจะไม่ขาดคุณสมบัติที่จะรับรางวัล ชัยชนะสำคัญ แต่วิธีการวิ่งก็สำคัญเช่นกัน เพราะไม่มีสิ่งใดถูกปิดซ่อนไว้จากพระเนตรของพระเจ้า

    “ท่านไม่รู้หรือว่าในการแข่งขัน นักวิ่งทุกคนออกวิ่ง แต่มีเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัล? จงวิ่งอย่างนั้นเพื่อให้ได้รางวัลมา” (1 โครินธ์ 9:24)
  263. ตอนที่ 24
    เมื่อชัยชนะหนีไปจากคุณ
    9 ต.ค. 2564 · 4:37 · ฮีบรู 10:23
    ปีเตอร์ เบิร์ด พยายามเป็นคนแรกที่พายเรือข้ามแปซิฟิกคนเดียว จากซานฟรานซิสโก เขาเกือบสำเร็จ แต่พายุและแนวปะการังเกรทแบเรียเออร์รีฟทำให้ต้องวิทยุขอความช่วยเหลือ ทั้งที่ห่างเป้าหมายเพียง 33 ไมล์ ในพระธรรมผู้วินิจฉัย อิสราเอลก็เกือบได้ชัยชนะสมบูรณ์ แต่ไม่ได้ขับไล่ศัตรูออกไปจนสิ้น การที่เรือแตกเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การยอมแพ้ทั้งที่ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูหนุนใจผู้เชื่อที่ท้อแท้ให้มองที่พระเยซู ยึดมั่นในความหวัง ไม่ขาดการประชุม และหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น

    “ให้เรายึดมั่นอย่างไม่คลอนแคลนในความหวังใจซึ่งเราประกาศรับไว้เพราะพระองค์ผู้ทรงสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ” (ฮีบรู 10:23)
  264. ตอนที่ 23
    พรจากปลา
    2 ต.ค. 2564 · 4:39 · ยอห์น 21:3
    ปลาปรากฏในพระคัมภีร์หลายครั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต พระเยซูทรงเรียกชาวประมงให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา ทรงให้สาวกจับปลาที่มีเงินในปากไปจ่ายภาษี ทรงใช้ขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวของเด็กชายเลี้ยงคนจำนวนมาก และหลังจากฟื้นคืนพระชนม์ ก็ทรงเตรียมอาหารเช้าเป็นขนมปังและปลาให้สาวกที่จับปลาไม่ได้ทั้งคืน ปลามีมากกว่า 33,000 ชนิด ตั้งแต่ฉลามวาฬไปจนถึงปลาบู่ตัวจิ๋ว พระพรและการจัดเตรียมของพระเจ้าก็มีหลายรูปแบบเช่นกัน บางอย่างยิ่งใหญ่ บางอย่างเล็กน้อย บางอย่างมาโดยไม่คาดคิด ทุกสิ่งจากพระหัตถ์ของพระบิดานั้นดี

    “ซีโมนเปโตรบอกว่า “ข้าจะไปจับปลา” เขาทั้งหลายจึงพูดกับท่านว่า “เราจะไปด้วย” แล้วพวกเขาก็ออกไปลงเรือ” (ยอห์น 21:3)
  265. ตอนที่ 22
    บทเรียนจากห่านป่า
    25 ก.ย. 2564 · 5:28 · กาลาเทีย 6:1-2
    ห่านป่าจับคู่กันตลอดชีวิต และมีบทเรียนให้เราหลายข้อ เมื่อบินเป็นรูปตัว V แต่ละตัวช่วยยกตัวที่ตามมา ทำให้บินได้ไกลขึ้นถึง 71% ไม่มีใครไปถึงที่หมายได้โดยไม่มีครู พ่อแม่ และพี่เลี้ยง ห่านที่หลุดจากฝูงจะรีบบินกลับ เพราะเราทุกคนต่างพึ่งพาอาศัยกัน ตัวนำที่เหนื่อยจะสลับให้ตัวอื่นขึ้นนำ ตัวที่ตามหลังส่งเสียงให้กำลังใจ และเมื่อตัวใดบาดเจ็บ สองตัวจะลงไปอยู่ด้วยจนกว่าจะบินต่อได้ แต่มนุษย์มักยิงคนที่บาดเจ็บ แทนที่จะช่วยให้เขากลับตั้งตัวใหม่อย่างสุภาพอ่อนโยน

    “พี่น้องทั้งหลาย หากใครถูกจับได้ว่าทำบาป ท่านที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณควรช่วยเขาอย่างสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ แต่จงระวังตัวท่านเอง มิฉะนั้นท่านเองจะถูกล่อลวงให้ทำบาปไปด้วย จงช่วยรับภาระของกันและกัน ทำดังนี้แล้วท่านก็ได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระคริสต์” (กาลาเทีย 6:1-2)
  266. ตอนที่ 21
    สมดุลตามการออกแบบ
    18 ก.ย. 2564 · 5:06 · ปฐมกาล 1:29,31
    ค้างคาวอาจเป็นสัตว์ที่ถูกมองผิดมากที่สุด เพราะถูกโยงกับแม่มดและปีศาจมาตั้งแต่ยุคกลาง แต่มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่น่าทึ่ง แม่ค้างคาวจำลูกตัวเองได้ด้วยสัญชาตญาณที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจ และมันบินในความมืดด้วยเสียงสะท้อน โดนัลด์ กริฟฟิน และโรเบิร์ต กาลาโบส แห่งฮาร์วาร์ด ค้นพบว่าค้างคาวส่งเสียงแหลมสูงแล้วใช้หูรับเสียงสะท้อนเพื่อนำทาง ค้างคาวกินแมลงที่ทำลายพืชผล และช่วยผสมเกสร ที่ใดที่ค้างคาวถูกทำลาย หายนะทางนิเวศวิทยาก็ตามมา แผนของพระเจ้ารักษาสมดุลของธรรมชาติ และพระองค์ทรงเห็นว่าดี

    “แล้วพระเจ้าตรัสว่า “เราให้พืชทั้งปวงที่ให้เมล็ดซึ่งมีอยู่ทั่วแผ่นดินและต้นไม้ทั้งปวงที่มีเมล็ดในผลของมันเป็นอาหารของเจ้า ... พระเจ้าทอดพระเนตรทุกสิ่งที่ทรงสร้างขึ้น ทรงเห็นว่าดียิ่งนัก” (ปฐมกาล 1:29,31)
  267. ตอนที่ 20
    คุณค่าของคุณต่อพระเจ้า
    11 ก.ย. 2564 · 5:02 · มัทธิว 10:29
    ในบรรดานกกว่า 9,000 สายพันธุ์ นกกระจอกอาจเป็นนกที่ธรรมดาที่สุด ขนสีน้ำตาลซีดๆ เสียงร้องธรรมดา และไม่มีราคาค่างวด แต่พระเยซูมักใช้นกกระจอกสอนว่า ถ้าพระเจ้ายังทรงสังเกตเห็นพวกมัน มนุษย์ก็ยิ่งมีค่ากว่านั้น หลายคนใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน รู้สึกว่าเป็นหนึ่งในหลายพันล้านคนที่พระเจ้าไม่รู้จัก แต่ข่าวดีคือ พระองค์ทรงรู้ทุกเรื่อง ทรงสังเกตเห็น และให้ความสำคัญกับเรา ครั้งหน้าที่ได้ยินเสียงนกกระจอกนอกหน้าต่าง ให้เตือนตัวเองว่า เราก็สำคัญต่อพระบิดาในสวรรค์เช่นกัน

    “นกกระจอกสองตัวขายกันบาทเดียวไม่ใช่หรือ? ถึงกระนั้นก็ไม่มีสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นนอกเหนือจากพระประสงค์ของพระบิดา” (มัทธิว 10:29)
  268. ตอนที่ 19
    จะบริสุทธิ์ได้อย่างไร
    4 ก.ย. 2564 · 5:03 · 2 เปโตร 3:11-12
    แสงจันทร์ที่เราเห็นเป็นแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ ลูกของพระเจ้าก็สะท้อนพระลักษณะของพระบิดา แม้จะยังไม่สมบูรณ์ พระคัมภีร์ใช้คำว่าบริสุทธิ์กับพระเจ้ามากกว่า 525 ครั้ง แต่เรากลับไม่ค่อยพูดถึงความบริสุทธิ์ในชีวิตของเรา และมองคนที่ใช้ชีวิตบริสุทธิ์ว่าแปลกประหลาด เราได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ เพราะพระเยซูคริสต์ทรงถวายพระกายเป็นเครื่องบูชาเพียงครั้งเดียว และเราต้องแยกตัวออกจากสิ่งที่ตรงข้ามกับพระลักษณะของพระเจ้า อยากรู้ว่าความบริสุทธิ์คืออะไร ให้ดูชีวิตของพระเยซู และบอกพระองค์ว่า “ขอโปรดดำเนินชีวิตของพระองค์ผ่านข้าพระองค์”

    “พวกท่านควรดำเนินชีวิตอย่างบริสุทธิ์และอยู่ในทางพระเจ้า ขณะที่พวกท่านเฝ้ารอและเร่งวันแห่งพระเจ้าให้มาโดยเร็ว” (2 เปโตร 3:11-12)
  269. ตอนที่ 18
    ความบริสุทธิ์คืออะไร
    28 ส.ค. 2564 · 4:56 · ฮีบรู 12:14
    ดร.แฮรี่ ไอรอนไซด์ เขียนไว้ว่า การเลียนแบบความบริสุทธิ์โดยไม่เข้าใจธรรมชาติแท้ของมัน ก็เหมือนการทำแบงก์ปลอม หลายคนคิดว่าความบริสุทธิ์คือรายการว่าคริสเตียนทำหรือไม่ทำอะไร ซึ่งส่วนใหญ่มาจากวัฒนธรรมมากกว่าพระคัมภีร์ ในพระคัมภีร์ คำว่าบริสุทธิ์ใช้อธิบายพระลักษณะของพระเจ้า และมีความหมายถึงการแยกออกไว้ต่างหาก พระเจ้าทรงคาดหวังให้ประชากรของพระองค์บริสุทธิ์ เพราะพระองค์ทรงบริสุทธิ์ แต่ความบริสุทธิ์ของพระองค์ไม่ใช่การแยกห่างจากโลก พระองค์ทรงส่งพระบุตรมาที่เบธเลเฮม และทรงเรียกเรามาสู่ชีวิตอันบริสุทธิ์ด้วยพระคุณของพระองค์เอง

    “เพราะถ้าปราศจากความบริสุทธิ์แล้วก็ไม่มีใครจะได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย” (ฮีบรู 12:14)
  270. ตอนที่ 17
    ห่างไป
    21 ส.ค. 2564 · 5:18 · 2 โครินธ์ 5:17
    การ์ตูนของบ็อบ เทฟส์ บอกคนที่นั่งดูภาพไร้สาระในโทรทัศน์ว่า แค่ลดมาตรฐานลงก็ใช้ได้แล้ว แต่เมื่อเห็นผู้นำ แม้แต่บาทหลวงที่มีชื่อเสียง ต้องล้มลงอย่างน่าอับอาย การลดความคาดหวังใช่คำตอบหรือ ยิ่งสำเนาคาร์บอนอยู่ห่างต้นฉบับ ความคมชัดก็ยิ่งจางลง เหมือนยิ่งอยู่ห่างไฟ ก็ยิ่งไม่รู้สึกถึงความร้อน พระเยซูทรงเรียกสาวกให้อยู่กับพระองค์ก่อนจะส่งพวกเขาออกไป ชีวิตของพวกเขาจึงเปลี่ยนจากภายใน และรักคนที่ไม่น่ารักได้ ทางออกที่แท้จริงคือการเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ และพระคุณที่ช่วยให้เราดำเนินชีวิตต่างไปจากเดิม

    “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา!” (2 โครินธ์ 5:17)
  271. ตอนที่ 16
    การตัดสินใจของนางมารีย์
    14 ส.ค. 2564 · 4:44 · มัทธิว 1:23
    ลองนึกถึงสถานการณ์ตอนที่พระเยซูจะมาบังเกิด นางมารีย์เป็นเด็กสาวที่ตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน แม้แต่โยเซฟก็รู้สึกอับอาย จนทูตสวรรค์มาปรากฏแก่เขา ทั้งคู่ยากจน ดูได้จากเครื่องบูชาน้อยนิดที่นำไปถวายที่พระวิหาร ความอับอาย ความยากจน และโลกที่วุ่นวาย ล้วนเป็นข้ออ้างที่หลายคนใช้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ แต่หากนางมารีย์คิดเช่นนั้น พระผู้ช่วยให้รอดอาจไม่ได้บังเกิด เด็กทุกคนมีเครื่องหมายที่แสดงถึงฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า และอาจเป็นพรต่อมนุษยชาติได้ คำถามที่ต้องถามคือ การตัดสินใจนี้เป็นการเข้าไปยุ่งกับพระประสงค์ของพระเจ้าหรือไม่

    “หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายและเขาจะเรียกท่านว่า อิมมานูเอล” (มัทธิว 1:23)
  272. ตอนที่ 15
    ควรพูดหรือไม่
    7 ส.ค. 2564 · 5:14 · สุภาษิต 16:32
    นักเทศน์สามคนสารภาพบาปที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง คนแรกแอบดื่มเหล้า คนที่สองชอบการพนัน ส่วนคนที่สามยิ้มแล้วบอกว่า บาปของเขาคือการนินทา และแทบรอไม่ไหวที่จะโพสต์เรื่องนี้ลงเฟสบุ๊ค เรื่องตลกนี้สะท้อนว่าข่าวลือหรือความจริงครึ่งเดียวทำลายชื่อเสียงคนได้จริง ก่อนพูดหรือส่งต่อข้อมูล ให้ถามตัวเองสามข้อ คือ จำเป็นไหม มีใจกรุณาไหม และจริงหรือเปล่า การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูดและควรพูดอะไร เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นผู้ใหญ่ เพราะคนที่ควบคุมใจของตน ก็ดีกว่าคนที่ตีเมืองได้

    “คนที่ควบคุมใจของตน ก็ดีกว่าคนที่ตีเมืองได้” (สุภาษิต 16:32)
  273. ตอนที่ 14
    ความเงียบ ในยุคแห่งเสียง
    31 ก.ค. 2564 · 4:44 · อิสยาห์ 30:15
    เออร์ลิง แคกเก เป็นทั้งนักกฎหมาย นักสะสมงานศิลปะ และเจ้าของสำนักพิมพ์ เขาเขียนหนังสือชื่อ “เงียบ!” หลังจากเดินข้ามแอนตาร์กติกาเพียงลำพัง 50 วัน โดยไม่มีโทรศัพท์ วิทยุ หรือเสียงอึกทึกใดๆ ความเงียบไม่ใช่การไม่มีเสียงเลย แต่คือการไม่มีเสียงรบกวน และเราต้องปิดเสียงเหล่านั้นเพื่อจะได้ยินพระเจ้า ลองหาที่เงียบๆ กับพระคัมภีร์ แล้วตั้งใจฟังเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่หนุนใจ ให้คำปรึกษา และนำทางชีวิต เรามักกลัวความเงียบเพราะกลัวจะรู้จักตัวเองดีขึ้น แต่พระเจ้าตรัสว่า “กำลังของเจ้าอยู่ที่การสงบนิ่งและการวางใจ”

    “โดยการกลับใจและการหยุดพัก เจ้าจะรอด กำลังของเจ้าอยู่ที่การสงบนิ่งและการวางใจ แต่เจ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย” (อิสยาห์ 30:15)
  274. ตอนที่ 13
    ปลอบโยนใจที่เป็นทุกข์
    24 ก.ค. 2564 · 5:49 · ยอห์น 14:1
    ไม่นานก่อนถูกจับ พระเยซูรู้ว่ายูดาสจะทรยศและเปโตรจะปฏิเสธพระองค์ แต่ยังตรัสกับสาวกว่า “อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายเป็นทุกข์” คำภาษากรีก ทาราสโซ่ หมายถึงใจที่ปั่นป่วนเหมือนทะเลกาลิลียามลมแรง พระเยซูเองก็เคยเป็นทุกข์ เมื่อเห็นมารีย์และมาร์ธาร้องไห้เพราะลาซารัสตาย ไม่ใช่เพราะพระองค์ช่วยไม่ได้ แต่เพราะทรงร่วมโศกเศร้ากับพวกเขา ความสิ้นหวังอาจพาเราไปสู่ทางที่เลวร้าย หรือพาเราเข้าถึงพระบาทพระเยซู พระองค์ผู้เดียวที่ช่วยเราจากความทุกข์ใจ และให้ความหวังสำหรับอนาคตได้

    “อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายเป็นทุกข์ จงวางใจในพระเจ้า และจงวางใจในเราด้วย” (ยอห์น 14:1)
  275. ตอนที่ 12
    เด็กหญิงนาปาล์ม เรื่องที่ยังไม่ได้เล่า
    17 ก.ค. 2564 · 5:38 · ลูกา 23:34
    คิมฟุก คือ “เด็กหญิงนาปาล์ม” ในภาพถ่ายต่อต้านสงครามที่โด่งดังในช่วงปี 1970 เธอเติบโตมาพร้อมแผลไฟไหม้ ความเกลียด และความขมขื่น จนคืนก่อนวันคริสต์มาสปี 1982 ที่โบสถ์เล็กๆ ในเวียดนาม เธอได้ยินว่าของขวัญแท้ของคริสต์มาสคือพระเยซูคริสต์ และรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงภายใน เมื่อความเชื่อเติบโตขึ้น เธอตระหนักว่าต้องให้อภัยเหมือนที่พระเยซูอธิษฐานว่า “พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงยกโทษพวกเขา” การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูก แต่คือการสละสิทธิ์ที่จะเอาคืน และมอบความโกรธไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้าผู้ทรงแก้ไขให้ถูกต้องได้

    “พระบิดาเจ้าข้า ขอทรงยกโทษพวกเขาเพราะเขาไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” (ลูกา 23:34)
  276. ตอนที่ 11
    แม้เมื่อไม่มีใครเห็น
    10 ก.ค. 2564 · 5:54 · ยอห์น 8:45-46
    เมื่อมิชชันนารี ดอน ริชาร์ดสัน เล่าเรื่องยูดาสทรยศพระเยซูให้ชนเผ่าซาวิในนิวกินีฟัง เขาพบว่าพวกเขาเข้าข้างยูดาส เพราะให้คุณค่ากับการทรยศ ไม่ใช่ความซื่อสัตย์ โลกวันนี้ก็ไม่ต่างกัน นักขายสัญญาเกินจริง นักบัญชีบิดเบือนตัวเลข โดยอ้างว่าใครๆ ก็ทำ ความสัตย์สุจริตมีสี่องค์ประกอบ คือความซื่อสัตย์แท้ ความน่าเชื่อถือ ความจงรักภักดี อย่างเดสมอนด์ ดอสส์ ที่ไม่ยอมทิ้งเพื่อนบาดเจ็บบนสันเขาแฮกซอว์ และความพร้อมรับผลของการแตกต่างจากคนอื่น

    “แต่พวกท่านไม่เชื่อเราเพราะเราพูดความจริง มีใครในพวกท่านที่อาจชี้ให้เห็นว่าเรามีบาป? ถ้าเราพูดความจริง ทำไมท่านถึงไม่เชื่อเรา?” (ยอห์น 8:45-46)
  277. ตอนที่ 10
    ความหมายของความสัตย์สุจริต
    3 ก.ค. 2564 · 5:01 · 1 พงศ์กษัตริย์ 22:16
    ชื่อเสียงคือสิ่งที่คนอื่นคิดกับเรา แต่อุปนิสัยคือสิ่งที่พระเจ้ารู้ว่าเราเป็น คำว่าสัตย์สุจริตในภาษาละตินหมายถึง “ทั้งหมด หรือโดยสมบูรณ์” คือการตัดสินใจยึดมาตรฐานทางจริยธรรมไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร คุณจะยอมให้ศัลยแพทย์ที่เคยโกงตอนเรียนผ่าตัดให้ไหม หรือจะขึ้นเครื่องบินที่มีโอกาสลงจอดปลอดภัยเพียงครึ่งเดียวไหม ความเป็นความตายขึ้นอยู่กับความสัตย์สุจริตของคนอื่น เหมือนพยาบาลใหม่ที่ตอบศัลยแพทย์ว่าเก็บผ้าก๊อซครบสิบสองชิ้น ทั้งที่ยังมีอีกชิ้นอยู่ใต้เท้าของเขา

    “กษัตริย์ตรัสว่า “เราจะต้องให้เจ้าสาบานกี่ครั้งกี่หนว่าจะบอกแต่ความจริงแก่เราในพระนามพระยาห์เวห์?”” (1 พงศ์กษัตริย์ 22:16)
  278. ตอนที่ 9
    ที่มาแห่งความชื่นชมยินดี
    26 มิ.ย. 2564 · 5:58 · เศฟันยาห์ 3:17
    จี.เค.เชสเตอร์ตัน กล่าวว่าความชื่นชมยินดีคือความลับอันยิ่งใหญ่ของคริสเตียน แต่หลายคนกลับไม่เคยเข้าใจว่ามันคืออะไร เรามักคิดว่า “ถ้าฉันมีสิ่งนั้น ฉันก็จะพอใจ” แต่ความสุขขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ส่วนความชื่นชมยินดีอยู่ได้ไม่ว่ารอบตัวจะเป็นอย่างไร ดร.อลิซาเบธ คูเบลอร์-รอสส์ ผู้ศึกษาประสบการณ์ของผู้ใกล้เสียชีวิตเล่าว่า ไม่มีคนไข้คนไหนพูดถึงบ้านหรือกระเป๋าที่มี แต่พูดถึงช่วงเวลาเล็กๆ เช่นการไปตกปลากับลูก พระเจ้าทรงเป็นบ่อน้ำพุแห่งความชื่นชมยินดี และเมื่อการทรงสถิตของพระองค์เติมเต็มใจเรา ความชื่นชมยินดีก็หลั่งไหลออกมาจากภายใน

    “พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าสถิตกับเจ้า พระองค์ทรงฤทธิ์อำนาจที่จะช่วยเจ้า พระองค์จะทรงปิติยินดีในตัวเจ้า จะทรงปลอบเจ้าด้วยความรักของพระองค์ และจะทรงร้องเพลงเพราะชื่นชมยินดีในตัวเจ้า” (เศฟันยาห์ 3:17)
  279. ตอนที่ 8
    พระเจ้าที่เราพบได้
    19 มิ.ย. 2564 · 4:40 · เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17
    เมื่อเครื่องบินของดอนเจอพายุ นักบินร่วมที่ไม่เชื่อพระเจ้ากลับร้องหาพระเจ้า ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง แต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าพระองค์ไม่มีอยู่จริง พระคัมภีร์บอกว่า ผู้ที่แสวงหาพระองค์อย่างสุดจิตสุดใจจะพบพระองค์ บางคนบอกว่าตามหาพระเจ้าแล้วแต่ไม่พบ แต่อาจแสวงหาแบบโจรมองหาตำรวจ เราจะไม่พบพระเจ้าในธรรมชาติที่ทำลายล้างได้ หรือในจิตใจมนุษย์ที่สร้างค่ายกักกันขึ้นมา แต่จะพบได้ในพระเยซูคริสต์ ผู้ตรัสว่า “ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา”

    “เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือพระทั้งปวง ทรงเป็นจอมเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ทรงฤทธิ์และน่าเกรงขาม ผู้ทรงปราศจากอคติและไม่ทรงเห็นแก่อามิสสินจ้าง” (เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17)
  280. ตอนที่ 7
    ทางออกจากความวิตกกังวล
    12 มิ.ย. 2564 · 5:49 · มัทธิว 10:29-30
    พอล ไมเออร์ ผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุคริสเตียนแห่งหนึ่งกล่าวว่า “วันนี้ ก็คือพรุ่งนี้ที่คุณกังวลเมื่อวาน” ความกังวลเป็นความกลัวแบบหนึ่งที่ทำให้เราอ่อนแอและก้าวต่อไปไม่ได้ เมื่อพระเยซูส่งผู้ติดตามออกไปในโลกที่ไม่เป็นมิตร พระองค์ทรงใช้คำอุปมาสองเรื่อง นกกระจอกที่ดูต่ำต้อยและพบได้แทบทุกที่ในโลก ไม่มีสักตัวที่ตกถึงดินโดยพระเจ้าไม่รับรู้ และเส้นผมเส้นเล็กๆ ของเรา พระองค์ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น ถ้าเราบอกว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่งแต่ยังกังวลจนไม่เป็นสุข แปลว่าเรายังไปไม่ถึงจุดที่เชื่อในสิ่งที่พูด

    “นกกระจอกสองตัวเขาขายบาทหนึ่งมิใช่หรือ แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ นกนั้นแม้สักตัวเดียวจะตกลงถึงดินก็ไม่ได้ ถึงผมของท่านทั้งหลายก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น” (มัทธิว 10:29-30)
  281. ตอนที่ 6
    ความวิตกกังวลกับทางออกที่ดีกว่า
    5 มิ.ย. 2564 · 5:06 · สดุดี 90:2
    สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติในสหรัฐอเมริกาสัมภาษณ์คนกว่า 10,000 คน และพบว่าความวิตกกังวลเป็นปัญหามากกว่าภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะในคนอายุน้อยกว่า 45 ปีและวัยรุ่น เราอาจคิดว่าคนที่เชื่อพระเจ้าคงไม่กังวลมากเท่าคนอื่น แต่ความจริงความกังวลถูกเรียกว่า “บาปที่พวกนักบุญยอมรับได้” ทางออกที่ดีกว่ามีสองอย่าง คือเตือนใจตัวเองว่าพระเจ้าทรงเป็นองค์อธิปไตยตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล และเตือนตัวเองว่าคำอธิษฐานต่างหากที่เปลี่ยนสถานการณ์ แล้ววางภาระลงที่พระบาทของพระเยซู เพราะพระองค์ทรงห่วงใยเรา

    “ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล” (สดุดี 90:2)
  282. ตอนที่ 5
    มีพระเจ้าจริงไหม
    29 พ.ค. 2564 · 5:58 · ฮีบรู 1:1-2
    ฟรานซิส แชฟฟอร์ นักศาสนศาสตร์และนักปรัชญาชาวอเมริกันกล่าวว่า ประเด็นหลักของโลกทุกวันนี้คือความจริงอันเป็นที่สุด ถ้าไม่มีพระเจ้า โลกก็เกิดขึ้นโดยบังเอิญและเราเป็นผู้ชี้ขาดถูกผิดเอง แต่ถ้ามีพระเจ้า เราต้องเข้าใจพระองค์และความสัมพันธ์กับพระองค์ ทุกคนอยู่ในหนึ่งในสามกลุ่ม คือคนที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า คนที่เชื่อแต่ใช้ชีวิตเหมือนไม่มีพระเจ้า และคนที่เชื่อและดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ตรัส พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์ผ่านผู้เผยพระวจนะ และในที่สุดผ่านพระเยซูคริสต์ พระบุตรผู้ทรงสละชีวิตเพื่อให้เรามีชีวิตนิรันดร์

    “ในอดีต พระเจ้าตรัสกับบรรพบุรุษของเรา ผ่านทางผู้เผยพระวจนะหลายครั้งหลายครา ด้วยวิธีการต่างๆ แต่ในวาระสุดท้ายนี้ พระองค์ได้ตรัสกับเราทั้งหลาย โดยพระบุตรของพระองค์ ผู้ที่พระองค์ได้แต่งตั้งให้เป็นทายาทครอบครองทุกสิ่ง และได้ทรงสร้างจักรวาลโดยพระบุตรนี้” (ฮีบรู 1:1-2)
  283. ตอนที่ 4
    ชีวิตที่ปราศจากความกลัว
    22 พ.ค. 2564 · 5:15 · เอเฟซัส 2:8-9
    ที่ห้องชั้นบน พระเยซูรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่พระองค์กลับสงบและตรัสว่า “ในโลกนี้พวกท่านจะมีความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด! เราได้ชนะโลกแล้ว” ข่าวในทุกวันนี้อาจทำให้โลกดูวุ่นวายไร้เหตุผล แต่ประวัติศาสตร์และพระคัมภีร์ยืนยันว่ามีพระหัตถ์ที่มองไม่เห็นกำหนดชะตากรรมของประชาชาติ เหมือนเด็กหญิงบนเรือกลางพายุที่ไม่กลัว เพราะรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่พังงาเรือ พระเจ้าไม่เคยหลับและพระหัตถ์ของพระองค์ไม่สั้น เราจึงพูดได้อย่างดาวิดว่า “ข้าพระองค์จะไม่หวาดกลัวความชั่วร้ายใดๆ เพราะพระองค์สถิตกับข้าพระองค์”

    “ที่พวกคุณรอดนั้นเป็นเพราะความเมตตากรุณาของพระเจ้า ผ่านมาทางความเชื่อของคุณ ไม่ได้มาจากตัวของคุณเอง แต่เป็นของขวัญที่มาจากพระเจ้า 9 มันไม่ได้เป็นผลมาจากการกระทำของใคร เพื่อจะได้ไม่มีใครโอ้อวดได้” (เอเฟซัส 2:8-9)
  284. ตอนที่ 3
    สันติสุขในชีวิตคุณ
    15 พ.ค. 2564 · 5:19 · อิสยาห์ 26:3-4
    พระเยซูตรัสกับสาวกว่า “เรามอบสันติสุขแก่พวกท่าน” พร้อมพระบัญชาว่าอย่าเป็นทุกข์และอย่ากลัว เรามีเหตุผลสามข้อที่จะมีสันติสุขได้ คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า พระสัญญาของพระเยซูคริสต์ และการที่พระองค์ทรงเป็นองค์อธิปไตย แต่เรามักลืมว่าพระสัญญาเหล่านั้นเป็นของเราเป็นส่วนตัว เมื่อเราวางใจผู้เลี้ยงแกะฝ่ายวิญญาณ พระเจ้าก็รับเราเข้าในครอบครัวของพระองค์ เหมือนหัวหน้าเผ่าที่รักษาสัญญา ไว้ชีวิตเด็กที่ทำให้ลูกชายคนเดียวของตนเสียชีวิต และรับเขาเป็นลูก

    “จิตใจที่แน่วแน่นั้น พระองค์จะทรงปกป้องไว้ในสันติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาไว้วางใจในพระองค์ 4 จงวางใจองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดไป เพราะพระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระศิลานิรันดร์” (อิสยาห์ 26:3-4)
  285. ตอนที่ 2
    สันติสุขท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอน
    8 พ.ค. 2564 · 5:34 · ฟีลิปปี 4:7
    เรามักกลัวอนาคตเพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทั้งเหตุร้าย ตลาดหุ้น สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ โลกร้อน และเศรษฐกิจ คำว่า “ทุกข์ร้อน” ที่พระเยซูตรัส ใช้กับน้ำที่ถูกลมพัดจนกระเพื่อมไม่หยุดนิ่ง เหมือนชีวิตของหลายคนในวันนี้ แต่เรามีสันติสุขได้ด้วยเหตุผลสามข้อ คือ ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ผู้ทรงฟื้นจากความตาย คำสัญญายิ่งใหญ่ของพระองค์ เช่น “เราจะไม่ละทิ้งเจ้า” และพระองค์เองคือผู้ทรงควบคุม ไม่ใช่โชคชะตาหรือความชั่วร้าย และบทสุดท้ายในพระธรรมวิวรณ์บอกไว้แล้วว่า พระองค์จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับชัยชนะ

    “แล้วสันติสุขของพระเจ้าซึ่งเกินความเข้าใจจะปกป้องความคิดจิตใจของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:7)
  286. ตอนที่ 1
    สันติสุขท่ามกลางพายุ
    1 พ.ค. 2564 · 5:27 · สดุดี 91:4
    ทั่วโลกมีสถาบันมากมายที่พยายามค้นหาสูตรสำเร็จของสันติภาพ แต่สันติสุขกลับดูห่างไกลออกไปทุกที หลายคนนอนไม่หลับ วิตกกังวล และรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ใช่แค่จากข่าวร้ายระดับโลก แต่จากความเครียดในบ้าน ที่ทำงาน และในครอบครัว ก่อนถูกตรึงบนกางเขน พระเยซูตรัสกับสาวกว่า “เรามอบสันติสุขแก่พวกท่าน...อย่าให้ใจของท่านทุกข์ร้อนและอย่ากลัวเลย” ภาพวาดที่ชนะการประกวดเรื่องสันติสุขท่ามกลางพายุ คือภาพแม่นกกางปีกปกลูกนกในรังกลางพายุที่โหมกระหน่ำ ผู้ที่เป็นลูกพระเจ้าก็เผชิญพายุได้เช่นกัน เพราะอยู่ภายใต้การปกป้องของผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

    “พระองค์จะทรงปกป้องท่านด้วยปีกของพระองค์ ท่านจะลี้ภัยใต้ร่มปีกนั้น ความซื่อสัตย์ของพระองค์เป็นโล่และเป็นปราการของท่าน” (สดุดี 91:4)
0:00 0:00